มีรายละเอียดดังนี้
การจัดการกับญะนาซะฮฺ 
1. เมื่อมั่นใจว่าบุคคลหนึ่งเสียชีวิตแล้ว ให้ทำการปิดดวงตาทั้งสองข้างของผู้ตาย และใช้ผ้ามัดเพื่อดึงกรามทั้งสองเข้ากับศรีษะ
2. ขณะอาบน้ำให้ศพ ให้ปกปิดร่างกายของเขา หลังจากนั้นให้ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วลูบกดหน้าท้องของเขาเบาๆ หลังจากนั้นให้ผู้อาบนำเศษผ้าหรืออื่นๆ ที่ทำจากผ้าไว้ในมือของตน เพื่อเช็ดทำความสะอาดนะญิสให้เรียบร้อย  หลังจากนั้นก็อาบน้ำละหมาดให้กับศพ แล้วจึงล้างศีรษะและเคราด้วยน้ำสะอาดและน้ำพุทรา หรือน้ำยาทำความสะอาดเช่น สบู่ เป็นต้น หลังจากนั้นให้ล้างแขนขวา แขนซ้าย หลังจากนั้นให้อาบเช่นนั้นอีก สอง สามครั้ง โดยในทุกๆ ครั้งให้ใช้มือกดและลูบหน้าท้องของผู้ตายเบาๆ หากมีสิ่งสกปรกออกจากทวารให้ล้างออกแล้วทำการอุดปิดด้วยสำลี และหากสำลีไม่สามารถปิดกั้นได้ให้ใช้ดิน หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ปัจจุบันเช่นเทปกาวปิดเอาไว้ เป็นต้น
เสร็จแล้ว ให้อาบน้ำละหมาดให้ศพใหม่อีกครั้ง ถ้าหากยังไม่สะอาดด้วยการอาบสามครั้ง ให้เพิ่มเป็นห้า หรือเจ็ดครั้ง หลังจากนั้นให้เช็ดตัวด้วยผ้า และใส่น้ำหอมตรงตำแหน่งที่ส่งกลิ่น(ใต้รักแร้ ข้อพับต่างๆ เป็นต้น) และตำแหน่งสูญุด และหากสามารถใส่ทั่วทั้งร่างได้ก็เป็นการดี ให้อบผ้าห่อศพของเขาด้วยธูปหอม และหากหนวดหรือเล็บของเขายาวก็ให้ตัดเล็ม และไม่ต้องปิดผมของเขา แต่ถ้าเป็นผู้หญิงให้รวบมัดผมเป็นสามส่วน แล้วก็ปล่อยไว้ด้านหลังของนาง
3. การห่อศพ สำหรับผู้ชาย ดีที่สุดควรห่อด้วยผ้าสามผืนสีขาวโดยปราศจากการสวมเสื้อหรือแต่งกายใดๆ ทั้งสิ้น โดยการพับเข้าหาศพทีละผืน และหากห่อศพด้วยผ้าที่ตัดเป็นเสื้อ กับผ้าถุง และผ้าห่ออีกชิ้น ก็ไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนผู้หญิงให้ทำการห่อศพด้วยผ้าห้าชิ้น ประกอบด้วย เสื้อ ผ้าคลุมหัว ผ้าถุง และผ้าห่อศพอีกสองผืน ถ้าเป็นเด็กผู้ชายให้ห่อศพด้วยผ้าหนึ่งผืนถึงสามผืน และห่อทารกหญิงด้วยเสื้อหนึ่งชิ้นและผ้าสองผืน
4. บุคคลที่คู่ควรที่สุด ในการอาบน้ำและนำละหมาดศพให้กับผู้ตายที่เป็นผู้ชาย คือบุคคลที่ผู้ตายได้สั่งเสียไว้ หลังจากนั้นก็เป็นบิดา ปู่ และญาติที่มีสิทธิรับมรดกแบบอะเศาะบะฮฺตามลำดับ 
และบุคคลที่คู่ควรที่สุดที่จะทำการอาบน้ำให้กับศพผู้หญิง ก็คือ ผู้ที่นางได้สั่งเสียไว้ หลังจากนั้น ก็เป็นมารดา ยาย และญาติๆ ที่ใกล้ชิดตามลำดับของฝั่งหญิง
และสำหรับสามีภรรยา แต่ละคนสามารถอาบน้ำให้กับอีกฝ่ายได้ เพราะตอนที่ท่านอบู บักรฺ อัศ-ศิดดีก เสียชีวิต ภรรยาของท่านเป็นผู้อาบน้ำญะนาซะฮฺให้กับท่าน และท่านอะลีย์ก็ได้อาบน้ำญะนาซะฮฺให้กับท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา
5. การละหมาดญะนาซะฮฺ ให้เริ่มด้วยการตักบีรฺและให้อ่านหลังจากตักบีรฺครั้งแรกด้วยสูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ และหากตามด้วยสูเราะฮฺสั้นๆ หรืออายะฮฺสองอายะฮฺก็เป็นการดี เนื่องจากมีหะดีษได้ระบุเอาไว้จากอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ หลังจากนั้น ให้ทำการตักบีรฺครั้งที่สองและกล่าวเศาะละวาตต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังเช่นที่เขากล่าวเศาะละวาตในตะชะฮุดเวลาละหมาด หลังจากนั้นให้ตักบีรฺครั้งที่สาม และกล่าวดุอาอ์ 
اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِحَيِّنَا وَمَيِّتِنَا، وَشَاهِدِنَا وَغَائِبِنَا، وَصَغِيرِنَا وَكَبِيرِنَا، وَذَكَرِنَا وَأُنْثَانَا، وَشَاهِدِنَا وَغَائِبِنَا، اللَّهُمَّ مَنْ أَحْيَيْتَهُ مِنَّا فَأَحْيِهِ عَلَى الإِسلام , وَمَنْ تَوَفَّيْتَهُ مِنَّا فَتَوَفَّهُ عَلَى الإِيمان، اللَّهُمَّ اغْفِرْ لَهُ وَارْحَمْهُ وَعَافِهِ وَاعْفُ عَنْهُ ، وَأَكْرِمْ نُزُلَهُ ، وَوَسِّعْ مُدْخَلَهُ ، وَاغْسِلْهُ بِالْمَاءِ وَالثَّلْجِ وَالْبَرَدِ ، وَنَقِّهِ مِنَ الذُّنُوبِ والْخَطَايَا كَمَا يُنَقَّى الثَّوْبُ الْأَبْيَضُ مِنَ الدَّنَسِ ، وَأَبْدِلْهُ دَارًا خَيْرًا مِنْ دَارِهِ ، وَأَهْلًا خَيْرًا مِنْ أَهْلِهِ، وَأَدْخِلْهُ الْجَنَّةَ، وَأَعِذْهِ مِنْ عَذَابَ الْقَبْرِ، وَعَذَابِ النَّارِ، وَافْسَحْ لَهُ فِي قَبْرِهِ وَنَوِّرْ لَهُ فِيهِ، اللَّهُمَّ لا تَحْرِمْنَا أَجْرَهُ وَلا تُضِلَّنَا بَعْدَهُ. 
หลังจากนั้นให้ตักบีรครั้งที่สี่ และให้สลามหนึ่งครั้งโดยหันไปทางขวา
  ส่งเสริมให้ยกมือทั้งสองข้างขณะตักบีรฺทุกครั้ง และหากญะนาซะฮฺเป็นผู้หญิงให้กล่าวดุอาอ์ด้วยการปรับเปลี่ยนเฎาะมีรฺหรือสรรพนามเป็น
 )اللهم اغْفِرْ لَهَا (
และหากญะนาซะฮฺมีสองคน ให้กล่าว
 )اللهم اغْفِرْ لَهُمَا (
และให้กล่าวแบบรวมหากญะนาซะฮฺมีหลายศพ

กรณีที่ผู้ตายเป็นเด็ก (เสียชีวิตก่อนบิดามารดา) ให้กล่าวแทนจากการขออภัยโทษเป็นดุอาอ์ที่ว่า
اللَّهُمَّ اجْعَلْهُ فَرَطَاً وَذُخْراً لِوَالِدَيْهِ، وشَفِيعاً مُجَاباً، اللَّهُمَّ ثَقِّلْ بِهِ مَوَازِيْنَهُمَا، وأعْظِمْ بهِ أُجُورَهُمَا، وألْحِقْهُ بِصَالِحِ الـمُؤْمِنينَ، واجْعَلْهُ فِي كَفَالَةِ إِبْرَاهِيمَ، عليه السلام، وَقِهِ بِرَحْمَتِكَ عَذَابَ الجَحِيمِ.

ตามแบบอย่างสุนนะฮฺนั้น ให้อิมามยืนอยู่ ณ ตำแหน่งตรงกับศีรษะของญะนาซะฮฺที่เป็นชาย และตรงกลางญะนาซะฮฺที่เป็นหญิง และให้วางญะนาซะฮฺชายต่อจากอิมามในกรณีที่มีญะนาซะฮฺหลายๆ ศพ ส่วนญะนาซะฮฺหญิงให้วางถัดจากศพแรกไปทางกิบลัต และหากกรณีที่มีญะนาซะฮฺที่เป็นเด็กผู้ชายให้วางญะนาซะฮฺศพเด็กก่อนแล้วตามด้วยศพผู้หญิงและเด็กผู้หญิงตามลำดับ โดยศีรษะของเด็กชายอยู่ในระดับเดียวกับศีรษะของญะนาซะฮฺผู้ชาย และส่วนกลางของญะนาซะฮฺผู้หญิงให้อยู่ในตำแหน่งเดียวกับศีรษะของญะนาซะฮฺชาย ให้ศีรษะของเด็กหญิงให้อยู่ในระดับเดียวกับศีรษะของญะนาซะฮฺที่เป็นผู้หญิง และส่วนกลางของเธอให้อยู่ในระดับเดียวกับศีรษะของญะนาซะฮฺผู้ชาย แล้วผู้ที่มาร่วมละหมาดทั้งหมดให้อยู่ด้านหลังของอิมาม เว้นเสียแต่ว่าในกรณีที่คนคนหนึ่งไม่มีที่ให้ละหมาด ก็ให้ไปยืนอยู่ฝั่งขวาของอิมาม