สาสน์ของท่าน

img

Marqoom

Kategorya :

Wika : Thai

Mga View : 80

Idagdag sa mga paborito : 0

อัลลอฮ์ได้ส่งมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หลังจากที่การตั้งภาคี การปฏิเสธศรัทธา และความเขลาได้แผ่กระจายไปทั่วพื้นแผ่นดิน และไม่มีใครบนหน้าแผ่นดินที่ศรัทธาและไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์นอกเสียจากชาวคัมภีร์จำนวนหนึ่งที่ยังคงเหลืออยู่ ดังนั้นอัลลอฮ์ ตะอาลา จึงได้ทรงแต่งตั้งศาสนทูตของพระองค์ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งเป็นศาสดาและศาสนทูตคนสุดท้าย อัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งท่านด้วยทางนำและศาสนาแห่งสัจธรรมเพื่อสากลโลกทั้งมวล เพื่อพระองค์จะทรงให้ศาสนาอิสลามอยู่เหนือศาสนาทั้งมวล และเพื่อนำผู้คนออกจากความมืดมิดของการกราบไหว้รูปปั้น การปฏิเสธศรัทธา และความเขลาไปสู่แสงสว่างของการให้เอกภาพและการศรัทธา และสาสน์ของท่านจะเป็นการเติมเต็มสาสน์ของบรรดาศาสดาที่ผ่านมา อะลัยฮิมุเศาะลาตุวัสสะลาม
และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เรียกร้องเชิญชวนไปยังสิ่งที่บรรดาศาสดาและศาสนทูต อะลัยฮิมุสสลาม ได้เรียกร้องเชิญชวนไว้ เช่น นูห์ อิบรอฮีม มูซา สุลัยมาน ดาวูดและอีซา พวกเขาได้เรียกร้องเชิญชวนไปสู่การศรัทธาว่าพระเจ้านั้นคืออัลลอฮ์ ผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงประทานปัจจัยยังชีพ ผู้ทรงให้เป็น ผู้ทรงให้ตาย ผู้ทรงอภิสิทธิ์ ผู้ทรงอำนาจ และพระองค์คือผู้ทรงบริหารจัดการ ผู้ทรงเอ็นดูและเมตตาเสมอ และพระองค์คือผู้ทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลทั้งที่เรามองเห็นและมองไม่เห็น และทุกสิ่งทุกอย่างนอกจากอัลลอฮ์แล้วจะเป็นสิ่งถูกสร้างอย่างหนึ่งของพระองค์
เช่นเดียวกันท่านได้เชิญชวนให้ทำการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) ต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียว และละทิ้งการเคารพภักดีต่อสิ่งอื่น และได้ชี้แจงอย่างชัดเจน ว่าอัลลอฮ์นั้นมีเพียงองค์เดียว ไม่มีหุ้นส่วนใดๆ ต่อพระองค์ ทั้งในการเคารพภักดี อำนาจ การสร้างหรือการบริหารจัดการ และได้ชี้แจงว่าอัลลอฮ์ ตะอาลา ไม่ประสูติและไม่ถูกประสูติ และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนหรือเท่าเทียมพระองค์ และพระองค์จะไม่ทรงสถิตอยู่กับสิ่งใดและจะไม่ร่างทรงในสิ่งใดที่เป็นสิ่งถูกสร้างของพระองค์
และท่านได้เชิญชวนให้ศรัทธาต่อคัมภีร์ของอัลลอฮ์ เช่น คัมภีร์ของอิบรอฮีมและมูซา อะลัยฮิมัสสลาม คัมภีร์อัตเตารอต คัมภีร์อัซ-ซะบูร และคัมภีร์อัลอินญีล และได้เชิญชวนให้ศรัทธาต่อบรรดาศา-สนทูต (เราะซูล) อะลัยฮิมุสสลาม ทุกคน   และผู้ใดที่ปฏิเสธต่อศา-สนทูตท่านใดท่านหนึ่ง ถือว่าเขานั้นได้ปฏิเสธบรรดาศาสนทูตทั้งหมด
