เก้า : อุปสรรคของการยืนหยัด คือ ข้อคลุมเครือของความหลงผิดและอารมณ์ใฝ่ต่ำที่ลุ่มหลง

img

Marqoom

Danh mục :

Ngôn ngữ : Thai

Lượt xem : 1

Thêm vào yêu thích : 0

สิ่งคลุมเครือและอารมณ์ใฝ่ต่ำนั้น เป็นอุปสรรคต่อการยืนหยัดและการเดินผ่านบนเส้นทางของอัลลอฮฺที่เที่ยงตรง ซึ่งการเดินผ่านบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยสิ่งคลุมเครือและอารมณ์ใฝ่ต่ำนั้น ย่อมทำให้พลัดหลงจากเส้นทางของอัลลอฮฺที่เที่ยงตรงได้ 
จึงกล่าวได้ว่า คนที่พลัดหลงออกจากการยืนหยัด ล้วนพลัดหลงด้วยกับอารมณ์ใฝ่ต่ำหรือสิ่งคลุมเครือแทบทั้งสิ้น ซึ่งอารมณ์ใฝ่ต่ำนั้นจะสร้างความเสียหายให้กับการงาน ส่วนสิ่งคลุมเครือจะสร้างความเสียหายให้กับความรู้
อัลลอฮฺ อัซซะวะญัล ทรงมีดำรัสว่า
﴿ وَأَنَّ هَٰذَا صِرَٰطِي مُسۡتَقِيمٗا فَٱتَّبِعُوهُۖ وَلَا تَتَّبِعُواْ ٱلسُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمۡ عَن سَبِيلِهِۦۚ ١٥٣ ﴾ [الأنعام : 153]
ความว่า “และแท้จริงนี้คือทางของข้าอันเที่ยงตรงพวกเจ้าจงปฏิบัติตามมันเถิด และอย่าปฏิบัติตามหลาย ๆ ทาง เพราะมันจะทำให้พวกเจ้าแยกออกไปจากทางของพระองค์” (สูเราะฮฺอัล-อันอาม  : 153)
และมีหะดีษที่รายงานจากท่านอิบนุมัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ในหนังสือมุสนัดอัล-อิมามอะหฺมัด ซึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้กล่าวว่า 
«خَطَّ لَنَا رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ خَطًّا ثُمَّ قَالَ: «هَذَا سَبِيلُ اللَّهِ» ، ثُمَّ خَطَّ خُطُوطًا عَنْ يَمِينِهِ وَعَنْ شِمَالِهِ، ثُمَّ قَالَ: " هَذِهِ سُبُلٌ - قَالَ يَزِيدُ: مُتَفَرِّقَةٌ - عَلَى كُلِّ سَبِيلٍ مِنْهَا شَيْطَانٌ يَدْعُو إِلَيْهِ "، ثُمَّ قَرَأَ: ﴿ وَأَنَّ هَٰذَا صِرَٰطِي مُسۡتَقِيمٗا فَٱتَّبِعُوهُۖ وَلَا تَتَّبِعُواْ ٱلسُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمۡ عَن سَبِيلِهِۦۚ ﴾ [الأنعام : 153] » [أحمد برقم 4142]
ความว่า “ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้ขีดเส้นหนึ่งเส้น และท่านได้กล่าวว่า นี่คือแนวทางของอัลลอฮฺ หลังจากนั้นท่านได้ขีดเส้นหลายเส้นทางด้านขวาและด้านซ้ายของเส้นดังกล่าว และท่านได้กล่าวว่า นี่คือแนวทางที่หลากหลาย ทุกแนวทางนั้นจะมีชัยฏอนคอยชักชวนสู่แนวทางดังกล่าว แล้วท่านได้อ่านอายะฮฺที่ว่า(ความว่า) “และแท้จริง นี่คือทางของข้าอันเที่ยงตรงพวกเจ้าจงปฏิบัติตามมันเถิด และอย่าปฏิบัติตามหลาย ๆ ทาง เพราะมันจะทำให้พวกเจ้าแยกออกไปจากทางของพระองค์” (สูเราะฮฺอัล-อันอาม  : 153) (บันทึกโดยอะหฺมัด หมายเลขหะดีษ 4142)
