หนึ่ง : การยืนหยัดเป็นความโปรดปรานและของขวัญจากอัลลอฮฺ

img

Marqoom

Kategorya :

Wika : Thai

Mga View : 187

Idagdag sa mga paborito : 0

ในหลายๆ อายะฮฺของอัลกุรอาน อัลลอฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ได้กล่าวถึงทางนำ (ฮิดายะฮฺ) ไปสู่เส้นทางที่เที่ยงตรงนั้นมาจากพระองค์ และทุกกิจการที่มีอยู่นั้นนั้นล้วนอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ซึ่งพระองค์จะให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ได้รับทางนำและจะให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์อยู่ในความหลงผิด และหัวใจของปวงบ่าวก็อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ดังนั้น ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทำให้เขายืนหยัดบนเส้นทางที่เที่ยงตรง และผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทำให้ผลัดหลงไป ดังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสว่า 
﴿ وَلَوۡ أَنَّا كَتَبۡنَا عَلَيۡهِمۡ أَنِ ٱقۡتُلُوٓاْ أَنفُسَكُمۡ أَوِ ٱخۡرُجُواْ مِن دِيَٰرِكُم مَّا فَعَلُوهُ إِلَّا قَلِيلٞ مِّنۡهُمۡۖ وَلَوۡ أَنَّهُمۡ فَعَلُواْ مَا يُوعَظُونَ بِهِۦ لَكَانَ خَيۡرٗا لَّهُمۡ وَأَشَدَّ تَثۡبِيتٗا ٦٦ وَإِذٗا لَّأٓتَيۡنَٰهُم مِّن لَّدُنَّآ أَجۡرًا عَظِيمٗا ٦٧ وَلَهَدَيۡنَٰهُمۡ صِرَٰطٗا مُّسۡتَقِيمٗا ٦٨ ﴾ [النساء : 66-68] 
ความว่า “และแม้นว่าเราได้กำหนดแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าจงฆ่าตัวของพวกเจ้าเองหรือจงออกไปจากหมู่บ้านของพวกเจ้า พวกเขาก็ไม่กระทำตามกำหนดนั้น นอกจากเพียงเล็กน้อยในหมู่พวกเขาเท่านั้น และแม้ว่าพวกเขาได้กระทำตามสิ่งที่พวกเขาได้รับคำแนะนำแล้ว แน่นอนก็เป็นสิ่งดียิ่งแก่พวกเขา และเป็นสิ่งที่ทำให้มั่นคงยิ่ง และถ้าเช่นนั้นแล้ว แน่นอนเราก็จะให้แก่พวกเขา ซึ่งรางวัลอันใหญ่หลวงจากที่เรานี้เอง และแน่นอน เราก็จะแนะนำแก่พวกเขาซึ่งทางอันเที่ยงตรง” (สูเราะฮฺ อัน-นิสาอ์ : 66-68)

โดยที่ทางนำไปสู่เส้นทางอันเที่ยงตรงนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัลลา ดังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสว่า 
﴿ فَأَمَّا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ بِٱللَّهِ وَٱعۡتَصَمُواْ بِهِۦ فَسَيُدۡخِلُهُمۡ فِي رَحۡمَةٖ مِّنۡهُ وَفَضۡلٖ وَيَهۡدِيهِمۡ إِلَيۡهِ صِرَٰطٗا مُّسۡتَقِيمٗا ١٧٥ ﴾ [النساء : 175] 
ความว่า “ส่วนบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และยึดมั่นในพระองค์นั้น พระองค์จะทรงให้พวกเขาเข้าอยู่ในความเอ็นดูเมตตา และความโปรดปรานจากพระองค์ และจะทรงแนะนำพวกเขาซึ่งทางอันเที่ยงตรงไปสู่พระองค์” (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์  :175)
อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสอีกว่า 
﴿ وَٱللَّهُ يَدۡعُوٓاْ إِلَىٰ دَارِ ٱلسَّلَٰمِ وَيَهۡدِي مَن يَشَآءُ إِلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٢٥ ﴾ [يونس: ٢٥]  
ความว่า “และอัลลอฮฺทรงเรียกร้องไปสู่สถานที่แห่งศานติ และทรงชี้แนะนวทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ไปสู่ทางที่เที่ยงธรรม” (สูเราะฮฺ ยูนุส  :25)

