ฉันเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการศรัทธา

img

Marqoom

หมวดหมู่ :

ภาษา : Thai

การดู : 68

เพิ่มไปยังรายการโปรด : 0

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัมลัม ถูกถามเรื่องการศรัทธา ท่านจึงตอบว่า "คือการที่ท่านศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ศรัทธาต่อมลาอิกะฮ์ของพระองค์ ศรัทธาต่อคัมภีร์ของพระองค์ ศรัทธาต่อบรรดาศาสนทูตของพระองค์ และศรัทธาต่อกฎสภาวะการณ์ทั้งดีและร้าย"
หลักการศรัทธา คือ การปฏิบัติศาสนกิจด้วยจิตใจที่มุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติ และการนับถือศาสนาอิสลามของคนใดคนหนึ่งจะไม่ถูกต้อง นอกจากด้วยการยึดมั่นต่อหลักการนี้ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่า หลักการศรัทธา
ความแตกต่างระหว่างหลักการศรัทธากับหลักการอิสลาม คือ หลักการอิสลามคือการปฏิบัติด้วยกายภายนอกของมนุษย์ เช่น การปฏิญาณตน การละหมาด การจ่ายซะกาต ส่วนหลักการศรัทธา คือ การปฎิบัติด้วยจิตใจภายในของมนุษย์ เช่น การศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ศรัทธาต่อคัมภีร์ของพระองค์ ศรัทธาต่อบรรดาศาสนทูตของพระองค์
นิยามและความหมายของการศรัทธา คือ เชื่อมั่นด้วยจิตใจที่มั่นคงต่ออัลลอฮ์ ต่อมลาอิกะฮ์ของพระองค์ ต่อคัมภีร์ของพระองค์ ต่อศาสนทูตของพระองค์ ต่อวันปรโลก และต่อกฎกำหนดสภาวะการณ์ทั้งดีและไม่ดี และเชื่อฟังทุกสิ่งที่ท่านเราะซูล ศ็อลล็อลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้นำมาและปฏิบัติ ด้วยการกล่าวด้วยวาจา เช่น การกล่าว ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์) อ่านอัลกุรอาน กล่าวตัซบีห์ (ซุบฮานัลลอฮ์) กล่าวตะฮ์ลีล (ลาอีลาฮะอิลลัลลอฮ์) และกล่าวสรรเสริญอัลลอฮ์ และปฏิบัติด้วยการกระทำของร่างกาย เช่น การละหมาด การประกอบพิธีฮัจญ์ การถือศีลอด และปฎิบัติด้วยการกระทำอวัยวะภายในที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ เช่น การรักต่ออัลลอฮ์ การเกรงกลัวพระองค์ การมอบหมายต่อพระองค์ และการบริสุทธิ์ใจเพื่อพระองค์
ผู้เชี่ยวชาญได้ให้นิยามของการศรัทธาอย่างกระชับ คือ การยึดมั่นด้วยใจ เปล่งออกมาด้วยวาจา และปฏิบัติด้วยกาย ระดับความศรัทธาจะเพิ่มขึ้นด้วยการเชื่อฟัง และจะลดลงด้วยการฝ่าฝืน
หลักข้อที่หนึ่ง ศรัทธาต่ออัลลอฮ์
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า:
﴿إِنَّمَا الْمُؤْمِنُونَ الَّذِينَ آمَنُوا بِاللَّهِ﴾ [النور: 62‌].
ความว่า (แท้จริงบรรดาผู้ที่ศรัทธาที่แท้จริง นั้นคือ ผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์) (อันนูร : 62)
การศรัทธาต่ออัลลอฮ์ว่าพระองค์เพียงผู้เดียวที่มีกรรมสิทธิในด้านการสร้าง มีกรรมสิทธิที่จะต้องได้รับการเคารพบูชา และศรัทธาในพระนามและคุณลักษณะของพระองค์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ศรัทธาต่อการมีอยู่จริงของอัลลอฮ์ ผู้ทรงบริสุทธิ์และสูงส่ง
ศรัทธาต่อรุบูบียะฮ์ของพระองค์ คือ พระองค์ทรงเป็นเจ้ากรรมสิทธิเหนือทุกสิ่ง ทรงเป็นผู้สร้าง ทรงเป็นผู้มอบปัจจัยยังชีพและผู้บริหารทุกสรรพสิ่ง
