ห้ามไม่ให้มีการร้องรำพันคร่ำครวญ

img

Marqoom

Kategorya :

Wika : Thai

Mga View : 147

Idagdag sa mga paborito : 0

คือการรำพึงรำพันเสียงดัง ฉีกเสื้อผ้า ตบตีแก้ม โกนผม การย้อมสี และขีดข่วนบนใบหน้า อันเนื่องจากความท้อแท้เพราะสูญเสียผู้ตาย การคร่ำครวญขอให้เกิดความหายนะ และอื่นๆ จากสิ่งที่บ่งบอกถึงความท้อแท้ในลิขิตของอัลลอฮฺ ไม่มีความอดทน เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องห้ามและเป็นบาปใหญ่ เนื่องจากหะดีษที่ว่า
«لَيْسَ مِنَّا مَنْ لَطَمَ الْخُدُودَ وَشَقَّ الْجُيُوبَ وَدَعَا بِدَعْوَى الْجَاهِلِيَّة»
ความว่า “ไม่ใช่แนวทางของเรา ผู้ที่ตบตีใบหน้า ฉีกเสื้อผ้า และคร่ำครวญเยี่ยงพฤติกรรมสมัยญาฮิลียะฮฺ”(บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 1294 และมุสลิม : 281) 

أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم بَرِيءٌ مِنْ الصَّالِقَةِ وَالْحَالِقَةِ وَالشَّاقَّةِ .
ความว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่ส่งเสียงดัง ผู้หญิงที่โกนผม ผู้หญิงที่ฉีกเสื้อผ้า” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 1296 และมุสลิม : 283) กล่าวคือ ผู้หญิงที่กระทำการเหล่านี้ในเวลาที่ตัวเองประสบเคราะห์กรรม
 
และยังมีหะดีษอีกว่า
لَعَنَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ النَّائِحَةَ ، وَالْمُسْتَمِعَةَ.
ความว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่งหญิงที่ร่ำไห้คร่ำครวญ และผู้รับฟังเสียงร้องนั้นด้วย” (บันทึกโดยอบู ดาวูด : 3128) กล่าวคือผู้ที่มีเจตนารับฟังและพอใจเสียงรำพันคร่ำครวญนั้น

โอ้พี่น้องผู้ศรัทธา จำเป็นที่เธอต้องหลีกเลี่ยงการกระทำเช่นนี้ เมื่อประสบกับการทดสอบ จำเป็นที่เธอต้องอดทน และหวังผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ เพื่อให้บททดสอบของเธอลบล้างความผิดต่างๆ และเพิ่มพูนความดีให้แก่เธอ
อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ 
﴿ وَلَنَبۡلُوَنَّكُم بِشَيۡءٖ مِّنَ ٱلۡخَوۡفِ وَٱلۡجُوعِ وَنَقۡصٖ مِّنَ ٱلۡأَمۡوَٰلِ وَٱلۡأَنفُسِ وَٱلثَّمَرَٰتِۗ وَبَشِّرِ ٱلصَّٰبِرِينَ ١٥٥ ٱلَّذِينَ إِذَآ أَصَٰبَتۡهُم مُّصِيبَةٞ قَالُوٓاْ إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّآ إِلَيۡهِ رَٰجِعُونَ ١٥٦ أُوْلَٰٓئِكَ عَلَيۡهِمۡ صَلَوَٰتٞ مِّن رَّبِّهِمۡ وَرَحۡمَةٞۖ وَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡمُهۡتَدُونَ ١٥٧ ﴾ [البقرة: ١٥٥،  ١٥٧]  
ความว่า “และเราจะทดสอบพวกเจ้าด้วยส่วนหนึ่ง(สิ่งเล็กน้อย)จากความกลัว ความหิวโหย ความเสียหายในทรัพย์สิน ชีวิต และผลผลิต และเจ้าจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้อดทนเถิด บรรดาผู้ที่เมื่อมีบททดสอบได้มาประสบกับพวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่าแท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราจะต้องกลับไปหาพระองค์ ชนเหล่านี้แหละ จะได้รับพรและความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา และชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ได้รับทางนำ” (อัล-
บะเกาะเราะฮฺ : 155-157)
อนุญาตให้ร้องไห้ได้ โดยที่ต้องไม่มีการรำพันคร่ำครวญ และปราศจากการกระทำที่ต้องห้าม ไม่โมโหโกรธเคืองต่อการกำหนดของอัลลอฮฺ เพราะว่าลำพังการร้องไห้นั้นถือว่าเป็นความเมตตาแก่ผู้ตายและความอ่อนโยนของหัวใจ และมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยับยั้งได้ ดังนั้นการร้องให้จึงเป็นสิ่งที่อนุมัติ และบางครั้งอาจจะเป็นสิ่งที่ชอบให้กระทำเสียอีกด้วย 
ขออัลลอฮฺทรงเป็นผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