จุดเริ่มต้นของวะฮ์ยุ

img

Marqoom

Kategorya :

Wika : Thai

Mga View : 70

Idagdag sa mga paborito : 0

ท่านศาสดามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มีมารยาทดีตั้งแต่อัลลอฮ์ทรงสร้างท่านมา บรรดากลุ่มชนของท่าน จะเรียกท่านว่า อัศศอดิกุลอามีน (คือผู้ที่มีสัจจะและซื่อสัตย์) ท่านเคยมีส่วน-ร่วมกับกลุ่มชนของท่านในการงานที่ยิ่งใหญ่ และท่านจะโกรธกริ้วในสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่ในเรื่องของการบูชารูปปั้น ซึ่งท่านจะไม่ร่วมกับพวกเขาในเรื่องนี้
เมื่อท่านมีอายุถึงสี่สิบปีในขณะที่ท่านอยู่ในนครมักกะฮ์ อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงเลือกท่านให้เป็นศาสดา (เราะซูล) ดังนั้นมลาอีกะฮ์ ญิบรีล อะลัยฮิสสลาม ได้มาหาท่านพร้อมกับนำโองการตอนต้นของซูเราะฮ์แรกที่ถูกประทานลงมาจากคัมภีร์อัลกุรอาน นั่นก็คือคำตรัสของพระองค์ที่ว่า: 
﴿ٱقۡرَأۡ بِٱسۡمِ رَبِّكَ ٱلَّذِي خَلَقَ١ خَلَقَ ٱلۡإِنسَٰنَ مِنۡ عَلَقٍ٢ ٱقۡرَأۡ وَرَبُّكَ ٱلۡأَكۡرَمُ٣ ٱلَّذِي عَلَّمَ بِٱلۡقَلَمِ٤ عَلَّمَ ٱلۡإِنسَٰنَ مَا لَمۡ يَعۡلَمۡ٥﴾ [العلق: 1-5]
ความว่า (จงอ่านด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้าผู้ทรงบังเกิด(1) ทรงบังเกิดมนุษย์จากก้อนเลือด(2) จงอ่านเถิด และพระเจ้าของเจ้านั้นผู้ทรงใจบุญยิ่ง(3) ผู้ทรงสอนการใช้ปากกา(4) ผู้ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้(5)) (อัลอะลัก : 1-5) 
ดังนั้นท่านจึงมาหาภรรยาของท่าน เคาะดีญะฮ์    เราะฎิยัลลอฮุ-อันฮา ด้วยความหวาดกลัว และเล่าเรื่องราวให้นางฟัง แล้วนางก็ได้ปลอบใจท่านและพาท่านไปหาวะเราะเกาะฮ์ บินเนาฟัล ลูกพี่ลูกน้องของนาง ซึ่งเป็นชาวคริสต์และเขาได้อ่านคัมภีร์อัตเตารอตและคัมภีร์อินญีล เคาะดีญะฮ์พูดกับเขาว่า : "โอ้ ลูกพี่ลูกน้อง จงฟังจากหลานชายของเจ้าหน่อย" วะเราะเกาะฮ์ พูดกับเขาว่า: "โอ้ หลานชายของข้า เจ้าเห็นอะไรหรือ?" ดังนั้นท่านศาสดา (เราะซูลุลลอฮ์) ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เล่าในสิ่งที่ท่านเห็น 
วะเราะเกาะฮ์ จึงพูดว่า: "นี่คือมลาอีกะฮ์ญิบรีล ที่อัลลอฮ์เคยประทานลงมาให้กับนบีมูซา ฉันหวังจะเป็นชายหนุ่มในช่วงที่เจ้าเป็นศาสดา ฉันหวังจะมีชีวิตในตอนที่กลุ่มชนของเจ้าขับไล่เจ้าออกไป ท่านศาสดา (เราะซูลุลลอฮ์) ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถามว่า: "พวกเขาจะขับไล่ฉันกระนั้นหรือ?" วะเราะเกาะฮ์ตอบว่า: "ใช่ เพราะไม่มีชายใดที่นำมาซึ่งสิ่งที่เหมือนกับสิ่งที่เจ้าได้นำมา นอกเสียจากเขาจะถูกต่อต้าน และหากฉันทันกับช่วงเวลาที่เจ้าเผยแพร่ศาสนา ฉันจะช่วยเจ้าอย่างสุดความสามารถ"()
ในช่วงระยะเวลาที่อยู่มักกะฮ์ ได้มีการประทานอัลกุรอานลงมาแก่ท่านอย่างต่อเนื่อง โดยมีญิบรีล อะลัยฮิสะลาม เป็นผู้นำอัลกุรอานลงมาจากพระเจ้าแห่งสากลโลก ดังเช่นที่ญิบรีลได้นำรายละเอียดต่างๆ ของสาสน์มาให้ท่าน
และท่านยังคงเชิญชวนกลุ่มชนของท่านให้เข้ารับอิสลาม บรรดากลุ่มชนของท่านได้ปฏิเสธและต่อต้านท่าน และได้ยื่นข้อเสนอให้ท่านเพื่อแลกกับการสละพระราชสาสน์ ด้วยทรัพย์สมบัติและการปกครองครอง แต่ท่านได้ปฏิเสธทุกอย่าง พวกเขาก็ต่อว่าท่านเหมือนกับผู้คนที่เคยต่อว่าบรรดาศาสดา (เราะซูล) ก่อนหน้าท่านว่า เป็นหมอผี เป็นคนมุสา เป็นผู้ที่กุเรื่องขึ้นมา พวกเขากดขี่และทำร้ายร่างกายอันมีเกียรติของท่านและข่มเหงผู้ที่ปฏิบัติตามท่าน
