เพิ่มเติม : ห้ามสตรีจับมือกับผู้ชายที่ไม่ใช่มะห์ร็อม

img

Marqoom

Kategorya :

Wika : Thai

Mga View : 69

Idagdag sa mga paborito : 0

ชัยค์อับดุลอะซีซ บิน บาซ ประธานองค์การค้นคว้าด้านวิชาการ การชี้ขาดปัญหาศาสนา และการเรียกร้องเชิญชวน กล่าวไว้ในอัล-ฟะตาวา ซึ่งสถาบันการเผยแพร่และการเรียกร้องเชิญชวนจัดพิมพ์ (1/85) ว่า “ไม่อนุญาตให้สตรีจับมือผู้ชายที่ไม่ใช่ได้
มะห์ร็อมในทุกกรณี  ไม่ว่าพวกเธอจะเป็นสาวหรือชราก็ตาม ไม่ว่าผู้ชายที่จับมือนั้นจะเป็นเด็กหนุ่มหรือคนแก่ก็ตาม เนื่องจากการกระทำเช่นนั้นเป็นอันตรายแก่ทุกคน มีรายงานที่เชื่อถือได้จากท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า 
«إِنِّي لَا أُصَافِحُ النِّسَاءَ»
ความว่า “แท้จริง ฉันจะไม่จับมือกับบรรดาสตรี” (บันทึกโดยอัน-
นะสาอีย์ : 4181)
และท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า   
وَاللَّهِ مَا مَسَّتْ يَدُ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَدَ امْرَأَةٍ قَطُّ غَيْرَ أَنَّهُ يُبَايِعُهُنَّ بِالْكَلَامِ.
ความว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ มือของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ
อะลัยฮิวะสัลลัม ไม่เคยสัมผัสกับมือของหญิงคนใดเลย เพียงแต่ท่านทำสัตยาบันกับพวกเธอด้วยคำพูดเท่านั้น” (บันทึกโดยมุสลิม : 1866)
    และไม่มีความแตกต่างกันระหว่างการจับมือโดยมีสิ่งขวางกั้นหรือไม่มีสิ่งขวางกั้นก็ตาม เนื่องจากหลักฐานต่างๆ ที่ครอบคลุม และเพื่อปิดช่องทางที่จะนำไปสู่ความวุ่นวาย
ชัยค์มุหัมมัด อัล-อะมีน อัช-ชันกีฏีย์ กล่าวไว้ในตัฟซีรฺ
อัฎวาอ์ อัล-บะยาน (6/602-603) ว่า “พึงทราบเถิดว่า ไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่แต่งงานกันได้จะจับมือกัน และไม่อนุญาตให้สัมผัสร่างกายกับร่างกาย และหลักฐานในเรื่องราวดังกล่าวนั้นมีมากมาย
หนึ่ง ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงฉันจะไม่จับมือกับบรรดาสตรี...”  และอัลลอฮฺตรัสว่า
﴿ لَّقَدۡ كَانَ لَكُمۡ فِي رَسُولِ ٱللَّهِ أُسۡوَةٌ حَسَنَةٞ لِّمَن كَانَ يَرۡجُواْ ٱللَّهَ وَٱلۡيَوۡمَ ٱلۡأٓخِرَ وَذَكَرَ ٱللَّهَ كَثِيرٗا ٢١ ﴾ [الأحزاب : ٢١]  
ความว่า “โดยแน่นอนในเราะสูลของอัลลอฮฺมีแบบอย่างอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว” (อัล-อะห์ซาบ : 21)
ดังนั้น เราจะต้องไม่จับมือกับสตรี เพื่อเป็นการดำเนินตามท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และหะดีษดังกล่าวเราได้นำเสนอมาแล้วในการอธิบายอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-หัจญ์ในเรื่องที่ว่าด้วยการห้ามไม่ให้ผู้ชายสวมใส่เสื้อผ้าที่ย้อมสีเหลือง ทุกกรณี ในพิธีกรรมหัจญ์หรืออุมเราะฮฺ และอื่นๆ และในซูเราะฮฺ อัล-
อะห์ซาบเกี่ยวกับเรื่องหิญาบ
 และการที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่จับมือกับบรรดาสตรีในขณะที่ทำสัตยาบันนั้น เป็นหลักฐานที่ชัดแจ้งว่าผู้ชายนั้นจะไม่จับมือกับผู้หญิง และร่างกายของเขาจะไม่ไปสัมผัสกับร่างกายของเธอ เพราะว่าการจับมือเป็นการสัมผัสที่เบาที่สุดจากประเภทของการสัมผัส ดังนั้น เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ไม่จับมือในเวลาที่มีความจำเป็น นั่นก็คือเวลาการทำสัตยาบัน ก็บ่งบอกการจับมือไม่เป็นที่อนุญาต และไม่อนุญาตให้คนหนึ่งคนใดขัดแย้งกับท่าน เพราะท่านเป็นผู้วางบทบัญญัติให้แก่ประชาชาติของท่าน โดยคำพูด การกระทำต่างๆ และการยอมรับของท่าน
  สอง เราเคยนำเสนอแล้วว่า บรรดาสตรีเป็นเอาเราะฮฺ (สิ่งพึงสงวน) ดังนั้นเธอต้องสวมใส่หิญาบ และการที่มีคำสั่งให้ลดสายตาเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย และไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าการสัมผัสร่างกายกับร่างกายนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดและชักนำความรู้สึกได้ดีที่สุดมากกว่ามองด้วยสายตา และบุคคลที่มีหลักธรรมย่อมรู้ว่านี่คือความจริง
  สาม การจับมือจะเป็นตัวนำสู่การเสพสุขกับสตรีที่ไม่ใช่ภรรยา เนื่องจากสมัยนี้ความยำเกรงลดน้อยลง ขาดความซื่อสัตย์ และไม่มีการออกห่างจากสิ่งที่ทำให้เกิดความระแวง  ซึ่งเราก็ได้บอกหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า สามีบางคนจูบพี่น้องสาวของภรรยา ด้วยการจูบปากต่อปาก และเรียกการจูบดังกล่าวว่า -ซึ่งเป็นที่ต้องห้ามโดยมติเอกฉันท์- ว่าเป็นการทักทายให้เกียรติ พวกเขาจะกล่าวกันว่า ท่านจงทักทายแก่เธอ พวกเขาหมายถึงว่าท่านจงจูบเธอ ดังนั้นความจริงที่ไม่ต้องสงสัยใดๆ คือการออกห่างจากฟิตนะฮฺและสาเหตุที่ทำให้เกิดความระแวง และที่ใหญ่หลวงที่สุดคือการสัมผัสเรือนร่างของสตรีที่แต่งงานกันได้ และทุกช่องทางที่นำสู่สิ่งต้องห้ามนั้น จำเป็นจะต้องปิดให้สนิท

บทส่งท้าย
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ฉันขอเตือนพวกท่านให้รำลึกถึงคำสั่งของอัลลอฮฺ ในคำตรัสของพระองค์ที่ว่า
﴿ قُل لِّلۡمُؤۡمِنِينَ يَغُضُّواْ مِنۡ أَبۡصَٰرِهِمۡ وَيَحۡفَظُواْ فُرُوجَهُمۡۚ ذَٰلِكَ أَزۡكَىٰ لَهُمۡۚ إِنَّ ٱللَّهَ خَبِيرُۢ بِمَا يَصۡنَعُونَ ٣٠ وَقُل لِّلۡمُؤۡمِنَٰتِ يَغۡضُضۡنَ مِنۡ أَبۡصَٰرِهِنَّ وَيَحۡفَظۡنَ فُرُوجَهُنَّ وَلَا يُبۡدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا مَا ظَهَرَ مِنۡهَاۖ وَلۡيَضۡرِبۡنَ بِخُمُرِهِنَّ عَلَىٰ جُيُوبِهِنَّۖ وَلَا يُبۡدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا لِبُعُولَتِهِنَّ أَوۡ ءَابَآئِهِنَّ أَوۡ ءَابَآءِ بُعُولَتِهِنَّ أَوۡ أَبۡنَآئِهِنَّ أَوۡ أَبۡنَآءِ بُعُولَتِهِنَّ أَوۡ إِخۡوَٰنِهِنَّ أَوۡ بَنِيٓ إِخۡوَٰنِهِنَّ أَوۡ بَنِيٓ أَخَوَٰتِهِنَّ أَوۡ نِسَآئِهِنَّ أَوۡ مَا مَلَكَتۡ أَيۡمَٰنُهُنَّ أَوِ ٱلتَّٰبِعِينَ غَيۡرِ أُوْلِي ٱلۡإِرۡبَةِ مِنَ ٱلرِّجَالِ أَوِ ٱلطِّفۡلِ ٱلَّذِينَ لَمۡ يَظۡهَرُواْ عَلَىٰ عَوۡرَٰتِ ٱلنِّسَآءِۖ وَلَا يَضۡرِبۡنَ بِأَرۡجُلِهِنَّ لِيُعۡلَمَ مَا يُخۡفِينَ مِن زِينَتِهِنَّۚ وَتُوبُوٓاْ إِلَى ٱللَّهِ جَمِيعًا أَيُّهَ ٱلۡمُؤۡمِنُونَ لَعَلَّكُمۡ تُفۡلِحُونَ ٣١ ﴾ [النور : ٣٠-٣١]  
ความว่า “จงกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาชายเถิด ให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขา และรักษาอวัยวะเพศของพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้รอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ และจงกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาหญิงเถิด ให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอ และรักษาอวัยวะเพศของพวกเธอ ไม่นำเอาเครื่องประดับของพวกเธอมาแสดง นอกจากสิ่งที่อยู่ภายนอกเท่านั้น และพวกเธอจงเอาผ้าคลุมศีรษะของพวกเธอมาคลุมคอเสื้อของพวกเธอ และไม่นำเครื่องประดับของพวกเธอมาแสดง นอกจากแก่สามีของพวกเธอ พ่อของพวกเธอ พ่อของสามีของพวกเธอ ลูกของพวกเธอ ลูกของสามีของพวกเธอ พี่น้องชายของพวกเธอ ลูกของพี่น้องชายของพวกเธอ ลูกชายของพี่น้องหญิงของพวกเธอ พวกผู้หญิงของพวกเธอ พวกทาสของพวกเธอ พวกติดตามที่ไม่มีความต้องการทางเพศจากพวกผู้ชาย หรือเด็กที่พวกเขาไม่รู้จักสิ่งที่พึงสงวนต่างๆ ของสตรี และพวกเธออย่าได้เอาเท้าของพวกเธอกระแทกพื้น เพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่พวกเธอซ่อนไว้จากเครื่องประดับของพวกเธอ และพวกเจ้าจงกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺอย่างพร้อมเพรียงกัน โอ้บรรดาผู้ศรัทธา หวังว่าพวกเจ้าจะประสบความสำเร็จ” (อัน-นูรฺ : 30-31)
มวลการสรรเสริญนั้นเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ความจำเริญและสันติจงมีแด่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม วงศ์วานของท่าน และบรรดาสาวกทั้งมวล