ข้อห้ามสำหรับสตรีที่อยู่ในอิดดะฮฺ

img

Marqoom

หมวดหมู่ :

ภาษา : Thai

การดู : 73

เพิ่มไปยังรายการโปรด : 0

1. การสู่ขอเพื่อแต่งงาน
1.1 สตรีที่อยู่ในอิดดะฮซึ่งมีสิทธิ์คืนดีได้ (คือการหย่าหนึ่งหรือสองครั้งสำหรับภรรยาที่ได้มีเพศสัมพันธ์กันแล้ว) ห้ามมิให้สู่ขอเพื่อแต่งงานโดยสำนวนชัดถ้อยชัดคำหรือคำที่เป็นนัย เนื่องจากเธอยังคงเป็นภรรยา ดังนั้น จึงไม่อนุญาตแก่คนใดที่จะสู่ขอเธอเพื่อแต่งงาน เพราะเธอยังอยู่ในการครอบครองของสามี
1.2 สตรีที่อยู่ในอิดดะฮฺซึ่งไม่มีสิทธิ์คืนดี (เช่นหย่า 3 ครั้งหรือเสียชีวิต) 
ห้ามมิให้สู่ขอโดยสำนวนที่ชัดเจน แต่อนุญาตให้ใช้สำนวนที่เป็นนัย เนื่องจากอัลลอฮฺตรัสว่า
﴿ وَلَا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ فِيمَا عَرَّضۡتُم بِهِۦ مِنۡ خِطۡبَةِ ٱلنِّسَآءِ﴾ [البقرة: ٢٣٥]  
ความว่า “และไม่มีบาปใดอันแก่พวกเจ้าในการสู่ขอหญิงด้วยถ้อยคำที่เป็นนัย(สำหรับหญิงที่อยู่ในอิดดะฮฺที่สามีเสียชีวิต หรืออิดดะฮฺที่สามีหย่า 3 ครั้ง)” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 235)
  และสำนวนที่ชัดเจน คือการแสดงเจตจำนงในการแต่งงานกับเธอ เช่นคำว่า “ฉันต้องการจะแต่งงานกับเธอ” เพราะบางทีเธออาจจะบอกว่าหมดอิดดะฮฺแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริงยังไม่หมดเพราะเธอต้องการแต่งงาน ซึ่งต่างกับสำนวนที่เป็นนัย เนื่องจากไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าจะแต่งงานกับเธอ ดังนั้น สิ่งที่เป็นข้อห้ามก็จะไม่ตามมา และเนื่องจากตามความเข้าใจจากโองการนี้ (ในโองการนี้อนุญาตให้ใช้สำนวนที่เป็นนัย ดังนั้นเข้าใจได้ว่าห้ามสำนวนที่ชัดเจน) 
    ตัวอย่างของสำนวนที่เป็นนัย เช่นคำว่า “แท้จริงฉันปรารถนาผู้ที่มีลักษณะเหมือนเธอ” และอนุญาตให้สตรีที่อยู่ใน
อิดดะฮฺซึ่งไม่มีสิทธิ์คืนดีตอบรับการสู่ขอที่เป็นนัยด้วยสำนวนที่เป็นนัย และไม่อนุญาตให้เธอตอบรับการขอที่ชัดเจน และสตรีที่อยู่ในอิดดะฮฺซึ่งคืนดีได้นั้นไม่อนุญาตให้ตอบรับการสู่ขอ ไม่ว่าจะเป็นสำนวนที่ชัดเจนหรือสำนวนที่เป็นนัยก็ตามที

2. ไม่อนุญาตแต่งงานสตรีที่อยู่ในอิดดะฮฺให้แก่ชายอื่นที่ไม่ใช่สามีคนเดิม
  อัลลอฮฺตรัสว่า
﴿وَلَا تَعۡزِمُواْ عُقۡدَةَ ٱلنِّكَاحِ حَتَّىٰ يَبۡلُغَ ٱلۡكِتَٰبُ أَجَلَهُۥۚ﴾ [البقرة: ٢٣٥]  
ความว่า “และพวกเจ้าอย่าได้ตัดสินใจจัดการแต่งงาน จนกว่าจะบรรลุเวลาที่ถูกกำหนดไว้ (คือหมดเวลาของอิดดะฮฺ)” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 235)
  อิบนุ กะษีรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวในตัฟซีรฺ (1/509) ว่า “หมายถึงพวกเจ้าอย่าได้จัดการแต่งงาน จนกว่าอิดดะฮฺจะหมดเสียก่อน แท้จริงปวงปราชญ์มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าการแต่งงานในช่วงเวลาของอิดดะฮฺนั้นใช้ไม่ได้”

