มี 9 ประการ 
นับถือศาสนาอิสลาม (เป็นมุสลิม) 
มีสติสัมปชัญญะ 
บรรลุศาสนภาวะ 
สะอาดปราศจากหะดัษ (ทั้งเล็กและใหญ่) 
สะอาดปราศจากนะญิสทั้งหลาย 
สวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด (ปกปิดเอาเราะฮฺ) 
เข้าเวลาละหมาด 
หันหน้าไปทางกิบละฮฺ 
ตั้งเจตนา (เนียต) 
หลังจากที่ผู้ประพันธ์ (เชคบินบาซ) ได้กล่าวถึงรุก่นอิสลามทั้ง 5 ประการในบทเรียนที่แล้ว จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะกล่าวถึงในที่นี้เกี่ยวกับเงื่อนไขของการละหมาด เพราะการละหมาดเป็นเรื่องที่ต้องมีการเน้นย้ำอย่างมากที่สุดหลังจากการกล่าวชะฮาดะฮฺปฏิญาณตนทั้งสองประโยค และการละหมาดจะไม่ถูกต้องนอกจากต้องทำตามเงื่อนไข ดังนั้น จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะกล่าวถึงเรื่องนี้ในที่นี้ 
เงื่อนไข 1-3 นับถือศาสนาอิสลาม (เป็นมุสลิม), มีสติสัมปชัญญะ, บรรลุศาสนภาวะ ซึ่งการละหมาดของคนปฏิเสธศรัทธา(กาฟิรฺ)จะใช้ไม่ได้เพราะการงานของเขาเป็นโมฆะ ส่วนคนบ้าเสียสตินั้นอยู่นอกกลุ่มคนที่บทบัญญัติบังคับใช้ เช่นเดียวกับเด็กที่ยังไม่บรรลุวัยตามศาสนภาวะ ซึ่งเข้าใจตามความของหะดีษบทที่ว่า
«مُرُوا أَبْنَاءَكُمْ بِالصَّلَاةِ لِسَبْعٍ»
ความว่า “จงสั่งให้ลูกๆ ของพวกท่านละหมาดเมื่ออายุได้เจ็ดขวบ” (อบู ดาวูด 495, อะห์มัด 2/187) 

เงื่อนไขที่ 4 สะอาด (ปราศจากหะดัษทั้งเล็กและใหญ่) หากมีความสามารถ เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า 
«لَا تُقْبَلُ صَلَاةٌ بِغَيْرِ طُهُورٍ»
ความว่า “การละหมาดที่ปราศจากความสะอาดจะไม่ถูกตอบรับ” (มุสลิม 224) 

เงื่อนไขที่ 5 เข้าเวลาละหมาด อัลลอฮฺตะอาลาได้ตรัสว่า 
﴿ أَقِمِ ٱلصَّلَوٰةَ لِدُلُوكِ ٱلشَّمۡسِ ٧٨ ﴾ [الإسراء: ٧٨]  
ความว่า “จงดำรงการละหมาดไว้ตั้งแต่ตะวันคล้อย” (อัล-อิสรออ์ : 78) 

และมีรายงานจากท่านอุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า 
«الصَّلَاةُ لَهَا وَقْتٌ شَرَّطَهُ اللهُ لَا تَصِحُّ إِلَّا بِهِ»
ความว่า “การละหมาดนั้นมีเวลาของมัน ซึ่งอัลลอฮฺได้ทำให้เป็นเงื่อนไข การละหมาดจะใช้ไม่ได้หากปราศจากเวลาของมัน”

เวลาละหมาดแต่ละช่วงก็คือ ตามหะดีษที่ท่านญิบรีลได้นำละหมาดทั้งห้าเวลาแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยวันแรกท่านมาละหมาดในช่วงต้นของวักตู พอวันถัดไปท่านจะมาละหมาดฟัรฎูเดียวกันนั้นในช่วงสุดท้ายของของวักตู หลังจากนั้นท่านได้กล่าวว่า 
«مَا بَيْنَ هَذَيْنِ وَقْتٌ» 
ความว่า “เวลาละหมาดของแต่ละวักตู อยู่ระหว่างเวลาสองช่วง(ที่ญิบรีลมาละหมาดแต่ละวักตูให้ท่านนบีดู)” (บันทึกโดยอะห์มัด และ อัน-นะสาอีย์) 

