ภรรยาต้องเชื่อฟังสามีและไม่อนุญาตให้ฝ่าฝืน

img

Marqoom

Kategorya :

Wika : Thai

Mga View : 65

Idagdag sa mga paborito : 0

โอ้สตรีผู้ศรัทธาเอ๋ย จำเป็นที่เธอจะต้องเชื่อฟังสามีด้วยดี มีรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
«إذَا صَلَّتْ الْمَرْأَةُ خَمْسَهَا ، وَصَامَتْ شَهْرَهَا ، وَحَفِظَتْ فَرْجَهَا ، وَأَطَاعَتْ زَوْجَهَا دَخَلَتْ الْجَنَّةَ مِنْ أَيِّ أَبْوَابِ الْجَنَّةِ شاءت»
ความว่า “เมื่อสตรีได้ละหมาดห้าเวลา ถือศีลอด รักษาอวัยวะเพศของเธอ และเชื่อฟังสามี เธอก็จะได้เข้าสวรรค์จากประตูใดก็ได้ตามที่เธอประสงค์” (บันทึกโดย อิบนุ หิบบาน : 4252)
มีรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่าน
เราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า
«لَا يَحِلُّ لِلْمَرْأَةِ أَنْ تَصُومَ وَزَوْجُهَا شَاهِدٌ إِلَّا بِإِذْنِهِ»
ความว่า “ไม่อนุญาตให้ภรรยาถือศีลอด (ภาคสมัครใจ) ขณะที่สามีไม่ได้เดินทาง นอกจากจะได้รับอนุญาตจากสามี และเธอจะไม่อนุญาตให้คนใดเข้าบ้านของสามี นอกจากสามีจะอนุญาต” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 5192 และมุสลิม : 2367)

«إِذَا دَعَا الرَّجُلُ امْرَأَتَهُ إِلَى فِرَاشِهِ فَأَبَتْ فَبَاتَ غَضْبَانَ عَلَيْهَا لَعَنَتْهَا المَلَائِكَةُ حَتَّى تُصْبِح»
ความว่า “เมื่อสามีได้เรียกภรรยาของเขาไปยังที่นอน แล้วเธอปฏิเสธ แล้วได้เขานอนในสภาพที่โกรธเธอ บรรดามะลาอิกะฮฺสาปแช่งเธอจนถึงยามเช้า” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 5193, 3237, มุสลิม : 3526 และท่านอื่นๆ) และในอีกรายงานของมุสลิม

«وَالَّذِي نَفْسِي بِيَدِهِ، مَا مِنْ رَجُلٍ يَدْعُو امْرَأَتَهُ إِلَى فِرَاشِهَا فَتَأْبَى عَلَيْهِ إِلَّا كَانَ الَّذِي فِي السَّمَاءِ سَاخِطًا عَلَيْهَا حَتَّى يَرْضَى عَنْهَا»
ความว่า “ฉันขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ไม่มีสามีคนใดที่เรียกภรรยาของเขาไปยังที่นอน แล้วเธอปฏิเสธ นอกจากผู้ที่อยู่บนฟากฟ้าได้โกรธกริ้วเธอ จนกว่าเขาจะพอใจต่อเธออีกครั้ง” (บันทึกโดยมุสลิม : 3525)
  และส่วนหนึ่งจากสิทธิของสามีที่มีต่อภรรยา คือเธอจะต้องทำหน้าที่ดูแลรักษาบ้านเรือนของสามี และจะไม่ออกไปจากบ้านนอกจากจะได้รับอนุญาตจากเขาเท่านั้น ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
«وَالْمَرْأَةُ فِي بَيْتِ زَوْجِهَا رَاعِيَةٌ وَهِيَ مَسْئُولَةٌ عَنْ رَعِيَّتِهَا»
ความว่า “และภรรยานั้นเป็นผู้ดูแลอยู่ในบ้านของสามี และเธอจะถูกสอบสวนจากหน้าที่ของเธอ” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์: 5200, มุสลิม: 4701, อบู ดาวูด: 2928 และอัตติรมิซีย์: 1705)
และส่วนหนึ่งจากสิทธิของสามีที่มีต่อภรรยาคือเธอจะต้องทำงานบ้าน และไม่ทำให้สามีต้องหาคนใช้ที่เป็นสตรี ซึ่งทำให้สามีต้องลำบากใจ เขาและลูกๆ อาจจะได้รับอันตรายเพราะคนใช้
  ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ ได้กล่าวว่า “อัลลอฮฺตรัสว่า 
﴿فَٱلصَّٰلِحَٰتُ قَٰنِتَٰتٌ حَٰفِظَٰتٞ لِّلۡغَيۡبِ بِمَا حَفِظَ ٱللَّهُۚ﴾ [النساء : ٣٤]  
ความว่า “บรรดาสตรีที่ดีนั้นคือผู้ที่เชื่อฟังภักดี (อัลลอฮฺและสามี) รักษาทุกสิ่งเมื่อสามีไม่อยู่ด้วยสิ่งที่อัลลอฮฺให้เธอรักษา” (อัน-นิสาอ์ : 34)
โองการนี้บ่งชี้ว่าภรรยาต้องเชื่อฟังต่อสามีในทุกกรณี (โดยไม่มีข้อแม้) อันได้แก่การปรนนิบัติ ร่วมเดินทาง ร่วมหลับนอน และอื่นๆ ดังที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทำเป็นแบบอย่างไว้” (มัจญ์มูอฺฟะตาวา : 32/ 60-61)
อิบนุล ก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “ผู้ที่เห็นว่าการปรนนิบัติต่อสามีเป็นหน้าที่ของภรรยา โดยนับว่าเป็นสิ่งที่ชอบธรรมได้อ้างหลักฐานจากอัลกุรอาน ส่วนการให้ภรรยาอยู่อย่างฟุ้งเฟ้อ ปล่อยให้สามีคอยบริการเธอ กวาดบ้าน โม่แป้ง นวดแป้ง ซักเสื้อผ้า ปูที่นอน และการบริการภายในบ้านนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่น่าเกลียด  ในขณะที่อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
﴿وَلَهُنَّ مِثۡلُ ٱلَّذِي عَلَيۡهِنَّ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ ﴾ [البقرة: ٢٢٨]  
ความว่า “และสำหรับพวกเธอต้องได้รับการปฏิบัติด้วยดี ดังที่พวกเธอต้องปฏิบัติ” (อัล-บะเกาะเราะฮ : 228)

﴿ٱلرِّجَالُ قَوَّٰمُونَ عَلَى ٱلنِّسَآءِ﴾ [النساء : ٣٤]  
ความว่า “และบรรดาสามีเป็นผู้ดูแลรักษาภรรยา” (อัน-นิสาอ์ : 34) 
หากภรรยาไม่ได้ปรนนิบัติต่อเขา แต่เขาทำหน้าที่ดูแลรับใช้เธอ เธอก็จะกลายเป็นผู้ปกครองเหนือสามีแทน (ซึ่งตรงกันข้ามกับที่อัลกุรอานบัญญัติไว้) ...แท้จริงอัลลอฮฺได้กำหนดให้สามีจ่ายค่าครองชีพ เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยของเธอ เพื่อแลกกับการหาความสุขจากตัวเธอ และการปรนนิบัติของเธอ ตามจารีตประเพณีของคู่ครอง
และเช่นเดียวกันนี้ แท้จริง ข้อตกลงต่างๆ ที่ศาสนาไม่ได้กำหนดกรอบไว้ก็ให้เป็นไปตามจารีต ซึ่งโดยจารีตแล้วนั้นภรรยาต้องปรนนิบัติสามีและรักษาผลประโยชน์ภายในบ้าน และไม่ถูกต้องที่แยกระหว่างสตรีที่มีศักดิ์และที่ไม่มีเกียรติ ที่ยากจนและร่ำรวย ดังตัวอย่างของสตรีผู้มีตระกูลที่สุด –หมายถึง ฟาฏิมะฮฺ บุตรี ของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม –เธอได้รับใช้สามีของเธอ และเธอได้ร้องทุกข์ต่อท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในเรื่องของการรับใช้ ท่านก็ไม่ได้ตอบสนองของการร้องทุกข์ของเธอ” (อัล-ฮัดย์ อัน-นะบะวีย์ : 5/188-189)

คำถาม เมื่อภรรยารู้สามีไม่ปรารถนาในตัวของเธอ โดยที่เธอประสงค์จะอยู่กับเขาต่อไป เธอจะทำอย่างไร?
คำตอบ อัลลอฮฺตรัสว่า
﴿ وَإِنِ ٱمۡرَأَةٌ خَافَتۡ مِنۢ بَعۡلِهَا نُشُوزًا أَوۡ إِعۡرَاضٗا فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡهِمَآ أَن يُصۡلِحَا بَيۡنَهُمَا صُلۡحٗاۚ وَٱلصُّلۡحُ خَيۡرٞۗ ﴾ [النساء : ١٢٨]  
ความว่า “และหากภรรยากลัวว่าสามีของเธอจะปล่อยวางหรือผินหลังให้ ก็ไม่เป็นบาปใดๆ แก่ทั้งสอง ในการที่ทั้งสองจะประนีประนอมกัน และการประนีประนอมนั้นเป็นสิ่งที่ดียิ่ง" (อัน-สาอ์ : 128)
อิบนุกะษีรฺ ได้กล่าวว่า หากภรรยากลัวว่าสามีจะหนีจากหรือทอดทิ้ง เธอมีสิทธิ์ที่จะตัดสิทธิ์ของเธอที่มีต่อสามีทั้งหมดหรือบางส่วน เช่น ค่าครองชีพ เสื้อผ้า การร่วมหลับนอน หรืออื่นๆ และให้สามีรับข้อเสนอของเธอ และไม่เป็นบาปอันใดแก่เธอที่จะสละให้แก่เขา และไม่เป็นบาปอันใดที่เขาจะตอบรับ และด้วยเหตุนี้อัลลอฮฺได้ตรัสว่า 
﴿فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡهِمَآ أَن يُصۡلِحَا بَيۡنَهُمَا صُلۡحٗاۚ وَٱلصُّلۡحُ خَيۡرٞۗ ﴾ [النساء : ١٢٨]  
ความว่า “ก็ไม่เป็นบาปอันใดแก่ทั้งสองที่จะประนีประนอมระหว่างทั้งสอง และการประนีประนอมนั้นเป็นสิ่งที่ดียิ่ง” (อัน-นิสาอ์ : 128) กล่าวคือดีกว่าการแยกทาง...แท้จริงท่านหญิงเสาดะฮฺ บินติ ซัมอะฮฺ เมื่อเธอมีอายุมากขึ้น และท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตั้งใจจะแยกทางกับเธอ และเธอก็ได้เจรจากับท่าน โดยให้คงสภาพการเป็นภรรยาไว้ และสละเวรของเธอแก่ท่านหญิง
อาอิชะฮฺ ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็ตกลง และคงเธอไว้เหมือนเดิม (ตัฟซีรฺ อิบนุกะษีรฺ : 2/406)
คำถาม เมื่อภรรยาเกลียดชังสามี และไม่ต้องการที่จะเป็นภรรยาอีกต่อไป เธอจะทำอย่างไร?
ตอบ อัลลอฮฺตรัสว่า
﴿فَإِنۡ خِفۡتُمۡ أَلَّا يُقِيمَا حُدُودَ ٱللَّهِ فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡهِمَا فِيمَا ٱفۡتَدَتۡ بِهِۦۗ ﴾ [البقرة: ٢٢٩]  
ความว่า “หากพวกเจ้ากลัวว่าเขาทั้งสองจะไม่สามารถดำรงไว้ซึ่งขอบเขตของอัลลอฮฺ ก็ไม่เป็นบาปอันใดแก่ทั้งสองในสิ่งที่เธอนำมาไถ่ตัว” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 229)
  อิบนุ กะษีรฺ กล่าวว่า “เมื่อสามีภรรยาเกิดความขัดแย้งกัน และภรรยาไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อสามี และเธอมีความเกลียดชังสามี และเธอไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้แล้ว เธอสามารถที่จะเอาสินสอดที่สามีเคยมอบให้แก่เธอมาไถ่ตัวได้ และไม่เป็นบาปอันใดแก่เธอที่จะจ่าย และไม่เป็นบาปที่เขาจะตอบรับ” (ตัฟซีรฺ อิบนุ กะษีรฺ : 1/483) นี่คือการซื้อหย่า
คำถาม เมื่อเธอขอแยกทางกับสามี โดยไม่มีอุปสรรคที่ได้รับการอนุโลม เธอจะได้รับโทษอย่างไร?
คำตอบ มีรายงานจาก เษาบาน ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
«أَيُّمَا امْرَأَةٍ سَأَلَتْ زَوْجَهَا طَلاقًا فِي غَيْرِ مَا بَأْسٍ فَحَرَامٌ عَلَيْهَا رَائِحَةُ الْجَنَّة»
ความว่า “ภรรยาคนใดก็ตามที่ขอให้สามีหย่าเธอ โดยที่ไม่มีมูลเหตุแห่งปัญหาใดๆ ดังนั้น กลิ่นของสวรรค์ย่อมเป็นที่ต้องห้ามสำหรับเธอ” (บันทึกโดยอบู ดาวูด : 2226 และอัตติรมิซีย์  : 1187)
 