เกร็ดความรู้ 2 ประการ
หนึ่ง สตรีที่ถูกหย่าก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์จะไม่มีอิดดะฮฺใดๆ สำหรับเธอ
อัลลอฮฺตรัสว่า
﴿ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ إِذَا نَكَحۡتُمُ ٱلۡمُؤۡمِنَٰتِ ثُمَّ طَلَّقۡتُمُوهُنَّ مِن قَبۡلِ أَن تَمَسُّوهُنَّ فَمَا لَكُمۡ عَلَيۡهِنَّ مِنۡ عِدَّةٖ تَعۡتَدُّونَهَاۖ ﴾ [الأحزاب : ٤٩]  
ความว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่อพวกเจ้าได้สมรสกับบรรดาหญิงผู้ศรัทธา ต่อมาพวกเจ้าได้หย่าพวกเธอก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์กับพวกเธอ ดังนั้นจะไม่มีสิทธิ์สำหรับพวกเจ้าที่จะนับอิดดะฮฺใดๆ ต่อพวกเธอ” (อัล-อะห์ซาบ : 49)
อิบนุ กะษีรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวในตัฟซีรฺ (5/479) ว่า “นี่เป็นสิ่งที่ปวงปราชญ์มีความเห็นพ้องกันว่า แท้จริงสตรีที่ถูกหย่าก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์นั้นก็ไม่มีอิดดะฮฺใดๆ ต่อเธอ เธอจะไปแต่งงานได้ทันทีกับใครก็ได้ตามที่เธอประสงค์" 
สอง สตรีที่ถูกหย่าก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ แต่ได้มีการกำหนดสินสมรสหรือมะฮัรฺแก่เธอแล้วเธอมีสิทธิ์ได้รับครึ่งหนึ่ง และสตรีใดที่ไม่ได้มีการกำหนดสินสมรสให้แก่เธอ เธอมีสิทธิ์ได้รับของปลอบใจ ด้วยสิ่งที่สามีหาได้อย่างสะดวก เช่น เครื่องนุ่งห่มและอื่นๆ
    และสตรีที่ถูกหย่าหลังจากมีเพศสัมพันธ์แล้ว เธอมีสิทธิ์ได้รับสินสมรสทั้งหมด อัลลอฮฺตรัสว่า
﴿ لَّا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ إِن طَلَّقۡتُمُ ٱلنِّسَآءَ مَا لَمۡ تَمَسُّوهُنَّ أَوۡ تَفۡرِضُواْ لَهُنَّ فَرِيضَةٗۚ وَمَتِّعُوهُنَّ عَلَى ٱلۡمُوسِعِ قَدَرُهُۥ وَعَلَى ٱلۡمُقۡتِرِ قَدَرُهُۥ مَتَٰعَۢا بِٱلۡمَعۡرُوفِۖ حَقًّا عَلَى ٱلۡمُحۡسِنِينَ ٢٣٦ وَإِن طَلَّقۡتُمُوهُنَّ مِن قَبۡلِ أَن تَمَسُّوهُنَّ وَقَدۡ فَرَضۡتُمۡ لَهُنَّ فَرِيضَةٗ فَنِصۡفُ مَا فَرَضۡتُمۡ﴾ [البقرة: ٢٣٦-٢٣٧]  
ความว่า “ไม่มีบาปอันใดสำหรับพวกเจ้า หากพวกเจ้าได้หย่าสตรี ตราบใดที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์กับพวกเธอ หรือยังมิได้กำหนดสินสมรสให้แก่พวกเธอ และพวกเจ้าจงมอบสิ่งปลอบใจให้แก่พวกเธอ ใครที่มั่งมีก็ให้ตามความสามารถของเขา และผู้ยากจนก็ให้ตามความสามารถของเขา เป็นการมอบให้โดยชอบธรรม เป็นหน้าที่ของคนมีคุณธรรมทั้งหลาย และหากพวกเจ้าได้หย่าก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์กับพวกเธอ ในขณะที่พวกเจ้าได้กำหนดสินสมรสแก่พวกเธอแล้ว ดังนั้นจงจ่ายครึ่งหนึ่งของสิ่งที่พวกเจ้าได้กำหนด” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 236-237)
    หมายความว่าไม่มีบาปอันใดสำหรับพวกเจ้าในการหย่าภรรยาก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ และก่อนกำหนดสินสมรส ถึงแม้ในการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความเจ็บปวดแก่เธอก็ตาม แท้จริงแล้วควรจะทดแทนด้วยสิ่งปลอบใจ และนั่นก็คือตามสภาพของสามี ขัดสนหรือมั่งมี ก็ให้ปฏิบัติกันตามจารีต หลังจากนั้น อัลลอฮฺได้กล่าวถึงภรรยาที่มีการกำหนดสินสมรสแก่เธอแล้ว โดยที่พระองค์ทรงสั่งใช้ให้สามีมอบครึ่งหนึ่งของสินสมรสให้แก่เธอ
อิบนุ กะษีรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวในตัฟซีรฺ (1/512 ) ว่า “การแบ่งสินสมรสออกเป็นสองส่วน -ในกรณีเช่นนี้- เป็นเรื่องที่ปวงปราชญ์เห็นพ้องกันโดยไม่มีการขัดแย้งอันใด” 

