ข้อผ่อนปรนต่างๆ ในการถือศีลอดของผู้หญิง

img

Marqoom

Danh mục :

Ngôn ngữ : Thai

Lượt xem : 1

Thêm vào yêu thích : 0

สำหรับสตรีนั้นมีข้อผ่อนปรนหลายประการ ให้ละศีลอดได้และชดใช้ในวันอื่นๆ ตามจำนวนวันที่ขาดไป
1. เลือดประจำเดือน และเลือดหลังคลอดบุตร 
ห้ามสตรีที่มีประจำเดือนและเลือดหลังคลอดทำการถือศีลอด และจำเป็นที่จะต้องถือชดเชยในวันอื่น เนื่องจากหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า
كُنَّا نُؤْمَرُ بِقَضَاءِ الصِّيَامِ وَلَا نُؤْمَرُ بِقَضَاءِ الصَّلَاةِ
ความว่า “เราถูกสั่งให้ชดเชยการถือศีลอด และไม่ถูกใช้ให้ชดเชยการละหมาด” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 321 , มุสลิม : 759 , อบู 
ดาวูด : 262 , อัต-ติรมิซีย์  : 130 และอัน-นะสาอีย์ : 2317)

และทั้งนี้ เนื่องจากมีสตรีผู้หนึ่งได้ถามเธอว่า ทำไมผู้มีประจำเดือนต้องถือศีลอดชดเชย และไม่ต้องละหมาดชดเชย? เธอก็ได้อธิบายว่า “แท้จริงเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งจากเรื่องราวที่ต้องยึดตามตัวบท”
 เหตุผลที่ไม่ต้องถือศีลอด ชัยคุลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ ได้กล่าวไว้ในมัจญ์มูอฺ อัล-ฟะตาวา เล่มที่ 25/251 “เลือดที่ออกมาเพราะการมีประจำเดือนนั้น คือการออกมาของเลือด และผู้ที่มีประจำเดือนสามารถที่จะถือศีลอดในเวลาที่ไม่มีเลือดได้ ดังนั้นการถือศีลอดเวลาที่ไม่มีเลือดนั้นเป็นการถือศีลอดที่สมดุล ซึ่งเลือดเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง และการถือศีลอดในขณะที่มีประจำเดือน ทำให้เกิดความบกพร่องและอ่อนแอต่อร่างกายของเธอ และการถือศีลอดไม่สมดุล ดังนั้นเธอจึงถูกสั่งใช้ให้ถือศีลอดในเวลาที่ไม่มีประจำเดือน"

2. การตั้งครรภ์และการให้นม
คือการตั้งครรภ์และการให้นมที่ทำให้เกิดอันตรายต่อสตรีต่อทารกในครรภ์ หรือทั้งต่อตัวของแม่และเด็กเอง เธอก็สามารถละศีลอดได้ในขณะที่กำลังตั้งครรภ์หรือช่วงให้นม
  หากเธอละศีลอดเพราะเกรงว่าอันตรายจะเกิดกับเด็ก เธอจะต้องถือศีลอดชดเชยวันที่ได้ละศีลอด และให้จ่ายอาหารแก่ผู้ขัดสนหนึ่งคนต่อจำนวนหนึ่งวันที่ได้ละเว้นการถือศีลอด 
หากเธอละศีลอดเพราะเกรงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเธอเอง ก็ให้ถือศีลอดชดเชยอย่างเดียวไม่ต้องจ่ายอาหาร ทั้งนี้เนื่องจากผู้ที่ตั้งครรภ์และผู้ที่ให้นม เข้าข่ายในคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า
﴿وَعَلَى ٱلَّذِينَ يُطِيقُونَهُۥ فِدۡيَةٞ طَعَامُ مِسۡكِينٖۖ ﴾ [البقرة: ١٨٤]  
ความว่า “และสำหรับผู้ที่ถือศีลอดได้ด้วยความยากลำบาก ให้จ่ายสิ่งชดเชยคืออาหารแก่ผู้ขัดสน” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 184) 
อิบนุ กะษีรฺ กล่าวไว้ในตัฟซีรฺของท่าน เล่มที่ 1/379 ว่า “และผู้ที่เข้าข่ายในความหมายนี้ คือผู้ที่ตั้งครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตร เมื่อเขาทั้งสองกลัวจะเป็นอันตรายต่อตัวเอง หรือเป็นอันตรายต่อลูก”
ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่าน เล่มที่ 25/318 “หากว่าเธอกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ก็อนุญาตให้ละศีลอด และจะต้องชดเชยตามจำนวนวันที่ขาดไป และจะต้องจ่ายอาหารแก่ผู้ขัดสนหนึ่งคนจำนวนหนึ่งลิตรต่อหนึ่งวันที่ละศีลอด”
 