ท่านศาสดา (เราะซูลุลลอฮ์) ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังคงอยู่ในมักกะฮ์เพื่อเชิญชวนไปยังอัลลอฮ์ ท่านเชิญชวนผู้คนในช่วงฤดู-ฮัจญ์และตลาดอาหรับตามฤดูกาล ซึ่งท่านจะพบปะกับผู้คนมากมายและจะเผยแผ่อิสลามแก่พวกเขาโดยไม่หวังผลตอบแทนแห่งโลกดุน-ยาหรือการเป็นผู้นำเลย ท่านไม่ได้ข่มขู่ด้วยดาบและไม่ได้มีอำนาจหรือเป็นกษัตริย์มาก่อน และท่านประกาศท้าทายในช่วงแรกๆ ของการเผยแผ่ศาสนาของท่าน โดยให้พวกเขานำมาซึ่งสิ่งหนึ่งที่เหมือนกับอัลกุรอานอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้นำมา และท่านก็ยังคงท้าทายศัตรูของท่านด้วยสิ่งนี้ จนทำให้มีบรรดาเศาะหาบะฮ์ที่ทรง-เกียรติ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม   ได้ศรัทธาต่อท่าน และสิ่งที่มีในคัมภีร์อัลกุรอาน 
และในนครมักกะฮ์ อัลลอฮ์ทรงให้เกียรติท่านด้วยสัญญาณอันยิ่งใหญ่ นั่นคือการเดินทางไปยังบัยตุลมักดิศ (มัสยิดอัลอักศอ) แล้วเดินทางขึ้นสู่ฟากฟ้า   และเป็นที่ทราบกันดีว่าอัลลอฮ์ได้ทรงยก นบีอิลยาส และนบีอีซา อะลัยฮิมัสสะลาม ขั้นสู่ฟากฟ้า ตามที่ได้มีระบุไว้ ณ บรรดามุสลิมและคริสเตียน 
และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับคำสั่งจากอัลลอฮ์บนฟากฟ้าให้ทำการละหมาด ซึ่งเป็นการละหมาดที่ชาวมุสลิมจะปฏิบัติวันละ 5 เวลา และในนครมักกะฮ์เช่นเดียวกันได้มีสัญญานอันยิ่งใหญ่อื่นเกิดขึ้น นั่นก็คือการแยกกันของดวงจันทร์จนกระทั่งบรรดาผู้ตั้งภาคีได้เห็นมัน
บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาชาวกุเรชได้ใช้ทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านท่าน โดยการวางแผนและตีตัวออกห่างจากท่าน ดื้อรั้นด้วยการขอสัญญานต่างๆ และขอความช่วยเหลือจากชาวยิวให้ส่งหลักฐานเพื่อช่วยพวกเขาในการโต้แย้งกับท่าน และขัดขวางผู้คนให้ออกไปจากตัวท่าน
และในเมื่อผู้ปฏิเสธศรัทธาชาวกุเรซได้กดขี่ข่มเหงบรรดาผู้ศรัทธาอย่างต่อเนื่อง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้อนุญาตให้พวกเขาอพยพไปยังเมืองหะบะชะฮ์ (เอธิโอเปีย) และกล่าวว่า ที่นั่น (หะบะชะฮ์) มีกษัตริย์ผู้เที่ยงธรรม ไม่กดขี่ใคร ซึ่งเป็นชาวคริสต์ หลังจากนั้นสองกลุ่มในหมู่พวกเขาจึงอพยพไปยังหะบะชะฮ์ เมื่อมู-ฮาญีรูน (บรรดาผู้อพยพ) เดินทางมาถึงหะบะชะฮ์ พวกเขาก็ได้นำเสนอศาสนาที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้นำมาแก่กษัตริย์นะญาชีย์ แล้วกษัตริย์ก็เข้ารับอิสลามและกล่าวว่า: สิ่งนี้และสิ่งที่มูซา อะลัยฮิสสลาม ได้นำมานั้น มาจากที่เดียวกัน และการทำร้ายของกลุ่มชนของท่านที่มีต่อท่านและเศาะหาบะฮ์ของท่านก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
และในบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อท่านนบีในช่วงฤดูฮัจญ์นั้นคือ กลุ่มหนึ่งที่เดินทางมาจากมะดีนะฮ์และให้คำมั่นกับท่านว่าจะจงรักภักดีต่ออิสลามและจะให้ความช่วยเหลือเมื่อท่านอพยพย้ายไปอยู่ในเมืองของพวกเขา ซึ่งในเวลานั้นมีชื่อเรียกกันว่า (ยัษริบ) และท่านได้อนุญาตให้บรรดาผู้ที่ยังคงอยู่ในนครมักกะฮ์อพยพไปยังเมืองมะดี-นะฮ์ แล้วพวกเขาก็ได้อพยพไปยังมะดีนะฮ์และเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่นั่นจนกระทั่งไม่มีบ้านไหนเลยที่ไม่ได้เข้ารับอิสลาม
หลังจากที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เผยแพร่ศาสนาอิสลามที่มักกะฮ์ เป็นเวลา 13 ปี อัลลอฮ์ได้ทรงอนุญาตให้ท่านอพยพไปยังเมืองมะดีนะฮ์ ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ-วะซัลลัม จึงอพยพไปยังเมืองมะดีนะฮ์และสานต่อภารกิจการเชิญชวนไปยังอัลลอฮ์ และที่เมืองมะดีนะฮ์นี้บทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามถูกทยอยประทานลงมาอย่างต่อเนื่อง และท่านก็เริ่มส่งตัวแทนพร้อมจดหมายไปยังหัวหน้าของชนเผ่าและกษัตริย์ต่างๆ เพื่อเชิญชวนพวกเขาให้เข้ารับอิสลาม และในบรรดาผู้ที่ได้รับจดหมายนั้นคือ: กษัตริย์แห่งโรมัน กษัตริย์แห่งเปอร์เซีย และกษัตริย์แห่งอียิปต์
ณ เมืองมะดีนะฮ์ ได้เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ผู้คนจึงตื่นตระหนก และบังเอิญว่าวันนั้น เป็นวันที่อิบรอฮีมบุตรของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เสียชีวิต ผู้คนจึงกล่าวว่า: ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเกิดจากการเสียชีวิตของอิบรอฮีม ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า: "แท้จริงแล้วปรากฏการณ์สุริยุปราคาหรือจันทรุปราคาไม่ได้เกิดจากการเสียชีวิตหรือการกำเนิดของมนุษย์แต่อย่างใด แต่ทั้งสองเป็นสัญญาณของอัลลอฮ์ เพื่อที่จะให้บ่าวของพระองค์นั้นรู้สึกกลัว"() ถ้าหากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นคนมุสาชอบแอบอ้าง เขาคงจะรีบใช้โอกาสทำให้ผู้ที่ปฏิเสธท่านรู้สึกกลัว โดยกล่าวว่า แท้จริงปรากฏการณ์สุริยุปราคาเกิดขึ้นเพราะการเสียชีวิตของลูกชายฉัน แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่ปฏิเสธฉัน?
และอัลลอฮ์ได้ทรงประดับประดาท่านศาสดา (เราะซูลุลลอฮ์) ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ด้วยศีลธรรมอันสมบูรณ์ และพระองค์ได้กล่าวถึงคุณลักษณะของท่านว่า: 
﴿وَإِنَّكَ لَعَلَىٰ خُلُقٍ عَظِيم﴾ [القلم: 4]
 ความว่า (และแท้จริง เจ้านั้นอยู่บนศีลธรรมอันยิ่งใหญ่) (อัลเกาะลัม: 4) 
ท่านศาสดา (เราะซูลุลลอฮ์) ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มีลักษณะนิสัยที่ดีทุกด้าน เช่น ความซื่อสัตย์ ความบริสุทธิ์ใจ ความกล้าหาญ ความยุติธรรม ความจงรักภักดีแม้กระทั่งกับศัตรู ความเอื้ออาทรและรักการบริจาคเพื่อคนยากจน คนขัดสน หญิงหม้าย และผู้ร้องขอ และใส่ใจที่จะให้พวกเขาได้รับทางนำ ท่านมีความเมตตาและถ่อมตนต่อพวกเขา เช่น เมื่อมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งมาตามหาท่านศาสดา (เราะซูลุลลอฮ์) ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และได้สอบถามบรรดาเศาะฮาบะฮ์ ทั้งๆ ที่ท่านอยู่ร่วมในหมู่ของเศาะหาบะฮ์ แต่เขาไม่รู้จักท่าน แล้วถามว่า: ในบรรดาพวกเจ้าใครคือมุฮัมมัด?