3. ห้าสิ่งต้องห้ามสำหรับสตรีซึ่งอยู่ในอิดดะฮฺจากการตายของสามีซึ่งเรียกว่า “อัล-หิดาด” (การไว้ทุกข์)
หนึ่ง เครื่องหอมทุกชนิด (สำหรับการแต่งตัว ไม่ใช่เครื่องหอมเพื่อทำความสะอาด) ดังนั้น เธอจะไม่ใช้เครื่องหอมตามร่างกาย เสื้อผ้า และเธอจะไม่ใช้สิ่งที่ถูกทำให้หอม เนื่องจากท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
«وَلَا تَمَسُّ طِيبًا»
ความว่า “และเธอจะไม่แตะต้องน้ำหอม” (บันทึกโดยอบู ดาวูด : 2299)
สอง การประดับประดาตามเรือนร่างของเธอ ดังนั้นห้ามมิให้เธอย้อมด้วยใบเทียน และการตกแต่งทุกประเภท เช่น การทาขอบตา การย้อมสีของผิวหนัง นอกจากภาวะความจำเป็นที่จะต้องทาขอบตาเพื่อการรักษาเยียวยาเท่านั้น มิใช่เพื่อการตกแต่ง เธอสามารถที่จะทาขอบตาได้ในเวลาค่ำคืนและลบออกในเวลากลางวัน และไม่เป็นไรที่เธอจะรักษาตาของเธอด้วยสิ่งอื่น ซึ่งไม่ใช่ยาทาขอบตาจากสิ่งที่ไม่ใช่เครื่องประดับ 
สาม การประดับประดาด้วยเสื้อผ้าชนิดต่างๆ จากสิ่งที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อการตกแต่ง และเธอจะใส่เสื้อผ้าตามที่สวมใส่กันตามปกติ ไม่มีการตกแต่งใดๆ และไม่การเจาะจงสีใดเป็นการเฉพาะ 
สี่ การสวมใส่เครื่องประดับทุกชนิด แม้กระทั่งแหวน
ห้า อาศัยบ้านหลังอื่นจากบ้านที่เธออาศัยอยู่ขณะสามีเสียชีวิต และเธอจะไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่น นอกจากจะมีข้อผ่อนปรนตามศาสนบัญญัติเท่านั้น ไม่ออกไปเยี่ยมคนป่วย เยี่ยมเยียนเพื่อน หรือญาติใกล้ชิด และอนุญาตให้เธอออกไปในเวลากลางวันเพื่อทำธุระต่างๆ ที่จำเป็นได้ และสิ่งอื่นๆ ที่ศาสนาอนุมัติก็สามารถทำได้
  อิบนุลก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “เธอจะไม่ถูกห้ามจากการตัดเล็บ ขจัดขนรักแร้ โกนขนที่ศาสนาส่งเสริมให้โกน และไม่ถูกห้ามจากการอาบน้ำด้วยน้ำใบพุทราและหวีผมด้วยน้ำใบพุทรา" (อัล-ฮัดย์ อัน-นะบะวีย์ : 5/507)
    ชัยคุลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “และอนุญาตให้เธอรับประทานทุกสิ่งทุกอย่างที่อัลลอฮฺอนุมัติ เช่น ผลไม้ เนื้อ และเช่นเดียวกันอนุญาตให้ดื่มทุกสิ่งที่อนุมัติ... และไม่เป็นที่ต้องห้ามแก่เธอในการกระทำงานหนึ่งงานใดจากการงานที่อนุมัติ เช่น การปักถักร้อย การตัดเย็บ การทอ และอื่นๆ จากงานทั่วไปของสตรี และอนุญาตให้เธอกระทำสิ่งอื่นๆ ที่อนุมัติแก่เธอในช่วงที่ไม่มีอิดดะฮฺ เช่น การพูดกับผู้ชายที่เธอมีความจำเป็นจะต้องพูดกับเขา โดยเธออยู่ในสภาพที่ปกปิดมิดชิด และการกระทำอื่นๆ และสิ่งที่ฉันได้กล่าวถึงนี้ คือแนวทางของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งเหล่าภริยาของบรรดาเศาะหาบะฮฺได้ปฏิบัติกันเมื่อเหล่าสามีของพวกเธอได้เสียชีวิต” (มัจญ์มูอฺ 
ฟะตาวา : 34/27-28) 
ส่วนสิ่งที่ชาวบ้านทั่วๆ ไปกล่าวว่า แท้จริงเธอจะต้องปกปิดใบหน้าไม่ให้ดวงจันทร์ได้เห็น โดยการไม่ขึ้นไปบนดาดฟ้า ไม่ให้พูดกับผู้ชาย ปิดหน้าไม่ให้มะห์ร็อมของเธอได้เห็น และอื่นๆ ทั้งหมดนั้นไม่มีหลักฐานรับรองแต่ประการใด วัลลอฮุอะอฺลัม
 

บริการ AI