และท่านได้แจ้งข่าวดีแก่มวลมนุษย์เกี่ยวกับความเมตาของอัลลอฮ์ อัลลอฮ์คือผู้ดูแลความพอเพียงของพวกเขาในโลกดุนยา และอัลลอฮ์คือพระเจ้าผู้ทรงเมตตาที่สุด และเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่จะทรงพิพากษาสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในวันกิยามะฮ์ (ปรโลก) ในตอนที่พระองค์จะทรงให้พวกเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาทั้งหมดจากหลุมฝังศพของพวกเขา และพระองค์คือผู้ทรงตอบแทนการงานที่ดีของบรรดาผู้ศรัทธา ความดีจะเท่ากับสิบเท่า และความชั่วจะไม่ทวีคูณ และพวกเขาจะได้รับความสุขนิรันดร์ในโลกอาคิเราะฮ์ (ปรโลก) และผู้ใดที่ปฏิเสธศรัทธาและกระทำความชั่วย่อมได้รับผลตอบแทนทั้งในโลกดุนยาและโลกอาคิเราะฮ์
และในสาสน์ของท่าน ท่านศาสดามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ-วะซัลลัม ไม่ได้เชิดชูเผ่าของท่าน หรือถิ่นกำเนิดของท่าน หรือตัวท่านเองอันมีเกียรติแต่อย่างใด แต่ในคัมภัร์อัลกุรอานจะมีชื่อบรรดาศาสดาต่างๆ เช่น นูห์ อิบรอฮีม มูซา อีซา อะลัยฮิมุสสลาม ถูกกล่าวมากกว่าชื่อของท่านเสียอีก และชื่อของมารดาและบรรดาภรรยาของท่านก็ไม่ได้ถูกกล่าวในคัมภีร์อัลกุรอาน แต่ชื่อของมารดามูซาถูกกล่าวมากกว่าหนึ่งครั้ง และชื่อมัรยัม อะลัยฮัสสลาม ถูกกล่าวในคัมภีร์อัลกุรอานมากถึงสามสิบห้าครั้ง
และท่านศาสดามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นผู้ที่  มะอ์ซูม (ผู้ที่ได้รับการปกป้องจากความผิด) จากทุกสิ่งที่ขัดแย้งกับศาสนา สติปัญญา ฟิฏเราะห์ (ธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์) หรือผิดกับศีลธรรมอันดีงาม เนื่องจากบรรดาศาสดา อะลัยฮิมุสสลาม นั้นเป็นผู้ที่มะอ์ซูม ในสิ่งที่เขาได้นำมาเผยแผ่เกี่ยวกับอัลลอฮ์ เพราะพวกเขามีหน้าที่ในการเผยแผ่พระบัญชาของอัลลอฮ์แก่ปวงบ่าวของพระองค์ และบรรดาศาสดาไม่ได้มีคุณลักษณะของความเป็นพระเจ้าแต่อย่างใด แต่ในทางกลับกันพวกเขาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับมนุษย์คนอื่นๆ ที่อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงประทานสาสน์ของพระองค์แก่พวกเขา
และหนึ่งในหลักฐานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่บ่งบอกว่าสาสน์ของศาสดามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่าเป็นวะฮ์ยูจากอัลลอฮ์จริง คือการมีอยู่ของมันจนถึงทุกวันนี้ เช่นเดียวกับมันมีอยู่ในตอนที่ท่านมีชีวิต และมีชาวมุสลิมมากกว่าหนึ่งพันล้านคนที่ปฏิบัติตามข้อบังคับของศาสนาของท่าน เช่น การละหมาด การจ่ายซะกาต การถือศีลอด การประกอบพิธีฮัจญ์ และอื่นๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือนใดๆ