การไม่อนุญาตให้เดินทางโดยไม่มีมะห์ร็อม

img

Marqoom

Danh mục :

Ngôn ngữ : Thai

Lượt xem : 63

Thêm vào yêu thích : 0

ช่องทางหนึ่งที่จะรักษาอวัยวะเพศ คือห้ามมิให้สตรีเดินทางโดยไม่มีมะห์ร็อม ซึ่งคอยปกป้องคุ้มกันเธอจากพวกเกะกะเกเรและคนชั่วทั้งหลาย ดังมีหะดีษที่เชื่อถือได้รายงานว่า ไม่อนุญาตให้สตรีเดินทางโดยปราศจากมะห์ร็อม เช่น รายงานจากท่านอิบนุ อุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
«لَا تُسَافِرُ الْمَرْأَةُ ثَلَاثًا إِلَّا وَمَعَهَا ذُو مَحْرَمٍ»
ความว่า “สตรีจะไม่เดินทางเป็นเวลาสามวัน นอกจากจะต้องพร้อมกับมะห์ร็อมเท่านั้น” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 1862 และมุสลิม : 1338) 
  จากอบู สะอีด อัล-คุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ “ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามมิให้สตรีเดินทางในระยะเวลาสองวัน....” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 1864 และมุสลิม : 3249)
    จากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า 
«لَا يَحِلُّ لِامْرَأَةٍ تُؤْمِنُ بِاَللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ أَنْ تُسَافِرَ مَسِيرَةَ يَوْمٍ وَلَيْلَةٍ إلَّا وَمَعَهَا حُرْمَةٌ» 
ความว่า “ไม่อนุญาตให้สตรีที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันปรโลกเดินทางในระยะทางวันกับคืน นอกจากต้องพร้อมกับมะห์ร็อมของเธอเท่านั้น” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 1088 และมุสลิม : 3249)
    การกำหนดระยะเวลาในหะดีษต่างๆ สามวัน สองวัน และหนึ่งวันกับหนึ่งคืนนั้น เป้าหมายคือ ตามสภาพของพาหนะการเดินทางในสมัยนั้น เดินทางด้วยเท้าและยานพาหนะต่างๆ และความแตกต่างของหะดีษในการกำหนดเวลา สามวัน สองวัน หรือวันกับคืน หรือที่น้อยกว่านั้น -บรรดาผู้รู้ได้ตอบชี้แจงว่า สำนวนของหะดีษไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป้าหมายคือทุกสภาพที่ถูกเรียกว่าเป็นการเดินทาง ดังนั้น สตรีจึงถูกห้ามเดินทางโดยปราศจากมะห์ร็อม
อิมาม อัน-นะวะวีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในการอธิบายหะดีษของอิมามมุสลิมว่า “บทสรุป คือทุกสิ่งที่ถูกเรียกว่าการเดินทางนั้น สตรีถูกห้ามไม่ให้เดินทางโดยไม่มีสามี หรือไม่มีมะห์ร็อมเดินทางไปด้วย ไม่ว่าการเดินทางสามวัน สองวัน หนึ่งวัน สิบสองไมล์ หรืออื่นๆ เนื่องจากในรายงานของอิบนุ อับบาส ไม่ได้กำหนดเวลา ซึ่งเป็นรายงานสุดท้ายของอิมามมุสลิม (สตรีจะไม่เดินทางโดยไม่มีมะห์ร็อม) และรายงานนี้ครอบคลุมทุกสิ่งที่เรียกว่าเดินทาง” วัลลอฮุอะอฺลัม (ชัรห์ เศาะฮีหฺ มุสลิม : 9/103)
  ส่วนผู้ที่ชี้ขาดว่า อนุญาตให้สตรีเดินทางไปกับหมู่คณะของสตรี เพื่อประกอบพิธีหัจญ์ภาคบังคับนั้น ขัดแย้งกับคำสอนของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อิมามอัล-ค็อฏฏอบียฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ (มะอาลิมุสสุนัน : 2/276-277) คู่กับตะฮฺซีบของอิบนุลก็อยยิมว่า “แท้จริงท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามเธอไม่ให้เดินทางนอกจากจะต้องมีผู้ชายที่เป็นมะห์ร็อมพร้อมกับเธอด้วย ดังนั้นการอนุญาตให้เธอเดินทางไปประกอบพิธีหัจญ์โดยไม่มีเงื่อนไขตามที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม วางไว้นั้น เป็นสิ่งที่ค้านกับแบบอย่างของท่าน ต่อมาเมื่อการออกไปของเธอโดยที่ไม่มีมะห์ร็อมเป็นการฝ่าฝืน ก็ย่อมไม่อนุญาตให้บังคับเธอเพื่อการทำหัจญ์ นั่นคือการเชื่อฟังภักดีซึ่งนำไปสู่การฝ่าฝืน”
    ฉัน(ผู้เขียน)ขอกล่าวว่า พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ชี้ขาดว่าอนุญาตให้สตรีเดินทางโดยไม่มีมะห์ร็อมในทุกกรณีไม่ และแท้จริงแล้วพวกเขาอนุญาตให้เธอกระทำเช่นนั้นได้เฉพาะกรณีประกอบพิธีหัจญ์ภาคบังคับเท่านั้น
  อิมาม อัน-นะวะวีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “ไม่อนุญาตให้เธอเดินทางไปประกอบพิธีหัจญ์ภาคสมัครใจ ไปทำการค้า การเยี่ยมเยียน และอื่นๆ นอกจากจะต้องมีมะห์ร็อมเท่านั้น” (อัล-
มัจญ์มูอฺ : 8/249)
  ดังนั้น ผู้ที่ปล่อยให้สตรีในสมัยนี้เดินทางโดยที่ไม่มี
มะห์ร็อมเดินทางไปด้วยนั้น ไม่มีผู้รู้คนใดที่ได้รับการยอมรับและเชื่อถือ มีความเห็นสอดคล้องกับคนเหล่านั้น
    ส่วนคำพูดของพวกเขาที่ว่า “แท้จริงมะห์ร็อมของเธอจะให้เธอโดยสารเครื่องบินไป หลังจากนั้นจะมีมะห์ร็อมอีกคนมาต้อนรับเมื่อถึงปลายทาง เพราะว่าเครื่องบินนั้นมีความปลอดภัย ตามการอ้างของพวกเขาอันเนื่องจากมีผู้โดยสารชายและหญิงเป็นจำนวนมาก” เราก็จะตอบแก่พวกเขาว่า “มิได้เป็นเช่นนั้น เครื่องบินนั้นอันตรายที่สุด เพราะว่าผู้โดยสารจะปะปนกัน เธออาจจะนั่งอยู่ใกล้กับผู้ชาย และบางทีอาจจะมีเหตุการณ์ทำให้เครื่องบินต้องเปลี่ยนทิศทางบินไปทางสนามบินอื่น ดังนั้น ก็จะไม่มีคนที่มาต้อนรับเธอ ท้ายสุดเธอก็จะต้องตกอยู่ในภาวะอันตราย และจะเป็นอย่างไร เมื่อสตรีอยู่ในประเทศที่เธอไม่รู้จัก และไม่มีมะห์ร็อม”