ฉันเรียนรู้เรื่องการละหมาด

img

Marqoom

Danh mục :

Ngôn ngữ : Thai

Lượt xem : 1

Thêm vào yêu thích : 0

อัลลอฮ์ได้กำหนดให้มุสลิมทำการละหมาด 5 เวลา ในวันหนึ่งและคืนหนึ่ง คือ ฟัจร์ ซุฮรี อัสรี มัฆริบ และอีชา
ฉันเตรียมตัวเพื่อทำการละหมาด
เมื่อเข้าเวลาละหมาด ชาวมุสลิมจะชำระทำความสะอาดจากหะดัษเล็กและหะดัษใหญ่ หากอยู่ในหะดัษใหญ่
หะดัษใหญ่ คือ สิ่งทำให้มุสลิมจำเป็นต้องทำความสะอาดด้วยการชำระร่างกาย
หะดัษเล็ก คือ สิ่งที่ให้มุสลิมจำเป็นต้องอาบน้ำละหมาด
มุสลิมจะต้องทำการละหมาดด้วยเสื้อผ้าที่สะอาด สถานที่ที่สะอาดปราศจากสิ่งสกปรก และต้องปกปิดร่างกาย (ตามที่ศาสนาได้บัญญัติไว้)
มุสลิมจะต้องสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับทำการละหมาดและปกปิดร่างกาย และสำหรับผู้ชายไม่อนุญาตให้ทำการละหมาดที่ไม่มีการปกปิดระหว่างสะดือถึงหัวเข่า
สำหรับผู้หญิงจำเป็นจะต้องปกปิดทั่วร่างกาย ยกเว้นใบหน้าและฝ่ามือ
ในระหว่างที่ประกอบพิธีละหมาด ห้ามพูดคุย ยกเว้นคำกล่าวเฉพาะที่เจาะจงไว้สำหรับทำการละหมาดเท่านั้น ตั้งใจฟังอิหม่ามในการนำละหมาด ห้ามหันไปมาในระหว่างการละหมาด  หากไม่สามารถท่องจำคำกล่าวเฉพาะเพื่อทำการละหมาดได้ ก็ให้กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ์และสรรเสริญพระองค์จนกว่าจะเสร็จสิ้นการละหมาด และจะต้องรีบเรียนรู้การละหมาดและคำกล่าวต่างๆ สำหรับทำการละหมาด
ฉันเรียนรู้เรื่องการละหมาด
ลำดับที่ 1:อันนียะฮ์ (การตั้งเจตนา) ด้วยหัวใจที่จะปฏิบัติศาสนบัญญัติตามที่ตั้งใจไว้
ภายหลังจากที่ฉันได้อาบน้ำละหมาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หันหน้าไปทางกิบละฮ์ และฉันก็ทำการละหมาดด้วยการยืน หากมีความสามารถที่จะยืนละหมาดได้
ลำดับที่ 2: ฉันยกมือทั้งสองขึ้นสูงระดับไหล่ และกล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร" พร้อมตั้งใจที่เริ่มเข้าการละหมาด
ลำดับที่ 3: ฉันอ่านดุอาอ์อัลอิสติฟตาห์ ตามที่มีการรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ด้วยคำกล่าวที่ว่า
(سُبْحَانَكَ اللَّهُمَّ وَبِحَمْدِكَ، وَتَبَارَكَ اسْمُكَ وَتَعَالَى جَدُّكَ، وَلَا إِلَهَ غَيْرَكَ).
คำอ่าน: "ซุบฮานะกัลลอฮุมมา วะบิฮัมดิกะ วะตะบารอกัสมุกา วะตะอาลา ญัดดุกะ วะลาอิลาฮา ฆัยรุกะ"
ความว่า (มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ โอ้อัลลอฮ์ และการสรรเสริญมีแด่พระองค์ ความประเสริฐมีในพระนามของพระองค์ เกียรติแห่งพระองค์ทรงสูงส่ง และไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์)
ลำดับที่ 4: ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์เพื่อให้ห่างไกลจากชัยฎอนผู้ที่ถูกสาปแช่ง ด้วยการกล่าวว่า
(أعوذُ باللهِ من‌ الشيطان‌‌ الرجيم).
คำอ่าน: "อะอูซุบิลลา ฮิมินัชชัยฏอ นิรรอญีม"
ความว่า (ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺเพื่อให้ห่างไกลจากชัยฎอนผู้ที่ถูกสาปแช่ง)
ลำดับที่ 5: ฉันจะอ่านซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ทุกร็อกอะฮ์ของการละหมาด นั่นคือ
﴿بسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ (1‌) الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ (2‌) الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ (3‌) مَالِكِ يَوْمِ الدِّينِ (4‌) إِيَّاكَ نَعْبُدُ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ (5‌) اهْدِنَا الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيمَ‌ (6‌) صِرَاطَ‌‌ الَّذِينَ أَنْعَمْتَ عَلَيْهِمْ غَيْرِ الْمَغْضُوبِ عَلَيْهِمْ وَلَا الضَّالِّينَ (7‌)﴾.