พระองค์ได้ดำรัสอีกว่า 
﴿ وَٱلَّذِينَ كَذَّبُواْ بِ‍َٔايَٰتِنَا صُمّٞ وَبُكۡمٞ فِي ٱلظُّلُمَٰتِۗ مَن يَشَإِ ٱللَّهُ يُضۡلِلۡهُ وَمَن يَشَأۡ يَجۡعَلۡهُ عَلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٣٩ ﴾ [الأنعام: ٣٩]  
ความว่า “และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรานั้น คือผู้ที่หูหนวก และเป็นใบ้ ซึ่งอยู่ในบรรดาความมืด ผู้ใดที่อัลลอฮฺ ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงให้เขาหลงทางไป และผู้ใดที่พระองค์ประสงค์ ก็จะทรงให้เขาอยู่บนทางอันเที่ยงตรง” (สูเราะฮฺอัล-อันอาม  :39)

พระองค์ได้ดำรัสอีกว่า
﴿ وَٱللَّهُ يَهۡدِي مَن يَشَآءُ إِلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٤٦ ﴾ [النور : 46] 
ความว่า “และอัลลอฮฺทรงชี้แนะทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ยังทางที่เที่ยงตรง” (สูเราะฮฺอัน-นูร  : 46)

และพระองค์ได้ดำรัสว่า
﴿ إِنۡ هُوَ إِلَّا ذِكۡرٞ لِّلۡعَٰلَمِينَ ٢٧ لِمَن شَآءَ مِنكُمۡ أَن يَسۡتَقِيمَ ٢٨ وَمَا تَشَآءُونَ إِلَّآ أَن يَشَآءَ ٱللَّهُ رَبُّ ٱلۡعَٰلَمِينَ ٢٩ ﴾ [التكوير : 27-29] 
ความว่า “อัลกุรอานนั้นมิใช่อื่นใด นอกจากเป็นข้อตักเตือนแก่ประชาชาติทั้งมวลสำหรับบุคคลในหมู่พวกเจ้าที่ประสงค์อยู่ในทางอันเที่ยงตรง  และพวกเจ้าจะไม่สมประสงค์สิ่งใดเว้นแต่อัลลอฮฺพระเจ้าแห่งสากลโลกจะทรงประสงค์” (สูเราะฮฺอัต-ตักวีร  : 27-29)

ตามจริงมีอายะฮฺอีกมากมายที่กล่าวถึงนัยนี้  ซึ่งบ่งชี้ว่าเรื่องทางนำนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล โดยที่พระองค์จะให้ความโปรดปรานนี้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์
ด้วยเหตุนี้ รากฐานและสิ่งที่เป็นประการพื้นฐานข้อแรกของการยืนหยัด คือ การมุ่งมั่นในการวอนขออย่างจริงใจจากอัลลอฮฺ  อัซซะวะญัล เพราะทางนำนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ให้ทางนำไปสู่เส้นทางที่เที่ยงตรง ดังดุอาอ์ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม อ่านบ่อยที่สุดคือ 
«اللهم مُقَلِّبَ الْقُلُوبِ، ثَبِّتْ قَلْبِي عَلَى دِينِكَ»
ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ ผู้ซึ่งพลิกผันหัวใจ ขอได้โปรดให้หัวใจของฉันให้ยึดมั่นต่อศาสนาของพระองค์อย่างมั่นคงด้วยเถิด” 

ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮฺ จึงถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ว่า  
«يَا رَسُولَ اللهِ، أَوَ إِنَّ الْقُلُوبَ لَتَتَقَلَّبُ؟ قَالَ: " نَعَمْ، مَا مِنْ خَلْقِ اللهِ مِنْ بَنِي آدَمَ مِنْ بَشَرٍ إِلَّا أَنَّ قَلْبَهُ بَيْنَ أُصْبُعَيْنِ مِنْ أَصَابِعِ اللهِ، فَإِنْ شَاءَ اللهُ عَزَّ وَجَلَّ أَقَامَهُ، وَإِنْ شَاءَ أَزَاغَهُ» [أحمد برقم 26576، الترمذي برقم 3522، وحسنه الألباني في السلسلة الصحيحة برقم 2091] 
ความว่า “โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ หัวใจมันมีการพลิกผันไปมาด้วยหรือ ? ท่านได้ตอบว่า ใช่แล้ว, ไม่มีสรรพสิ่งใดที่อัลลอฮฺสร้างที่เป็นมนุษย์จากลูกหลานอาดัม นอกจากหัวใจของเขานั้นอยู่ระหว่างสองนิ้วของพระองค์ ถ้าพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทำให้มันมั่นคง หรือถ้าพระองค์ทรงประสงค์ก็จะทำให้มันเขว” (บันทึกโดยอะหฺมัด หมายเลข 26576, อัต-ติรมิซีย์ หมายเลข 3522 ชัยคฺอัล-อัลบานีย์ได้กล่าวว่า หะดีษหะสัน ในอัศ-เศาะฮีหะฮฺ หมายเลข 2091)
และการยืนหยัดก็อยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮฺ ดังนั้น ผู้ใดที่ปรารถนาต่อการยืนหยัดนี้ก็ให้วอนขอจากอัลลอฮฺและคะยั้นคะยอในการขอ ดังที่มีบันทึกใน “เศาะฮีหฺมุสลิม” จากการรายงานของท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ซึ่งท่านหญิงถูกถามว่า  
بِأَيِّ شَيْءٍ كَانَ نَبِيُّ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَفْتَتِحُ صَلَاتَهُ إِذَا قَامَ مِنَ اللَّيْلِ؟ قَالَتْ: كَانَ إِذَا قَامَ مِنَ اللَّيْلِ افْتَتَحَ صَلَاتَهُ: «اللهُمَّ رَبَّ جَبْرَائِيلَ، وَمِيكَائِيلَ، وَإِسْرَافِيلَ، فَاطِرَ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ، عَالِمَ الْغَيْبِ وَالشَّهَادَةِ، أَنْتَ تَحْكُمُ بَيْنَ عِبَادِكَ فِيمَا كَانُوا فِيهِ يَخْتَلِفُونَ، اهْدِنِي لِمَا اخْتُلِفَ فِيهِ مِنَ الْحَقِّ بِإِذْنِكَ، إِنَّكَ تَهْدِي مَنْ تَشَاءُ إِلَى صِرَاطٍ مُسْتَقِيمٍ» [مسلم برقم 770]
ความว่า “ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เริ่มละหมาดยามค่ำคืนด้วยกับสิ่งใด ? ท่านหญิงตอบว่า เมื่อท่านนบีได้ยืนละหมาดยามค่ำคืนท่านก็จะเริ่มละหมาดด้วยการดุอาอ์ว่า โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งญิบรีล มีกาอีล และอิสรอฟีล ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน ผู้ทรงรอบรู้สิ่งที่เร้นลับและเปิดเผย พระองค์คือผู้ตัดสินระหว่างบ่าวทั้งหลายของพระองค์ในเรื่องที่พวกเขาขัดแย้งกัน ขอทรงชี้ทางข้าพระองค์สู่ความถูกต้องในเรื่องที่มีการขัดแย้งนั้นด้วยการอนุญาตแห่งพระองค์ด้วยเถิด แท้จริง พระองค์ทรงชี้ทางผู้ที่ทรงประสงค์สู่แนวทางอันเที่ยงตรง” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 770)
  ซึ่งนี่คือสิ่งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้เริ่มอ่านในละหมาดกิยามุลลัยลฺในทุกค่ำคืน 
إِنَّكَ تَهْدِي مَنْ تَشَاءُ إِلَى صِرَاطٍ مُسْتَقِيمٍ
ความว่า “แท้จริง พระองค์ทรงชี้ทางผู้ที่ทรงประสงค์สู่ทางอันเที่ยงตรง”
เมื่อการวอนขอทางนำจากอัลลอฮฺมีความสำคัญและมีประโยชน์ที่มากมาย อัลลอฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอาลา จึงกำหนดให้ปวงบ่าวของพระองค์วอนขอทางนำต่อพระองค์เพื่อไปสู่เส้นทางที่เที่ยงตรงอย่างเป็นกิจวัตรทั้งกลางวันและกลางคืน ดังที่มีอยู่ในสูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ
﴿ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ ٦ صِرَٰطَ ٱلَّذِينَ أَنۡعَمۡتَ عَلَيۡهِمۡ غَيۡرِ ٱلۡمَغۡضُوبِ عَلَيۡهِمۡ وَلَا ٱلضَّآلِّينَ ٧ ﴾ [الفاتحة: 6-7] 
ความว่า “ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ซึ่งทางอันเที่ยงตรง (คือ) ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปราณแก่พวกเขา มิใช่ในทางของพวกที่ถูกกริ้ว และมิใช่ทางของพวกที่หลงผิด)” (สูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ  : 6-7)
ผู้รู้บางท่านได้กล่าวว่า “เห็นควรที่ต้องเน้นย้ำให้คนทั่วไปได้ตระหนักในการขอดุอาอ์นี้ ซึ่งในขณะที่เขากล่าวดุอาอ์ว่า
﴿ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ ٦ ﴾
ความว่า “ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ซึ่งทางอันเที่ยงตรง” (สูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ  : 6)
หมายถึงเขา กำลังวอนขอต่ออัลลอฮฺด้วยดุอาอ์ที่พระองค์สั่งใช้ให้เขาอ่าน 17 ครั้งตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนตามจำนวนร่อกะอัตของการละหมาดฟัรฎู” 
และด้วยเหตุนี้ ผู้ศรัทธาจึงต้องรู้สึกอยู่เสมอว่า (ในสิ่งที่เขาอ่านจากสูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ) นั่นก็คือ การขอดุอาอ์นั้นเอง ดังที่ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้พิจารณาดุอาอ์ที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นดุอาอ์ที่วอนขอความโปรดปรานของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าพบว่ามันมีอยู่ในสูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ ในอายะฮฺ
﴿ إِيَّاكَ نَعۡبُدُ وَإِيَّاكَ نَسۡتَعِينُ ٥ ﴾
ความว่า “เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮฺ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ” (สูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ  : 5) 
(ดูใน มะดาริญุสสาลิกีน โดยท่านอิบนุก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮฺ 1/78) 

ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “บ่าวแต่ละคนถูกสั่งใช้ให้ขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา อย่างเป็นกิจวัตร ด้วยการวอนขอทางนำไปสู่การยืนหยัดในคุณธรรมความดีอย่างยั่งยืน” (ดูใน อิกติฎออ์ อัศ-ศิรอต อัล-มุสตะกีม 1/83)
ดังที่ท่านอัล-หะสัน อัล-บัศรีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ เมื่อท่านอ่านคำดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า  
﴿ إِنَّ ٱلَّذِينَ قَالُواْ رَبُّنَا ٱللَّهُ ثُمَّ ٱسۡتَقَٰمُواْ ﴾ [فصلت : 30]
ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้กล่าวว่าอัลลอฮฺคือ พระเจ้าของพวกเราแล้วพวกเขาก็ยืนหยัดตามคำกล่าวนั้น” (สูเราะฮฺ ฟุศศิลัต : 30)

ท่านก็จะขอดุอาอ์ว่า
﴿ اللَّهُمَّ أَنْتَ رَبَّنَا فَاْرْزُقْناَ الْاِسْتِقَامَةَ ﴾ [الطبري في التفسير 21/465]
ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือพระผู้อภิบาลของเรา ได้โปรดประทานการยืนหยัดในคุณธรรมความดีอย่างยั่งยืนให้แก่เราด้วยเถิด” (บันทึกโดยอัฏ-เฏาะบะรีย์ ในหนังสือตัฟสีรของท่าน 21/465)