ชัยฏอนที่ชักชวนผู้คนให้พลัดหลงออกจากเส้นทางของอัลลอฮฺที่เที่ยงตรงนั้น การชักชวนของมันล้วนด้วยกับสิ่งคลุมเครือและอารมณ์ใฝ่ต่ำแทบทั้งสิ้น 
ดังนั้น หากมันเห็นว่าเขาชอบปล่อยปละละเลย (ในการยืนหยัด) มันก็จะทำให้เขาชื่นชอบในอารมณ์ใฝ่ต่ำ แต่หากมันเห็นว่าเขามีความเอาใจใส่และดำรงมั่น(ในการยืนหยัด) มันก็จะล่อลวงด้วยสิ่งคลุมเครืออื่นๆ ต่อ 
ดังที่ชาวสะลัฟคนหนึ่งได้กล่าวว่า “ไม่มีคำสั่งใดที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้สั่งใช้ให้ปฏิบัติ เว้นแต่ชัยฏอนจะใช้สองวิธีในการล่อลวง นั้นคือ ให้มีความสะเพร่าและปล่อยปละละเลย หรือการเลยเถิดและมีความสุดโต่ง ซึ่งมันจะไม่สนใจว่าเขาจะเป็นเช่นไร (หมายถึงทั้งสองวิธีสามารถล่อลวงลูกหลานอาดัมได้)”
ท่านอิบนุลก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “แน่นอนที่สุด มนุษย์ส่วนใหญ่ พวกเขาไม่สามารถที่จะเดินผ่านสองหุบเขาต่อไปนี้ได้ เว้นแต่เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะปลอดภัย หุบเขาแรก คือ หุบเขาแห่งการปล่อยปละละเลย และหุบเขาที่สอง คือ หุบเขาแห่งการเลยเถิดและการละเมิดขอบเขต และน้อยเหลือเกินในหมู่พวกเขาที่จะสามารถยืนหยัดอยู่บนเส้นทางที่เที่ยงตรง อันเป็นเส้นทางที่ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านได้ก้าวเดิน” (อิฆอษะฮฺ อัล-ละฮฺฟาน หน้า 1/136)
ณ ตรงนี้ เราจะนำเสนอตัวอย่างหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งมีประโยชน์ที่มากมายด้วย และตัวอย่างนี้ ยังถือเป็นบทเรียนที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับพวกเราทุกคน ดังที่ได้ถูกรับรองความถูกต้องไว้ในมุสนัดอิมามอะหฺมัด และในสุนันอิมามอัต-ติรมีซีย์ และอื่นจากนี้ ซึ่งมีรายงานจากท่านอัน-เนาวาส บินสัมอาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า
«ضَرَبَ اللَّهُ مَثَلًا صِرَاطًا مُسْتَقِيمًا، وَعَلَى جَنْبَتَيْ الصِّرَاطِ سُورَانِ، فِيهِمَا أَبْوَابٌ مُفَتَّحَةٌ، وَعَلَى الْأَبْوَابِ سُتُورٌ مُرْخَاةٌ، وَعَلَى بَابِ الصِّرَاطِ دَاعٍ يَقُولُ: أَيُّهَا النَّاسُ، ادْخُلُوا الصِّرَاطَ جَمِيعًا، وَلَا تَتَعَرَّجُوا، وَدَاعٍ يَدْعُو مِنْ فَوْقِ الصِّرَاطِ، فَإِذَا أَرَادَ يَفْتَحُ شَيْئًا