“วะสัฏ” หมายถึง ความปานกลางและความสมดุลด้านอะกีดะฮฺและชะรีอะฮฺ
“อุมมะตัน วะสะฏอ” คือประชาชาติที่หลักความเชื่อ (อะกีดะฮฺ) และบทบัญญัติ (ชะรีอะฮฺ) ของพวกเขามีความโดดเด่นด้านความปานกลางระหว่างสองขั้วลบของความเลยเถิด โดยลักษณะของพวกเขาจะมีความปานกลางระหว่างสองขั้วความเลยเถิดหรือความจอมปลอมที่มีในคำสอนอื่นจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺ และมีความสมดุลระหว่างสองขั้วความต้องการของความจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์
“อุมมะตัน วะสะฏอ” คือประชาชาติที่เป็นกลางและมีความสมดุลในด้านคำสอนเดิมของอิสลามบนพื้นฐานแห่งอัลกุรอาน (อัดดีน) และด้านรูปแบบการนับถือศาสนาอิสลามหรือการปฏิบัติศาสนกิจบนพื้นฐานแห่งสุนนะฮฺของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และสุนนะฮฺเหล่าเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุม (อัตตะดัยยุน) กล่าวคือ มีความเป็นกลางระหว่างสองความหายนะและมีความสมดุลระหว่างสองความต้องการ นั่นคือ
ความเป็นกลางระหว่างสองฟากแห่งความเลยเถิด โดยศาสนาอิสลามที่วางอยู่บนพื้นฐานแห่งอัลกุรอานและการปฏิบัติศานกิจที่วางอยู่บนพื้นฐานแห่งสุนนะฮฺคือความเป็นกลางระหว่างสองความหายนะหรือความเลยเถิดดังต่อไปนี้
ระหว่างความเลยเถิดของชาวยิวที่ถูกกริ้วและความเลยเถิดของชาวคริสต์ที่หลงทาง
ระหว่างอิฟรอฏ (การปฏิบัติที่เกินเลยจากขอบเขตที่แท้จริง) กับตัฟรีฏ (การปฏิบัติที่น้อยและต่ำกว่าขอบเขตที่แท้จริง)
ระหว่างอัลอิสรอฟ (การจับจ่ายใช้สอยที่ฟุ่มเฟือย) และอัลอิกตาร (การจับจ่ายใช้สอยที่ตระหนี่ถี่เหนียว)
ระหว่างอัลฆอลีย์ (การเชิดชูยกย่องที่สูงและเกินเลย) กับอัลญาฟีย์ (การเชิดชูยกย่องที่ต่ำและน้อยเกินไป)
ระหว่างอัตตัมษีล (การเทียบเคียงคุณลักษณะของอัลลอฮฺกับคุณลักษณะของสิ่งที่ถูกสร้าง) กับอัตตะอฺฏีล (การปฏิเสธคุณลักษณะต่างๆ ของอัลลอฮฺที่พระองค์และศาสนทูตของพระองค์ได้ยืนยันไว้)
ระหว่างชีอะฮฺหรือรอฟิเฎาะฮฺในความเลยเถิดของพวกเขาด้านวะลาอ์ (การมอบความรักและความจงรักภักดี) ต่อเคาะลีฟะฮฺอาลี บิน อบีฏอลิบจนกระทั่งบูชาท่านและปฏิเสธเคาะลีฟะฮฺท่านอื่นๆ กับเคาะวาริจญ์ในด้านบะรออ์ (การปลีกตัวออกจากการเชื่อฟังเคาะลีฟะฮฺอาลี)จนกระทั่งตั้งตัวเป็นศัตรูกับท่าน
ความสมดุลระหว่างสองความต้องการ โดยศาสนาอิสลามที่วางอยู่บนพื้นฐานแห่งอัลกุรอานและการปฏิบัติศาสนกิจที่วางอยู่บนพื้นฐานแห่งสุนนะฮฺคือความสมดุลระหว่างสองความต้องการสำหรับความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตบนโลกนี้ อาทิ
ระหว่างความต้องการของจิตวิญญาณกับความต้องการของร่างกาย
ระหว่างความต้องการของชีวิตบนโลกกับความต้องการของชีวิตในวันอาคิเราะฮฺ
ระหว่างความต้องการของปัจเจกบุคคลกับความต้องการของกลุ่มชน หรือองค์กร
ระหว่างความต้องการของบุรุษเพศกับความต้องการของสตรีเพศ
ระหว่างความต้องการเฉพาะอย่างกับความต้องการทั่วไป
ระหว่างความต้องการของรัฐกับความต้องการของประชาชน
สรุปคือ
1. “วะสะฏอ” คือความปานกลางและความสมดุลที่วางอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและถูกคัดเลือกในฐานะสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่บนสุดยอดของความสูงส่ง
2. ไม่มีคำใดที่สามารถให้ความหมายของ “วะสะฏอ” ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคำในภาษาใดก็ตาม หรือไม่มีคำใดที่ครอบคลุมความหมายทั้งหมดของ “วะสะฏอ” ตามความหมายที่อัลลอฮฺได้กล่าวไว้ในอัลกุรอาน
3. ประชาชาตินบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คือ “อุมมะตัน วะสะฏอ” ที่ครอบคลุมทุกความหมายของ “วะสัฏ” ด้านวิถีการดำเนินชีวิต เริ่มตั้งแต่สัจธรรมและความสมบูรณ์ของศาสนาอิสลามอันเป็นศูนย์กลางแห่งดุลยภาพระหว่างทุกศาสนาและฝ่ายต่างๆ ในด้านอะกีดะฮฺ (หลักการศรัทธา) อิบาดะฮฺ (การเคารพภักดี) ชะรีอะฮฺ (บทบัญญัติ) มุอามะลาต (การปฏิสัมพันธ์) และอัคลาก (จริยธรรม) ตลอดจนถึงการนำหลักคำสอนของศาสนาไปปฏิบัติ (อัตตะดัยยุน) ในด้านความยุติธรรมในการตัดสินความและการแสดงจุดยืน ด้านความยิ่งใหญ่และการถูกคัดเลือกจากมวลมนุษยชาติ ด้านความสมดุลระหว่างความต้องการต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะความสมดุลระหว่างความต้องการของจิตวิญญาณกับความจำเป็นทางวัตถุ รวมทั้งความต้องการทางโลกอาคิเราะฮฺอันเป็นที่พำนักชั่วนิรันดรกับความจำเป็นทางโลกอันเป็นที่พำนักชั่วคราว ด้านความปานกลางระหว่างความเลยเถิดต่างๆ ที่เป็นอันตรายและชั่วร้าย ด้านความพอดีในจุดยืนที่มีต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งด้านสถานภาพของศูนย์กลางศาสนา (บัยตุลลอฮฺ) ที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางระหว่างซีกโลกตะวันออกกับซีกโลกตะวันตก และระหว่างซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้
ด้วยความหมายที่ดีต่างๆ ของ “วะสัฏ” ดังกล่าว นำพา “อุมมะตัน วะสะฏอ” ที่วางอยู่บนพื้นฐานแห่งความเที่ยงธรรมสู่ความเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของประชาชาติ “อุมมะตัน วาหิดะฮฺ” ที่มีพลังและเกียรติในการให้บริการต่อผลประโยชน์ของมวลมนุษย์ในฐานะประชาชาติที่ดีเลิศ “ค็อยเราะ อุมมะฮฺ” บนโลกนี้ และเป็นพยานต่อมวลมนุษยชาติในวันอาคิเราะฮฺต่อไปในอนาคต วัลหัมดุลิลลาฮฺ