คำอ่าน: "บิสมิลลาฮิรเราะห์มา นิรเราะหีม (1) อัลหัมดุลิลลาฮิ ร็อบบิลอาละมีน (2) อัรเราะห์มา นิรเราะหีม (3) มาลิเยา มิดดีน (4) อียากะนะอ์บุดุ วะอียากะนัสตะอีน (5) อิฮ์ดินัศศิรอ ฏ็อลมุสตะกีม (6) ศิรอฏ็อลละซี นะอัลอัมตะอะลัยฮิม ฆัยริลมัฆดูบิอะลัยฮิม วะลัดดอนลีน (7)"
ความว่า: (ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ (1) มวลการสรรเสริญทั้งหลายนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก (2) ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ (3) ผู้ทรงอภิสิทธิ์แห่งวันตอบแทน (4) เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮ์ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ (5) ขอพระองค์ทรงชี้นำพวกข้าพระองค์ ซึ่งทางอันเที่ยงตรง (6) (คือ) ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแก่พวกเขา มิใช่ทางของพวกที่ถูกกริ้ว และมิใช่ทางของพวกที่หลงผิด (7))
ฉันจะอ่านอายะฮ์อัลกุรอานตามที่สะดวก หลังจากอ่านซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์เสร็จในร็อกอะฮ์แรกและร็อกอะฮ์ที่สองของการละหมาดทุกเวลา การปฏิบัติเช่นนี้มิใช่เป็นวาญิบ แต่การปฏิบัติเช่นนี้ได้ซึ่งผลบุญอันใหญ่หลวง
ลำดับที่ 6: กล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร" ความว่า (อัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่) แล้วก็ก้มรุกูอ์ จนกระทั่งหลังตรงตั้งฉาก มือจับหัวเข่า โดยแยกนิ้วออกห่างจากกัน และกล่าวในขณะรุกูอ์ว่า "ซุบฮานะร็อบบิยัลอะศีม" ความว่า (มหาบริสุทธิ์ พระผู้อภิบาลของข้า ผู้ทรงยิ่งใหญ่)
ลำดับที่ 7: ฉันจะเงยศรีษะขึ้นจากการรุกูอ์ พร้อมกล่าวว่า "ซะมิอัลลอฮุลิมัน หะมิดะฮ์" ความว่า (อัลลอฮ์ทรงได้ยินสำหรับผู้ที่สรรเสริญพระองค์) พร้อมกับยกมือขึ้นในระดับหัวไหล่ เมื่อร่างกายของฉันได้ยืนตรงแล้ว ฉันก็จะกล่าวว่า "ร็อบบะนา วะละกัลฮัมด์" ความว่า (โอ้พระผู้อภิบาลแห่งเรา มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิของพระองค์)
ลำดับที่ 8: กล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร" ความว่า (อัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่) และลงสุญูดโดยสองมือ   สองหัวเข่า สองเท้า หน้าผาก และจมูก ติดกับพื้น และกล่าวในขณะสุญูดว่า "ซุบฮานะร็อบบิยัลอะอ์ลา"    ความว่า (มหาบริสุทธิ์แด่พระผู้อภิบาลของข้าผู้ทรงสูงส่ง)
ลำดับที่ 9 : ฉันจะกล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร" ความว่า (อัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่) ฉันจะยกศรีษะขึ้นจากสุญูด และนั่งบนเท้าซ้ายที่วางพับบนพื้น และเท้าขวายันกับพื้น และกล่าวว่า "ร็อบบิฆฟิรลี" ความว่า (โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดอภัยโทษแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด)
ลำดับที่ 10: ฉันจะกล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร" ความว่า (อัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่) และทำการสุญูดอีกครั้ง เหมือนสุญูดครั้งแรก
ลำดับที่ 11: ฉันจะลุกขึ้นจากสุญูด พร้อมกล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร" ความว่า (อัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่) จนกระทั่งยืนนิ่ง และฉันจะปฏิบัติในร็อกอะฮ์ที่เหลือเหมือนกับการปฏิบัติในร็อกอะฮ์แรก
หลังจากร็อกอะฮ์ที่สองของการละหมาดซุฮริ อัศริ มัฆริบ และอิชา ให้กล่าวระหว่างนั่งตะชะฮ์ฮุดแรก คือ:
 (التحيات لله والصلوات‌‌ والطيبات، السلام‌ عليك أيها النبي ورحمة الله وبركاته، السلام‌ علينا وعلى عباد‌‌‌‌ الله الصالحين، أشهد أن لا إله إلا الله، وأشهد أن محمدًا عبده ورسوله‌)
คำอ่าน: "อัตตะฮียา ตุลิลลา วัสเศาะละวาต วัตตัยยิบาต อัสสลามมุอะลัยกะ อัยยุฮันนะบี วะเราะมะตุลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮ์ อัสสลามุอะลัยนา วะอะลาอิบาดิลลา ฮิศศอลิฮีน อัชฮะดุอันลา อิลาฮา อิลลัลลอฮ์ วะอัชฮะดุ อันนะ มุฮัมมะดัน อับดุฮุ วะเราะซุลุฮ์"