เงื่อนไขที่ 6 ปกปิดร่างกายอย่างมิดชิด (ปกปิดเอาเราะฮฺ) หากมีความสามารถ ด้วยสิ่งที่ไม่ทำให้มองเห็นผิวกาย เพราะอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสว่า 
﴿ ۞يَٰبَنِيٓ ءَادَمَ خُذُواْ زِينَتَكُمۡ عِندَ كُلِّ مَسۡجِدٖ ٣١ ﴾ [الأعراف: ٣١]  
ความว่า “ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย ! จงเอาเสื้อผ้าที่ประดับกายของพวกเจ้ามาปกปิดทุกครั้งที่ละหมาด” (อัล-อะอฺรอฟ : 31) 

และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า 
«لَا يَقْبَلُ اللَّهُ صَلَاةَ حَائِضٍ إِلَّا بِخِمَارٍ»
ความว่า “อัลลอฮฺจะไม่ทรงตอบรับการละหมาดของหญิงที่มีประจำเดือน (หมายถึง บรรลุศาสนภาวะแล้ว) เว้นแต่ให้มีผ้าปกปิดศีรษะ” (อัต-ติรมิซี 377, อบู ดาวูด 641)

และหะดีษที่รายงานโดยท่านสะละมะฮฺ บิน อัล-อักวะอฺ เล่าว่า ฉันได้กล่าวว่า 
يَا رَسُولَ اللَّهِ، إِنِّي رَجُلٌ أَصِيدُ أَفَأُصَلِّي فِي الْقَمِيصِ الْوَاحِدِ؟ قَالَ: «نَعَمْ وَازْرُرْهُ وَلَوْ بِشَوْكَةٍ»
ความว่า โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ฉันเป็นชาวประมง แล้วฉันจะละหมาดด้วยการสวมผ้าผืนเดียวได้หรือไม่?ท่านนบีตอบว่า “ได้ แต่ใส่กระดุมให้มันแน่นด้วย แม้จะใช้หนามอันเดียวมาเสียบไว้ก็ตาม” (อัน-นะสาอีย์ 765, อบู ดาวูด 632) 
หะดีษทั้งสองเศาะฮีหฺตามความคิดเห็นของท่านอัต-ติรมิซีย์ และท่านอิบนุ อับดิลบัรร์ ได้อ้างเป็นมติเอกฉันท์ (อิจญฺมาอ์) ว่าการละหมาดของคนที่เผยเอาเราะฮฺ(เรือนร่างส่วนที่ต้องปกปิด)จะใช้ไม่ได้ หากเขามีความสามารถที่จะปกปิด 

เงื่อนไขที่ 7 สะอาดปราศจากนะญิส (สิ่งสกปรก) ทั้งร่างกาย เสื้อผ้า และสถานที่ เพราะอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสว่า
﴿ وَثِيَابَكَ فَطَهِّرۡ ٤ ﴾ [المدثر: ٤]  
ความว่า “และเสื้อผ้าของเจ้า จงทำให้สะอาด” (อัล-มุดดัษษิรฺ : 4)

และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่ท่านหญิงอัสมาอ์ ในเรื่องเลือดประจำเดือนว่า 
«تَحُتُّهُ، ثُمَّ تَقْرُصُهُ بِالْمَاءِ، ثُمَّ تَنْضَحُهُ، ثُمَّ تُصَلِّي فِيهِ»
ความว่า “ให้นางแคะมันออก(เวลาซักเสื้อผ้าที่เปื้อนสกปรก) แล้วใช้นิ้วขยี้มันด้วยน้ำ หลังจากนั้นก็ล้างมัน แล้วนำมันมาใส่ละหมาดได้” (อัล-บุคอรีย์ 225, มุสลิม 291)

เงื่อนไขที่ 8 หันหน้าไปทางกิบละฮฺ เพราะอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสว่า 
﴿ فَوَلِّ وَجۡهَكَ شَطۡرَ ٱلۡمَسۡجِدِ ٱلۡحَرَامِۚ ١٤٤ ﴾ [البقرة: ١٤٤]  
ความว่า “ดังนั้นเจ้าจงผินใบหน้าของเจ้าไปทางมัสยิดอัล-หะรอมเถิด” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 144)

เงื่อนไขที่ 9 การตั้งเจตนา (เนียต) เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า 
«إِنَّمَا الأَعْمَالُ بِالنِّيَّاتِ»
ความว่า “แท้จริงการงานทั้งหลายขึ้นอยู่กับการเจตนา” (อัล-บุคอรีย์ 1, มุสลิม 1907)

และด้วยประการนี้เองที่เงื่อนไขของการละหมาดได้ครบถ้วนสมบูรณ์ วัลลอฮุอะอฺลัม (ดูใน มะนารฺ อัส-สะบีล หน้า 1/70-79)