พิธีกรรมหัจญ์ที่ผู้มีประจำเดือนปฏิบัติได้และห้ามปฏิบัติ

img

Marqoom

Danh mục :

Ngôn ngữ : Thai

Lượt xem : 85

Thêm vào yêu thích : 0

สตรีที่มีประจำเดือนให้ปฏิบัติพิธีกรรมหัจญ์ได้ทุกประการ ได้แก่การเจตนาเข้าพิธี/อิห์รอม การไปวุกูฟ ณ อะเราะฟะฮฺ การค้างแรม ณ มุซดะลิฟะฮฺ การขว้างเสาหิน ยกเว้นการเฏาะวาฟเวียนรอบบัยตุลลอฮฺจนกว่าจะสะอาด เพราะท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่ท่านหญิงอาอิชะฮ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ขณะที่เธอมีประจำเดือนว่า
«افْعَلِي مَا يَفْعَلُ الْحَاجُّ غَيْرَ أَنْ لَا تَطُوفِي بِالْبَيْتِ حَتَّى تَطْهُرِي»
ความว่า “จงปฏิบัติเยี่ยงคนทำหัจญ์ เพียงแต่เธอจะต้องไม่เวียนรอบบัยตุลลอฮฺจนกว่าเธอจะสะอาด”(บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 305,5548 และมุสลิม : 2929)
 
และในสายรายงานของมุสลิม กล่าวว่า
«فَاقْضِي مَا يَقْضِي الْحَاجُّ غَيْرَ أَنْ لَا تَطُوفِي بِالْبَيْتِ حَتَّى تَغْتَسِلِي»
ความว่า “จงปฏิบัติเยี่ยงผู้ประกอบพิธีหัจญ์ เพียงแต่เธอจะต้องไม่เวียนรอบบัยตุลลอฮฺจนกว่าจะได้อาบน้ำชำระล้างร่างกาย” (บันทึกโดยมุสลิม : 2910)
     