นั่นก็เพราะว่าการหย่าร้าง เป็นสิ่งอนุมัติที่อัลลอฮฺเกลียดชังยิ่ง และแท้จริงจะกระทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็น หากไม่มีความจำเป็นแล้ว ก็ย่อมเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ เนื่องจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่จะติดตามมา  ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัด และความจำเป็นที่ทำให้ภรรยาหันไปพึ่งพาการหย่าร้างนั้น คือการที่สามีไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเขาที่พึงมีต่อเธอ โดยเธอได้รับความเดือดร้อน หากยังอยู่ร่วมกันอีกต่อไป อัลลอฮฺตรัสว่า 
﴿فَإِمۡسَاكُۢ بِمَعۡرُوفٍ أَوۡ تَسۡرِيحُۢ بِإِحۡسَٰنٖۗ ﴾ [البقرة: ٢٢٩]  
ความว่า “จากนั้นจงยับยั้งเธอไว้โดยชอบธรรม หรือปล่อยเธอไปด้วยดี” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 229)
 
และอัลลอฮฺตรัสว่า
﴿ لِّلَّذِينَ يُؤۡلُونَ مِن نِّسَآئِهِمۡ تَرَبُّصُ أَرۡبَعَةِ أَشۡهُرٖۖ فَإِن فَآءُو فَإِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٢٢٦ وَإِنۡ عَزَمُواْ ٱلطَّلَٰقَ فَإِنَّ ٱللَّهَ سَمِيعٌ عَلِيمٞ ٢٢٧ ﴾ [البقرة: ٢٢٦،  ٢٢٧]  
ความว่า “สำหรับผู้ที่สาบานว่าพวกเขาจะไม่มีเพศสัมพันธ์กับภรรยานั้น ให้มีการรอคอยสี่เดือน ถ้าหากพวกเขากลับมาคืนดี (ในเวลาดังกล่าว) แน่นอนอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ทรงเมตตาเสมอ และถ้าหากพวกเขาตัดสินใจหย่า แท้จริงอัลลอฮฺทรงได้ยิน ทรงรอบรู้” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 226-227)