ชีวประวัติของท่านศาสดา (เราะซูล) ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบและความสูงส่งในการปฏิสัมพันธ์กับทุกคน ทั้งศัตรูหรือมิตรสหาย สนิทหรือไม่สนิท ผู้ใหญ่หรือเด็ก ผู้ชายหรือผู้หญิง สัตว์ต่างๆ หรือนก
และเมื่ออัลลอฮ์ได้ให้ศาสนาสมบูรณ์แก่ท่าน และท่านศาสดา (เราะซูล) ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เองก็ได้เผยแผ่สาสน์อย่างถึงที่สุดแล้ว ท่านก็เสียชีวิตโดยมีอายุหกสิบสามปี สี่สิบปีก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสดา และอีกยี่สิบสามปีที่เป็นศาสดา (นบีและเราะซูล) ร่างของท่านถูกฝังในเมืองมะดีนะฮ์ และท่านไม่ได้ทิ้งทรัพย์สินเงินทองหรือมรดกแต่อย่างใด เว้นแต่ล่อสีขาวของท่านที่เคยใช้ขี่ และที่ดินเพื่อการกุศลแก่นักเดินทาง()
และจำนวนผู้เข้ารับอิสลาม ศรัทธาและติดตามท่านมีจำนวนมาก บรรดาเศาะหาบะฮ์ของท่านที่ได้ร่วมประกอบพิธีฮัจญ์วิดาอ์ (ฮัจญ์อำลา) พร้อมกับท่านมีมากกว่าหนึ่งแสนคนก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตประมาณสามเดือน ซึ่งบางทีสิ่งนี้อาจจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการปกป้องรักษาและการเผยแพร่ศาสนาของท่าน และแท้จริงแล้วบรรดาเศาะหาบะฮ์ของท่านที่ท่านอบรมพวกเขาด้วยคุณธรรมและหลักการของศาสนาอิสลามนั้น เป็นเศาะฮหาบะฮ์ที่ดีที่สุดในเรื่องของความยุติธรรม ความสมถะ ความกตัญญู ความจงรักภักดี และการอุทิศตนเพื่อศาสนาอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาได้ศรัทธา
และบรรดาเศาะหาบะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ที่ศรัทธา มีความรู้ มีการปฏิบัติ มีความจริงใจ มีความเชื่อมั่น อุทิศตน มีความกล้าหาญ และเอื้ออาทรที่สุดคือ อบูบักร์ อัศศิดดีก อุมัร บิน อัลค็อตฏ็อบ       อุษมาน บิน อัฟฟาน และอาลี บิน อบีฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม และพวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ศรัทธาและเชื่อมั่นต่อท่าน    และเป็นเคาะลีฟะฮ์ (ผู้นำ) ผู้ซึ่งถือธงแห่งศาสนาถัดจากท่าน โดยที่พวกเขาไม่ได้มีคุณลักษณะของการเป็นศาสดาแต่อย่างใด และท่านไม่ได้แยกพวกเขาเป็นการเฉพาะโดยปราศจากเศาะหาบะฮ์ท่านอื่นๆ เลย เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม
และอัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงรักษาคัมภีร์ของพระองค์ที่ท่านได้นำมา ซุนนะห์ของท่าน ชีวประวัติของท่าน คำพูดของท่าน และการกระทำของท่าน ด้วยภาษาที่ท่านพูด และไม่มีชีวประวัติใดที่ได้รับการบันทึกรักษาไว้ในประวัติศาสตร์เหมือนกับชีวประวัติของท่านศาสดา ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แม้กระทั่งได้มีการบันทึกว่าท่านศาสดา ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นอน กิน ดื่ม และหัวเราะอย่างไร? ท่านใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในบ้านของท่านอย่างไร? และทุกเหตุการณ์ของท่านได้รับการเก็บรักษา และจดบันทึกไว้ในชีวประวัติของท่าน ท่านเป็นมนุษย์(ที่ได้รับการแต่งตั้ง)เป็นศาสดา (เราะซูล) คนหนึ่ง ซึ่งไม่มีคุณลักษณะใดๆ ของความเป็นพระเจ้า และท่านไม่สามารถให้คุณหรือให้โทษแก่ตัวท่านเองได้