ศรัทธาต่ออุลูฮียะฮ์ของพระองค์ คือ พระองค์คือพระเจ้าที่ควรแก่การเคารพสักการะเพียงผู้เดียว โดยปราศจากการตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์ เช่นการละหมาด การขอวิงวอน การบนบาน การเชือด การขอความช่วยเหลือ การขอความคุ้มครอง และทุกสิ่งที่เป็นการปฏิบัติศาสนกิจ
ศรัทธาต่อพระนามของอัลลอฮ์ที่งดงามและคุณลักษณะของพระองค์ที่สูงส่ง ซึ่งเป็นพระนามและคุณลักษณะที่พระองค์ได้ยืนยันด้วยพระองค์เอง และยืนยันโดยศาสนทูตมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอ ฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และปฏิเสธนามและคุณลักษณะที่พระองค์ปฏิเสธต่อตนเอง หรือศาสนทูตของพระองค์ปฏิเสธ โดยพระนามและคุณลักษณะของอัลลอฮ์มีความสมบูรณ์และงดงามที่สุด ไม่มีสิ่งใดเหมือนพระองค์ พระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินและมองเห็น
หลักข้อที่สอง ศรัทธาต่อมลาอิกะฮ์ (เทวทูต)
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า:
﴿الْحَمْدُ لِلَّهِ فَاطِرِ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ جَاعِلِ الْمَلَائِكَةِ رُسُلًا أُولِي أَجْنِحَةٍ مَثْنَى وَثُلَاثَ وَرُبَاعَ يَزِيدُ فِي الْخَلْقِ مَا يَشَاءُ إِنَّ اللَّهَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ﴾ [فاطر: 1‌].
ความว่า (มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ผู้ทรงแต่งตั้งมลาอิ-กะฮ์ให้เป็นผู้นำข่าว ผู้มีปีกสอง สาม และสี่ ทรงเพิ่มในการสร้างตามที่พระองค์ทรงประสงค์ แท้จริง อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง) (ฟาฏิร : 11)
เราศรัทธว่า โลกของมลาอีกะฮ์เป็นโลกที่เร้นลับ พวกเขาคือบ่าวของอัลลอฮ์ที่ถูกสร้างจากรัศมีและทรงสร้างพวกเขาเป็นบ่าวที่จงรักภักดีต่อพระองค์
มลาอิกะฮ์เป็นสิ่งที่ถูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่สามารถที่จะรับรู้จำนวนและพลังของพวกเขาได้ ยกเว้นอัลลอฮ์เท่านั้น คุณลักษณะ พระนามและภารกิจของอัลลอฮ์ ตามที่พระองค์ทรงเลือก ซึ่งมลาอิกะฮ์ทุกคนจะมีคุณลักษณะ ชื่อ และหน้าที่เฉพาะ ในจำนวนนั้น คือ ญิบรีล ซึ่งได้รับมอบหมายนำวะฮ์ยู (สาส์น) จากอัลลอฮ์นำไปส่งให้ศาสนทูตของพระองค์
หลักข้อที่สาม ศรัทธาต่อบรรดาคัมภีร์
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า:
﴿قُولُوا آمَنَّا بِاللَّهِ وَمَا أُنْزِلَ إِلَيْنَا وَمَا أُنْزِلَ إِلَى إِبْرَاهِيمَ وَإِسْمَاعِيلَ وَإِسْحَاقَ وَيَعْقُوبَ وَالْأَسْبَاطِ وَمَا أُوتِيَ مُوسَى وَعِيسَى وَمَا أُوتِيَ النَّبِيُّونَ مِنْ‌ رَبِّهِمْ لَا نُفَرِّقُ بَيْنَ أَحَدٍ‌ مِنْهُمْ وَنَحْنُ لَهُ مُسْلِمُونَ﴾ [البقرة: 136‌].‌
 ความว่า (พวกท่านจงกล่าวเถิด เราได้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เรา และสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่อิบรอฮีม และอิสมาอีล และอิสฮาก และยะอ์กูบ และบรรดาวงศ์วานเหล่านั้น และสิ่งที่มูซา และอีซาได้รับ และสิ่งที่บรรดานบีได้รับจากพระเจ้าของพวกเขา พวกเรามิได้แบ่งแยกระหว่างท่านหนึ่งท่านใดจากเขาเหล่านั้น และพวกเราจะเป็นผู้สวามิภักดิ์ต่อพระองค์เท่านั้น) (อัล-บะกอเราะฮ์ : 136)
เชื่อมันอย่างหนักแน่นว่า คัมภีร์จากฟากฟ้าทุกเล่มเป็นดำรัสของอัลลอฮ์ และคัมภีร์ดังกล่าวเป็นคำภีร์ที่ถูกประทานจากอัลลอฮ์ไปสู่ศาสนทูตของพระองค์เพื่อนำสัจธรรมอันเที่ยงธรรมไปยังบ่าวของพระองค์ และอัลลอฮ์ได้ส่งนบีมุฮัมมัด ศาสนทูตของพระองค์ ไปยังมวลมนุษย์ทั้งหลาย ซึ่งบทบัญญัติที่ส่งมายังนบีมุฮัมมัดนั้นได้ยกเลิกบทบัญญัติก่อนหน้านั้น และได้ทำให้คัมภีร์อัลกุรอานได้มีอำนาจเหนือคัมภีร์แห่งฟากฟ้าทั้งหลาย และทำให้บรรดาคัมภีร์ดังกล่าวเป็นโมฆะ    และอัลลอฮ์ทรงประกันในการรักษาคัมภีร์อัล-กุรอานจากการเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือน พระองค์ตรัสว่า:
﴿إِنَّا نَحْنُ نَزَّلْنَا الذِّكْرَ‌‌ وَإِنَّا لَهُ لَحَافِظُونَ﴾ [الحجر: 9‌].
ความว่า (แท้จริงเราได้ให้ข้อตักเตือน (อัลกุรอาน) ลงมา และแท้จริงเราเป็นผู้รักษามันอย่างแน่นอน) (อัล-หิจญ์ริ : 9)
เนื่องจากอัลกุรอานเป็นคัมภีร์เล่มสุดท้ายจากอัลลอฮ์สู่มวลมนุษย์ และนบีมุฮัมมัด ศ็อลล็อลลอฮุ อะ-ลัยฮิ วะสัลลัม เป็นศาสนทูตของพระองค์ท่านสุดท้าย ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่อัลลอฮ์พึงพอพระทัยแก่มวลมนุษย์จนกระทั่งวันสิ้นโลก พระองค์ตรัสว่า:
﴿إِنَّ الدِّينَ عِنْدَ اللَّهِ الْإِسْلَامُ‌‌﴾ [ال عمران‌‌: 19‌].
"แท้จริงศาสนา ณ อัลลอฮ์ นั้นคือ อัลอิสลาม" (อาละอิมรอน : 19)
และคัมภีร์แห่งฟากฟ้าที่อัลลอฮ์ทรงระบุไว้ในคัมภีร์ของพระองค์นั้น ได้แก่
คัมภีร์อัลกุรอาน อัลลอฮ์ประทานให้แก่นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม
คัมภีร์อัตเตารอต  อัลลอฮ์ประทานให้แก่นบีมูซา อะลัยฮิสสลาม
คัมภีร์อัลอินญีล อัลลอฮ์ประทานให้แก่นบีอีซา อะลัยฮิสสลาม
คัมภีร์อัซซาบูร อัลลอฮ์ประทานให้แก่นบีดาวูด อะลัยฮิสสลาม
คัมภีร์อิบรอฮีม: อัลลอฮ์ทรงประทานให้แก่นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม
หลักข้อที่สี่ ศรัทธาต่อบรรดาศาสนทูต
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า:
﴿وَلَقَدْ بَعَثْنَا فِي كُلِّ أُمَّةٍ‌ رَّسُولاً أَنِ اعْبُدُواْ اللّهَ وَاجْتَنِبُواْ الطَّاغُوتَ﴾ [النحل: 36‌].
ความว่า (และโดยแท้จริงแล้ว เราได้ส่งศาสนทูตมาในทุกประชาชาติ (โดยบัญชาว่า) พวกท่านจงเคารพภักดีอัลลอฮ์ และจงหลีกห่างจากพวกเจว็ดต่างๆ) (อันนะห์ลุ : 36)
เชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่า อัลลอฮ์ได้ส่งศาสนทูตของพระองค์มายังประชาชาติทุกยุคทุกสมัย เพื่อเรียกร้องสู่การจงรักภักดีต่ออัลลอฮ์ ไม่ตั้งภาคีกับพระองค์ และเรียกร้องให้ปฏิเสธสิ่งที่กราบไหว้บูชานอกเหนือจากพระองค์
และศาสนาทูตของพระองค์ล้วนเป็นมนุษย์ที่เป็นชายที่เป็นบ่าวของพระองค์ พวกเขาเชื่อมั่นศรัทธา   ยำเกรงและซื่อสัตย์ เป็นผู้นำทาง ผู้กลับใจ อัลลอฮ์ให้การสนับสนุนศาสนทูตของพระองค์ด้วยสิ่งมหัศจรรย์นอกเหนือธรรมชาติ (มุอ์ญิซาต) เพื่อเป็นข้อบ่งชี้ถึงความสัจจริงของพวกเขา ซึ่งพวกเขาได้เผยแพร่ทุกประการที่อัลลอฮ์ส่งมายังพวกเขา พวกเขาทั้งหมดล้วนอยู่บนหนทางสัจธรรมที่ชัดแจ้งและทางนำที่ชัดเจน
การเผยแพร่ของศาสนทูตของอัลลอฮ์ตั้งแต่คนแรกถึงคนสุดท้ายล้วนเป็นรากฐานแห่งศาสนา นั้นคือ การศรัทธาความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์ในการปฏิบัติศาสนกิจ (อิบาดะฮ์) และไม่ตั้งภาคีกับพระองค์
หลักข้อที่ห้า การศรัทธาต่อวันสิ้นโลก
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า:
﴿اللَّهُ لَا إِلَهَ إِلَّا هُوَ‌‌ لَيَجْمَعَنَّكُمْ إِلَى يَوْمِ الْقِيَامَةِ لَا رَيْبَ فِيهِ وَمَنْ أَصْدَقُ مِنَ‌ اللَّهِ حَدِيثًا﴾ [النساء: 87‌].
ความว่า (อัลลอฮ์นั้นคือไม่มีผู้ใดที่ได้รับการเคารพสักการะโดยเที่ยงแท้ นอกจากพระองค์เท่านั้น แน่นอน พระองค์จะทรงรวบรวมพวกเจ้าทั้งหลายสู่วันกิยามะฮ์ ซึ่งไม่มีการสงสัยใดๆ ในวันนั้น และใครเล่าที่จะมีคำพูดจริงยิ่งกว่าอัลลอฮ์) (อันนิซาอ์ : 87)
เชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่าทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับวันสิ้นโลกดังที่พระเจ้าของเราได้กล่าวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน หรือในวจนะของนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เช่น การตายของมนุษย์ การฟื้นคืนชีพ การขอความช่วยเหลือด้วยสิทธิพิเศษ การชั่ง การคิดบัญชี นรก สวรรค์ และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวันสิ้นโลกหลักข้อที่หก : ศรัทธาต่อกฎสภาวการณ์ทั้งดีและไม่ดี
หลักข้อที่หก : ศรัทธาต่อกฎสภาวการณ์ทั้งดีและไม่ดี
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า: 
﴿إِنَّا كُلَّ شَيْءٍ خَلَقْنَاهُ بِقَدَرٍ﴾ [القمر: 49‌].
ความว่า (แท้จริงทุกๆ สิ่งนั้นเราสร้างมันตามสัดส่วน) (อัลเกาะมัร : 49)
เชื่อมั่นว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งที่ถูกสร้างทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ พระองค์อัลลอฮ์ทรงรอบรู้และทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการเพียงพระองค์เดียว ปราศจากภาคีใดๆ ซึ่งกฎสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นถูกกำหนดไว้ก่อนสร้างมนุษย์ ซึ่งมนุษย์นั้นมีความต้องการและความปรารถนา มนุษย์จะเป็นผู้กระทำการต่างๆ ให้เกิดขึ้นจริง แต่ทั้งหมดนั้นไม่พ้นจากความรอบรู้ของอัลลอฮ์และความประสงค์ของพระองค์
การศรัทธาต่อกฎสภาวการณ์มี 4 ประการ คือ
ประการที่หนึ่ง: ศรัทธาว่าอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ทุกประการ
ประการที่สอง: ศรัทธาต่อกฎกำหนดของอัลลอฮ์ทุกประการว่าจะคงอยู่ (ดำเนินการ) จนกระทั่งวันสิ้นโลก
ประการที่สาม: ศรัทธาต่อความประสงค์ของอัลลอฮ์และความปรีชาญาณที่สมบูรณ์ สิ่งใดที่พระองค์ทรงประสงค์สิ่งนั้นจะเกิดขึ้น และสิ่งใดที่พระองค์ไม่ทรงประสงค์สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น
ประการที่สี่: ศรัทธาว่าอัลลอฮ์เป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง ปราศจากภาคีใดๆ ที่มีส่วนร่วมในการสร้างของพระองค์

บริการ AI