مِنْ تِلْكَ الْأَبْوَابِ، قَالَ: وَيْحَكَ لَا تَفْتَحْهُ، فَإِنَّكَ إِنْ تَفْتَحْهُ تَلِجْهُ، وَالصِّرَاطُ الْإِسْلَامُ، وَالسُّورَانِ: حُدُودُ اللَّهِ، وَالْأَبْوَابُ الْمُفَتَّحَةُ: مَحَارِمُ اللَّهِ، وَذَلِكَ الدَّاعِي عَلَى رَأْسِ الصِّرَاطِ: كِتَابُ اللَّهِ، وَالدَّاعِي مِنِ فَوْقَ الصِّرَاطِ: وَاعِظُ اللَّهِ فِي قَلْبِ كُلِّ مُسْلِمٍ » [أحمد برقم 17634، والترمذي برقم 2859، والحاكم 1/144، وصححه الألباني في صحيح الجامع 3887] 
ความว่า “อัลลอฮทรงเปรียบเปรยเส้นทางของพระองค์ที่เทียงตรงโดยข้างซ้ายและขวาของมันนั้น มีผนังสองด้าน ซึ่งต่างก็มีประตูที่เปิดอยู่ และถูกปิดลงโดยผู้ปิดมัน และเบื้องหน้าประตูศิรอฎ (ที่เที่ยงตรงของอัลลอฮ) นั้น มีผู้เรียกร้องอยู่ พร้อมกล่าวว่า “โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงเข้ามา สู่เส้นทางของอัลลอฮที่เที่ยงตรงเถิด และอย่าได้เบี่ยงเบนไปทางอื่นเลย” และยังมีผู้เรียกร้องบนศิรอฎ ในขณะที่มนุษย์จะลองเปิดประตูทั้งสองที่อยู่ข้างขวาและข้างซ้าย (ของศิรอฎ) มีเสียงเรียกถึงพวกเขาว่า “หายนะจงประสบแด่พวกท่าน อย่าได้เปิดมันเลย! แท้จริง หากท่านเปิดมันออกมา ท่านก็จะเข้าไปในมัน” ดังนั้น ศิรอฎ คือ อิสลาม ในขณะที่ผนังทั้งสอง คือ ขอบเขตของอัลลอฮ และประตูที่เปิดออกนั้น คือ สิ่งต้องห้ามของพระองค์ ส่วนผู้เรียกร้องที่อยู่เบื้องหน้าศิรอฎนั้น คือ คัมภีร์ของอัลลอฮ และผู้เรียกร้องที่อยู่บนศิรอฎนั้น คือ ความรู้สึก (ที่จะหักห้าม) ที่มีอยู่หัวใจมุสลิมทุกคน”  (บันทึกโดยอะหฺมัด หมายเลขหะดีษ 17634 อัต-ติรมิซีย หมายเลขหะดีษ 2859 อัล-หากิม หน้า 1/144 ท่านอัล-อัลบานีย์กล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ 3887)
จงพิจารณาการอุปมาข้างต้น แน่นอนที่สุดอัลลอฮจะทรงประทานคุณความดีแก่ท่าน อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ทรงเปรียบเปรยเส้นทางของพระองค์ที่เที่ยงตรง ซึ่งข้างซ้ายและขวาของมันนั้นมีผนัง ซึ่งหากนึกภาพแล้ว ท่านกำลังเดินอยู่บนเส้นทางหนึ่งที่เที่ยงตรง ในขณะที่ข้างขวาของท่านมีผนัง และข้างซ้ายของท่านก็มีผนังเช่นกัน ในที่ผนังดังกล่าวนั้น มีประตูมากมายที่ท่านเดินผ่านทั้งด้านซ้ายและขวา ในขณะที่ประตูต่างเหล่านี้ถูกปิดด้วยผ้าคลุม(ซึ่งง่ายเหลือเกินที่จะดึงออก) ซึ่งพวกท่านรู้ดีว่า ประตูที่ถูกปิดไว้ด้วยผ้าคลุม ไม่เหมือนกับประตูที่มีบานประตูปิดไว้  เพราะง่ายเหลือเกินสำหรับท่านที่จะผ่านเข้าไปในประตูนั้น และไม่มีสิ่งใดขวางกั้นท่านได้ มุสลิมที่ยืนหยัดนั้น หากเขาต้องการเข้าไปในประตูแห่งอารมณ์ใฝ่ต่ำแล้ว แต่ในหัวใจของเขาจะเกิดการขัดขืนและต่อต้าน และจะไม่รู้สึกสบายและสุขใจ นี่แหล่ะคือคำตักเตือนจากอัลลอฮฺที่มีอยู่ในหัวใจมุสลิมทุกคน