ความว่า (เกียรติทั้งมวล ความจำเริญทั้งหลาย การละหมาดทั้งหมด และความดีต่างๆ ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์(เพียงผู้เดียวเท่านั้น) ขอความสันติ ความเมตตาและความจำเริญของพระองค์พึงมีแด่ท่านโอ้นบีมูฮัมมัด ความสันติสุขจงประสบแด่พวกเราและแด่ปวงบ่าวของอัลลอฮ์ที่ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมทุกคน ฉันขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าผู้สมควรแก่การเคารพสักการะอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และฉันขอปฏิญาณตนว่าท่านนบีมูฮัมมัดเป็นบ่าวและเป็นศาสนทูตของพระองค์)
และหลังจากนั้นฉันก็จะลุกขึ้นละหมาดต่อในร็อกอะฮ์ที่สาม
หลังจากร็อกอะฮ์สุดท้ายของการละหมาดทุกเวลา ฉันจะนั่งอ่านตะชะฮ์ฮุดสุดท้าย คือ
(التحيات لله والصلوات‌‌ والطيبات، السلام‌ عليك أيها النبي ورحمة الله وبركاته، السلام‌ علينا وعلى عباد‌‌‌‌ الله الصالحين، أشهد أن لا إله إلا الله، وأشهد أن محمدًا عبده ورسوله‌، اللهم صلِّ على محمد‌ وعلى آل محمد، كما صليت على إبراهيم وعلى آل إبراهيم، إنك حميد مجيد. اللهم بارك على محمد وعلى آل محمد، كما باركت على إبراهيم وعلى آل إبراهيم، إنك حميد مجيد)
คำอ่าน: "อัตตะฮียา ตุลิลลา วัสเศาะละวาต วัตตัยยิบาต อัสสลามมุอะลัยกะ อัยยุฮันนะบี วะเราะมะตุลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮ์ อัสสลามุอะลัยนา วะอะลาอิบาดิลลา ฮิศศอลิฮีน อัชฮะดุอันลา อิลาฮา อิลลัลลอฮ์ วะอัชฮะดุ อันนะ มุฮัมมะดัน อับดุฮุ วะเราะซุลุฮ์ อัลลฮุมาศ็อลลิ อะลามุฮัมมัด วะอะลา อาลิมุฮัมมัด กะมาศ็อลลัยตะอะลาอิบรอฮีม วะอะลา อาลิอิบรอฮีม อินนะกะ หะมีดุมมะยีด อัลลอฮุมมา บาริกอะลามุฮัมมัด วะอะลา อาลิมุฮัมมัด กะมา บาร็อกตะอะลาอิบรอฮีม วะอะลา อาลิอิบรอฮีม อินนะกะ หะมีดุมมะยีด"
ความว่า (เกียรติทั้งมวล ความจำเริญทั้งหลาย การละหมาดทั้งหมด และความดีต่างๆ ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์(เพียงผู้เดียวเท่านั้น) ขอความสันติ ความเมตตาและความจำเริญของพระองค์พึงมีแด่ท่านโอ้นบีมูฮัมมัด ความสันติสุขจงประสบแด่พวกเราและแด่ปวงบ่าวของอัลลอฮ์ที่ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมทุกคน ฉันขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าผู้สมควรแก่การเคารพสักการะอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และฉันขอปฏิญาณตนว่าท่านนบีมูฮัมมัดเป็นบ่าวและเป็นศาสนทูตของพระองค์ โอ้ อัลลอฮ์ โปรดประทานความเมตตาแก่นบีมุฮัมมัด และแก่ครอบครัวของท่านนบีมูฮัมมัด เฉกเช่นความเมตตาที่พระองค์ได้ให้แก่ท่านนบีอิบรอฮีมและครอบครัวของท่านนบีอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์ทรงเป็นที่น่าสรรเสริญ และผู้ทรงไว้ซึ่งเกียรติอันสูงส่งยิ่ง และขอพระองค์โปรดประทานความจำเริญแก่นบีมูฮัมมัดและครอบครัวของนบีมุฮัมมัด เฉกเช่นความจำเริญที่พระองค์ประทานแก่นบีอิบรอฮีมและครอบครัวของนบีอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์ทรงเป็นที่น่าสรรเสริญ และผู้ทรงไว้ซึ่งเกียรติอันสูงส่งยิ่ง)
ลำดับที่ 12 : หลังจากนั้นแันก็จะให้สลามด้วยการหันขวา พร้อมกล่าวว่า "อัสสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮ์" ความว่า (ขอความสันติและความเมตตาจากอัลลอฮ์จงมีแด่พวกท่าน) และหันซ้ายพร้อมกล่าวว่า "อัสสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮ์" ความว่า (ขอความสันติและความเมตตาจากอัลลอฮ์จงมีแด่พวกท่าน) โดยตั้งใจที่จะออก (สิ้นสุด) จากการละหมาด และจากกระทำนั้น จึงเป็นการเสร็จสิ้นการละหมาด