ได้กล่าวว่า 
مَقَامُ الْإِخْلَاصِ، وَهُوَ أَنْ يَعْمَلَ الْعَبْدُ عَلَى اسْتِحْضَارِ مُشَاهَدَةِ اللَّهِ إِيَّاهُ، وَاطِّلَاعِهِ عَلَيْهِ وَقُرْبِهِ مِنْهُ، فَإِذَا اسْتَحْضَرَ الْعَبْدُ هَذَا فِي عَمَلِهِ وَعَمِلَ عَلَيْهِ، فَهُوَ مُخْلِصٌ لِلَّهِ، لِأَنَّ اسْتِحْضَارَهُ ذَلِكَ فِي عَمَلِهِ يَمْنَعُهُ مِنَ الِالْتِفَاتِ إِلَى غَيْرِ اللَّهِ وَإِرَادَتِهِ بِالْعَمَلِ (1: 129)
ความว่า “สถานะของ “อัล-อิคลาศ” คือ การที่บ่าวคนหนึ่งได้ทำอะมัลด้วยความรู้สึกว่าอัลลอฮฺทรงมองดูเขา ทรงรับรู้ถึงสิ่งที่เขาได้กระทำ และทรงใกล้ชิดกับเขา ดังนั้นเมื่อบ่าวคนหนึ่งมีความรู้สึกเช่นนี้ในอะมัลของเขาและได้คงอยู่ในสภาพนั้น เขาก็คือผู้ที่บริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ เพราะการที่เขาอยู่ในสภาพนั้นขณะทำอะมัล มันจะยับยั้งเขามิให้หันไปสนใจสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ รวมถึงความปรารถนาของเขา (ต่อความโปรดปรานของอัลลอฮฺ) ในการทำอะมัลนั้นๆ” ( 1 : 129)