และสิ่งที่หะดีษข้างต้นได้เน้นหนัก คือ ทางฝั่งซ้ายและขวาของเส้นทางที่เที่ยงตรงนั้น มีประตูต่างๆ ที่จะนำมนุษย์ออกจากเส้นทางที่เที่ยงตรง และประตูต่างๆ ทั้งหมดนั้นย้อนกลับไปสู่สองสิ่ง คือ สิ่งคลุมเครือ หรือไม่ก็ประการที่สอง นั่นคือ อารมณ์ใฝ่ต่ำ
อิมามอิบนุลก็อยยิม เราะหิมะฮุลลฮฮฺ ได้กล่าวว่า “อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ได้แนะนำเส้นทางผ่านของทุกคนที่จะไปยังสวรรค์ และทรงสร้างไฟที่ลุกไหม้ ที่จะเผาร่างทุกคนตามการงานของเขา (ในโลกดุนยา) เช่นเดียวกับไฟแห่งความมดเท็จที่ลุกไหม้จากสิ่งคลุมเครือที่หลงผิด ส่วนอารมณ์ใฝ่ต่ำที่ทำให้ผู้ปฏิบัติตามมันลุ่มหลงนั้น จะหักห้ามผู้ปฏิบัติตามมันจากการยืนหยัดและจากเส้นทางที่เที่ยงตรง รวมถึงการเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง และผู้ใดที่ถูกปกปักษ์รักษานั้น เขาคือผู้ที่อัลลอฮทรงปกปักษ์รักษา” (อัศ-เศาะวาอิก อัล-มุรสะละฮฺ เล่ม 4 หน้า 1256)
และบ่าวคนหนึ่งที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องการทางนำ 2 ประการที่จะทำให้ตนเองรอดพ้นปลอดภัยในการเดินทาง นั่นคือ ทางไปสู่เส้นทางที่เที่ยงตรง และทางนำเมื่อเดินอยู่บนเส้นทางที่เที่ยงตรงนั้น 
ท่านอิบนุลก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้เน้นย้ำเรื่องนี้ด้วยการกล่าวว่า “ดังนั้น ทางนำไปสู่เส้นทางที่เที่ยงตรงกับทางนำในขณะเดินอยู่บนเส้นทางที่เที่ยงตรงนั้นเป็นสิ่งที่แตกต่างกัน ท่านอาจจะเคยเห็นคนที่รู้ว่าเส้นทางที่คนคนหนึ่งเดินทางไปเมืองแห่งหนึ่ง คือเส้นทางนี้ เส้นทางนั้น แต่เขาอาจจะไม่ชำนาญในการเดินผ่านเส้นทางดังกล่าวก็ได้ เพราะการเดินบนเส้นทางดังกล่าวนั้นจำเป็นต้องอาศัยการนำทางเฉพาะสู่เส้นทางนั้น เช่น ต้องเดินทางในเวลาเฉพาะซึ่งไม่อาจเดินทางในเวลาอื่นได้ ต้องพกพาน้ำให้เหมาะสมกับระยะทางที่จะเดินไป ต้องหยุดพักในที่เฉพาะ นี่เป็นเพียงตัวอย่างเกี่ยวกับข้อแนะนำในการเดินทางสำหรับคนที่รู้เส้นทางที่จะเดินผ่านไปแต่เขาอาจจะลืม(เส้นทาง)นั้นแล้ว จนทำให้เขาประสบกับความล้มเหลวและไปไม่ถึงที่หมาย” (ริสาละฮฺ อิบนิลก็อยยิม อิลา อะหะดิน อิควานิฮิ หน้า 9)