สิ่งที่จำเป็นต้องรู้
1. ผู้ที่มีเลือดเสีย (อัล-มุสตะหาเฏาะฮฺ) –คือผู้ที่มีเลือดมาโดยที่ไม่ใช่ประจำเดือนดังที่กล่าวก่อนนี้แล้ว- จำเป็นแก่เธอที่จะต้องถือศีลอด และไม่อนุญาตให้ละทิ้งการถือศีลอดอันเนื่องจากมีเลือดเสีย
ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ ได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่าน เล่มที่ 25/251 หลังจากที่กล่าวถึงการละศีลอดของผู้มีประจำเดือน “ซึ่งแตกต่างกับเลือดเสีย เพราะว่าเลือดเสียนั้นไม่สามารถควบคุมเวลาได้ โดยเธอถูกใช้ให้ถือศีลอดในเวลานั้นและไม่สามารถจะระวังมันได้ เช่น การอาเจียนออกมา การมีเลือดออกมาตามแผล และฝีต่างๆ การฝัน และในทำนองนั้น ในบรรดาสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ มันจึงไม่มีผลกับการถือศีลอดเหมือนกับเลือดประจำเดือน”
2. จำเป็นต่อผู้มีประจำเดือน ผู้ที่ตั้งครรภ์ และผู้ที่ให้นม เมื่อพวกเธอละทิ้งการถือศีลอด จะต้องถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนวันที่ได้ละศีลอด ในระหว่างเดือนเราะมะฎอนนี้กับเดือน
เราะมะฎอนที่จะมาถึง และการรีบชดใช้เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด และเมื่อเหลือไม่กี่วันที่เดือนเราะมะฎอนใหม่จะมาถึงนอกจากเท่ากับวันที่ได้ละศีลอด ก็จำเป็นที่จะต้องถือศีลอดชดใช้ เพื่อมิให้เดือนเราะมะฎอนใหม่มาถึงโดยที่ยังมิได้ชดเชยของก่อน ถ้าหากเข้า
เราะมะฎอนใหม่และยังมิได้ชดเชย โดยที่ไม่มีอุปสรรคที่ได้รับการอนุโลมแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องถือศีลอดชดเชย พร้อมจ่ายอาหารแก่ผู้ขัดสนหนึ่งคนต่อหนึ่งวัน หากการล่าช้าเกิดจากอุปสรรคก็จะต้องถือศีลอดชดใช้อย่างเดียว (ไม่ต้องจ่ายอาหาร) ผู้ที่จำเป็นต้องถือศีลอดชดเชย ด้วยสาเหตุของการละทิ้งศีลอดอันเนื่องจากการเจ็บป่วย หรือการเดินทางนั้น ก็ใช้บทบัญญัติและข้อชี้ขาดเดียวกับผู้มีประจำเดือน ดังที่แจกแจงมาก่อนแล้ว
3. ไม่อนุญาตให้สตรีถือศีลอดภาคสมัครใจ (ตะเฎาวุอฺ) เมื่อสามีของเธออยู่บ้าน ไม่ได้เดินทาง นอกจากด้วยการอนุญาตของสามีเท่านั้น ดังหะดีษที่อิมามอัล-บุคอรีย์และมุสลิม และท่านอื่นๆ ได้รายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะละฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
«لَا يَحِلُّ لِلْمَرْأَةِ أَنْ تَصُومَ وَزَوْجُهَا شَاهِدٌ إِلَّا بِإِذْنِهِ»
ความว่า “ไม่อนุญาตให้ภรรยาถือศีลอดในขณะที่สามีของนางอยู่บ้าน ไม่ได้เดินทาง นอกจากด้วยการอนุญาตของเขาเท่านั้น” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 5192 และมุสลิม :2367)  
และในบางสายรายงานของอะห์มัดและอบู ดาวูดที่ว่า “นอกจากเดือนเราะมะฎอน” ถ้าสามีได้อนุญาตให้ถือศีลอดภาคสมัครใจ หรือสามีไม่ได้อยู่กับเธอ หรือเธอไม่มีสามี ก็ส่งเสริมให้เธอถือศีลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ส่งเสริมให้ถือ เช่น วันจันทร์ วันพฤหัสบดี สามวันของทุกๆ เดือน หกวันของเดือนเชาวาล สิบวันของเดือนซุลหิจญะฮฺ วันอะเราะฟะฮฺ วันอาชูรออ์ หนึ่งวันก่อนและหลังจากวันอาชูรออ์ เพียงแต่ไม่สมควรสำหรับเธอที่จะถือศีลอดสมัครใจ (สุนัต) ในขณะที่ยังติดค้างศีลอดเดือนเราะมะฎอน เธอจะต้องถือศีลอดชดเชยเสียก่อน วัลลอฮุอะอฺลัม
4. เมื่อสตรีสะอาดจากประจำเดือนในช่วงกลางวันของเดือนเราะมะฎอน เธอจะต้องงดการรับประทานในช่วงเวลาส่วนที่เหลือของวันนั้น และเธอยังต้องถือศีลอดชดของวันนั้นด้วย พร้อมๆ กับวันอื่นๆ ที่ได้ละเว้นการถือศีลอดเพราะมีประจำเดือน และการงดอาหารในส่วนที่เหลือของวันที่เธอสะอาดนั้นเป็นวาญิบ/จำเป็น ทั้งนี้เพราะเป็นการให้เกียรติเดือนเราะมะฎอน