อิมาม อัช-เชากานีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ (นัยลุลเอาฏอรฺ : 5/49) ว่า “หะดีษบทนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ห้ามมิให้สตรีที่มีประจำเดือนทำการเฏาะวาฟเวียนรอบบัยตุลลอฮฺ จนกว่าเลือดของเธอจะหยุดและได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายแล้ว และการห้ามได้บ่งบอกถึงความเป็นโมฆะที่หมายถึงการใช้ไม่ได้ ดังนั้น การเวียนรอบบัยตุลลอฮฺของสตรีที่มีประจำเดือนนั้น เป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้ ซึ่งเป็นคำกล่าวของบรรดาผู้รู้ส่วนมาก”
    สตรีที่มีประจำเดือนจะยังไม่มีการสะแอระหว่างเศาะฟาและมัรวะฮฺ เนื่องจากการสะแอนั้นต้องทำหลังจากการเฏาะวาฟเท่านั้น (เฏาะวาฟกุดูมหรือเฏาะวาฟอิฟาเฎาะฮฺ ทั้งสองเป็น
เฏาะวาฟภาคบังคับ) เพราะท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่เคยสะแอนอกจากหลังการเฏาะวาฟเท่านั้น
  อิมาม อัน-นะวะวีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ (อัล-มัจญ์มูอฺ 8/82) ว่า “ประเด็นปัญหา หากเขาสะแอก่อนที่จะเฏาะวาฟ การ
สะแอของเขาจะใช้ไม่ได้ตามทัศนะของเรา และเป็นทัศนะของผู้รู้ส่วนมาก และเราเคยนำเสนอจาก อัล-มาวัรดียฺว่า เขาได้รายงานมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นทัศนะของ
อิมาม มาลิก, อบู หะนีฟะฮฺ และอะห์มัด 
      อิบนุล มุนซิรฺ ได้เล่าจากอะฏออ์และบางคนจากนักวิชาการหะดีษว่า “การสะแอก่อนเฏาะวาฟนั้นใช้ได้” บรรดาสหายของเรา (ของอัน-นะวะวีย์) ได้เล่าจากอะฏออ์และดาวูด หลักฐานของเราคือ ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทำการสะแอหลังจากเฏาะวาฟ และกล่าวว่า
«لِتَأْخُذُوا مَنَاسِكَكُمْ» 
ความว่า “จงยึดแบบอย่างของฉันในการทำหัจญ์ของพวกท่าน” (บันทึกโดยมุสลิม : 1324)
    ส่วนหะดีษของอุสามะฮฺ อิบนุ ชะรีก กล่าวว่า 
 قَالَ خَرَجْتُ مَعَ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَاجًّا فَكَانَ النَّاسُ يَأْتُونَهُ ، فَمِنْ قَائِلٍ : يَا رَسُولَ اللَّهِ سَعَيْتُ قَبْلَ أَنْ أَطُوفَ ، أَوْ أَخَّرْتُ شَيْئًا ، أَوْ قَدَّمْتُ شَيْئًا ؟ فَكَانَ يَقُولُ لَهُمْ : لا حَرَجَ ، لا حَرَجَ ، إِلّا عَلَى رَجُلٍ اقْتَرَضَ عِرْضَ رَجُلٍ مُسْلِمٍ وَهُوَ ظَالِمٌ ، فَذلك الَّذِي حَرَّجَ وَهَلَكَ. 
ความว่า “ฉันได้ออกไปทำหัจญ์พร้อมกับท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ แล้วผู้คนทั้งหลายก็มาหาท่าน บางคนกล่าวว่า โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ฉันสะแอก่อนเฏาะวาฟ หรือทำสิ่งนั้นก่อน ทำสิ่งนี้หลัง แล้วท่านก็ตอบว่า “ไม่เป็นบาปแต่อย่างใดนอกจากผู้ที่ทำลายชื่อเสียงของมุสลิม โดยที่เขาเป็นผู้อธรรม นั่นแหละคือผู้ที่หายนะและมีบาป” (บันทึกโดยอบู ดาวูด : 1695) ด้วยสายสืบที่ถูกต้อง ผู้รายงานหะดีษทุกคนเป็นผู้รายงานของ อัล-บุคอรีย์และมุสลิม นอกจากอุสามะฮฺ อิบนุ ชะรีก เขาคือเศาะหาบะฮฺของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
    และหะดีษบทนี้มีความเป็นไปได้ตามการอธิบายของอัล-ค็อฏฏอบีย์ และท่านอื่นๆ ว่า "การสะแอก่อนเฏาะวาฟนั้น คือการสะแอหลังจากเฏาะวาฟกุดูม (เฏาะวาฟเมื่อมาถึง ซึ่งเป็นเฏาะวาฟอุมเราะฮ หรือเฏาะวาฟของหัจญ์กิรอน หรืออิฟรอด) ไม่ใช่เฏาะวาฟอิฟาเฎาะฮฺ (เฏาะวาฟหัจญ์) – จบการอ้างคำพูดของ 
อัน-นะวะวีย์ 
