บนพื้นฐานแห่งการคัดเลือกของอัลลอฮฺที่ได้รับการขนานนามว่า “อุมมะตัน วะสะฏอ” ที่วางอยู่บนรากฐานของอัล  กุรอานที่นำพาประชาชาติสู่วิถีการดำเนินชีวิตที่ดีที่สุด  (อัลอักวัม) ซึ่งส่วนหนึ่งของลักษณะ “อัลอักวัม” ก็คือ ต้องเป็นประชาชาติเดียวกัน (อุมมะตัน วาหิดะฮฺ) ดังนั้น จากจุดดังกล่าวพวกเขาจึงเป็นประชาชาติที่ดีที่สุดที่ได้รับการขนานนามว่า “ค็อยเราะ อุมมะฮฺ” 
เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีประชาชาติอื่นที่ดีและประเสริฐกว่าประชาชาติที่อัลลอฮฺทรงกำหนดให้เป็นประชาชาติสายกลาง (อุมมะตัน วะสะฏอ) ในด้านลักษณะของหลักสูตรที่น่ายกย่อง นั่นคืออัลกุรอานและสุนนะฮฺอันเป็นแหล่งอ้างอิงที่เป็นสัจธรรมและความรู้ที่เป็นรากฐานของความยุติธรรม และยังเป็น “อุมมะตัน วาหิดะฮฺ” ในด้านความเป็นเอกภาพที่มั่นคงที่วางอยู่บนรากฐานแห่งอัลกุรอานและสุนนะฮฺที่นำพาประชาชาติสู่วิถีการดำเนินชีวิตที่ดีและมั่นคงที่สุด (อัลอักวัม)
ด้วยเหตุนี้ “อุมมะตัน วะสะฏอ” จึงหมายถึงประชาชาตินบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมที่เป็นประชาชาติเดียวกัน (อุมมะตัน วาหิดะฮฺ) ที่ได้รับการประทานสองภารกิจอันทรงเกียรติอันเปี่ยมด้วยความพิเศษ นั่นคือ
  1. ﴿ ﭡ  ﭢ﴾  ถูกอุบัติขึ้นเพื่อทำหน้าที่นำพาผลประโยชน์และความดีงามสู่มนุษยชาติบนโลกนี้อย่างดีที่สุด (อัลอักวัม) เพราะความดีงามของประชาชาตินบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมนั้นเหนือกว่าความดีงามของประชาชาติอื่นๆ ในฐานะที่เป็นประชาชาติที่ดีที่สุด (ค็อยเราะ อุมมะฮฺ) ในทุกด้านของชีวิต ทั้งด้านอะกีดะฮฺ อิบาดะฮฺ อัคลาก การอบรม(ตัรบียะฮฺ) เศรษฐกิจ การตัดสินความ การสังคม การบริหาร และการปกครอง
  2. ﴿ﭯ  ﭰ  ﭱ﴾  เป็นพยานต่อความสัจจริงของบรรดานบีในการเผยแผ่คำสอนของอัลลอฮฺต่อประชาชาติของพวกเขาในวันอาคิเราะฮฺ เนื่องจากความยุติธรรมและการถูกคัดเลือกของพวกเขาในฐานะ “อุมมะตัน วะสะฏอ” นั้น มีมูลเหตุมาจากความประเสริฐของความยุติธรรม ซึ่งมิได้มีเฉพาะบนโลกอันคับแคบนี้เท่านั้น แต่ทว่ายังครอบคลุมโลกอาคิเราะฮฺด้วย

ดังนั้น จึงเป็นที่ประจักษ์ว่า คำสอนของอัลกุรอานเป็นคำสอนหลักสำหรับ “อุมมะตัน วะสะฏอ” ซึ่งแบบอย่างการนำคำสอนของอัลกุรอานไปปฏิบัติได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดคือสุนนะฮฺของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมและสุนนะฮฺของบรรดาเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนนะฮฺของบรรดาเคาะลีฟะฮฺผู้ทรงธรรมทั้งสี่ท่านที่มีลักษณะของ “วะสัฏ” (เป็นกลางด้วยความยุติธรรม) “อักวัม” (มาตรฐานดีที่สุด) และ “ค็อยรฺ” (ดีเลิศ) และ “วาหิดะฮฺ” (เอกภาพเป็นหนึ่งเดียว) ดังนั้น ประชาชาติใดก็ตามที่ปฏิบัติตามคำสอนของอิสลามผ่านคำสอนของอัลกุรอานตามวิธีการปฏิบัติของสุนนะฮฺเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งในบรรดาสุนนะฮฺเหล่านั้นได้แก่ การรวมตัวเป็นญะมาอะฮฺในรูปของ “อุมมะตัน วาหิดะฮฺ” นั่นแหละคือ “อุมมะตัน วะสะฏอ” ที่มีสิทธิจะเป็น “ค็อยเราะ อุมมะฮฺ” และในทางกลับกัน การงานใดที่ค้านกับสุนนะฮฺของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลออุอะลัยฮิวะสัลลัม สิ่งนั้นย่อมไม่คู่ควรที่จะเรียกว่า “อุมมะตัน วะสะฏอ” เป็นอันขาด เพราะการปฏิบัติที่ค้านกับสุนนะฮฺของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลออุอะลัยฮิวะสัลลัม มักจะนำพาความแตกแยก และความเป็นศัตรูสู่ประชาชาติอิสลามอยู่เสมอ ทำให้เกิดความอ่อนแอ และล้าหลังบนโลกนี้ เพราะลักษณะเดิมของ “อุมมะตัน วะสะฏอ” คือคุณลักษณะของท่านนบีมุหัมมัดผู้เป็นเราะสูลของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมและบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านที่รวมตัวกันเป็น “อุมมะตัน วาหิดะฮฺ” ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของญะมาอะฮฺที่ไร้อำนาจในสมัยมักกะฮฺ หรือในรูปของรัฐที่มีฐานอำนาจในสมัยมะดีนะฮฺก็ตาม  นั่นคือข้อเท็จจริงของการดำเนินแบบอย่างสำหรับ “อุมมะตัน วะสะฏอ” ในทุกที่และทุกเวลา