  ชัยค์มุหัมมัด อัล-อะมีน อัช-ชันกีฏีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ (อัฎวาอ์ อัล-บะยาน : 5/252) “พึงทราบเถิดว่า แท้จริงทัศนะของนักวิชาการส่วนมากคือการสะแอจะใช้ไม่ได้ นอกจากหลังการเฏาะวาฟเท่านั้น ถ้าหากว่าเขาสะแอก่อนเฏาะวาฟ แน่นอนการสะแอของเขาก็ใช้ไม่ได้ ตามทัศนะของนักวิชาการส่วนมาก ซึ่งได้แก่
อิมามทั้งสี่ท่าน อัล-มาวัรดียฺ และท่านอื่นๆ ได้รายงานมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์ในเรื่องดังกล่าว”  หลังจากนั้น ชัยค์อัช-ชันกีฏีย์ได้อ้างคำพูดของอัน-นะวะวีย์ ดังที่กล่าวก่อนนี้ และชัยค์ได้ชี้แจงเกี่ยวกับหะดีษของ อิบนุ ชะรีก โดยอธิบายคำที่ว่า สะแอก่อน
เฏาะวาฟนั้นคือสะแอก่อนเฏาะวาฟอิฟาเฎาะฮฺ (เฏาะวาฟหัจญ์) ซึ่งเป็นรุก่นหลักสำคัญของหัจญ์  และก็ไม่ได้ขัดแย้งว่าเขาสะแอหลังเฏาะวาฟกุดูม ซึ่งมิใช่รุก่นของหัจญ์” 
    อิบนุ กุดามะฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ (อัล-มุฆนีย์ : 5/240) “การสะแอนั้นอยู่หลังการเฏาะวาฟ การสะแอจะใช้ไม่ได้นอกจากจะต้องเฏาะวาฟก่อน ดังนั้นหากเขาทำการสะแอก่อน ก็ใช้ไม่ได้ นี่คือทัศนะของมาลิก อัช-ชาฟิอีย์ และสหายของอบูหะนีฟะฮฺ ส่วนอัล-อะฏออ์ กล่าวว่าใช้ได้ และมีรายงานจากอะห์มัดว่า ถือว่าใช้ได้หากเขาลืม และใช้ไม่ได้หากเขาตั้งใจ เนื่องจากเมื่อท่าน
เราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกถามเกี่ยวกับการกระทำก่อนและหลัง ในขณะที่ขาดความรู้และลืม ท่านก็กล่าวว่า “ไม่เป็นบาปแต่ประการใด”
  และต้องให้น้ำหนักกับทัศนะที่หนึ่ง เนื่องจากท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สะแอหลังจากเฏาะวาฟ และได้กล่าวว่า “จงยึดแบบอย่างของฉันในการทำหัจญ์ของพวกท่าน”  
จากที่กล่าวมาเป็นที่รับรู้ได้ว่า แท้จริงหะดีษที่ถูกอ้างเป็นหลักฐานว่าการสะแอก่อนการเฏาะวาฟใช้ได้นั้น ในหะดีษไม่มีสิ่งใดที่เป็นหลักฐาน เนื่องจากมีความเป็นไปได้หนึ่งจากสองประการนี้ 
หนึ่ง อาจจะเกี่ยวกับผู้ที่สะแอก่อนเฏาะวาฟอิฟาเฎาะฮฺ และเขาได้สะแอเพื่อเฏาะวาฟกุดูมมาแล้ว ดังนั้นการสะแอของเขาจึงอยู่หลังจากเฏาะวาฟนั่นเอง 
สอง หรือมีความเป็นไปได้ว่าหะดีษจำกัดเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่รู้หรือลืมโดยมิได้ตั้งใจ และที่ฉันได้อธิบายยาวในปัญหานี้ เพราะในปัจจุบันได้มีผู้ชี้ขาดปัญหาศาสนาว่า อนุญาตให้สะแอก่อน
เฏาะวาฟได้ อัลลอฮุลมุสตะอาน
  คำเตือน หากสตรีได้เฏาะวาฟเสร็จแล้ว จากนั้นเธอก็มีประจำเดือน ในสภาพเช่นนี้เธอจะทำการสะแอได้ เนื่องจากการ
สะแอนั้นไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องมีความสะอาด
      อิบนุ กุดามะฮฺ กล่าวใน (อัล-มุฆนีย์ : 5/246) ว่า นักวิชาการส่วนมากมีความเห็นว่า ความสะอาดไม่ใช่เงื่อนไขของการสะแอ และส่วนหนึ่งจากผู้รู้ที่มีทัศนะเช่นนี้ คือ อะฏออ์, มาลิก, อัช-ชาฟีอีย์ , อบู เษารฺ และสหายของอบู หะนีฟะฮฺ  
อบู ดาวูดได้กล่าวว่า “ฉันได้ยินอะห์มัด บิน หันบัล กล่าวว่า “เมื่อสตรีได้เฏาะวาฟแล้ว หลังจากนั้นเธอมีประจำเดือน ก็ให้เธอสะแอ จากนั้นเธอก็ออกเดินทางกลับภูมิลำเนา”  
และมีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ และอุมมุ สะละมะฮฺ ทั้งสองได้กล่าวว่า 
«إذَا طَافَتِ الْمَرْأَةُ بِالْبَيْتِ ثُمَّ صَلَّتْ رَكْعَتَيْنِ ثُمَّ حَاضَتْ فَلْتَطُفْ بَيْنَ الصَّفَا وَالْمَرْوَةِ»
ความหมาย “เมื่อสตรีได้เฏาะวาฟและละหมาดสองร็อกอะฮฺแล้ว (สุนนะฮฺหลังเฏาะวาฟ) จากนั้นเธอมีประจำเดือน เธอก็จงสะแอระหว่างเศาะฟาและมัรวะฮฺต่อไปได้” (บันทึกโดยอัล-อัษร็อม ถ่ายทอดโดยอิบนุ อบี ชัยบะฮฺ : 14396)