การสรรเสริญสดุดีของนักวิชาการบางท่าน

img

Marqoom

Danh mục :

Ngôn ngữ : Thai

Lượt xem : 79

Thêm vào yêu thích : 0

 
ท่านอัล-อับบาส อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ผู้เป็นอาของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
          อัซ-ซะฮะบียฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “สิยัรฺ อะอฺลาม อัน-นุบะลาอ์” (เล่มที่ 2 หน้าที่ 79-80) ว่า “ท่าน อัล-อับบาส เป็นคนรูปร่างสูง และรูปหล่อที่สุด พูดจาไพเราะ และเสียงดังชัดเจนที่สุด ทั้งเป็นผู้มีความขันติอดทนสูงมาก และมีลักษณะเป็นผู้นำ (ที่ดี)”
          ท่านอัซ-ซุบัยรฺ อิบนุ บักการฺ กล่าวว่า “ท่าน อัล-อับบาส มีเสื้อไว้สำหรับให้คนยากไร้ของตระกูลฮาชิมได้ใช้สวมใส่ ท่านมีถาดใส่อาหารใบใหญ่ไว้เพื่อใส่อาหารเลี้ยงคนที่หิวโหย และท่านมีบริเวณไว้เพื่อกักขังคนโง่เขลา ท่านเป็นผู้ปกป้องเพื่อนบ้าน ท่านเสียสละทรัพย์สินเงินทอง และท่านช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์กรรม”
         
ท่านหัมซะฮฺ อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ผู้เป็นอาของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม 
ท่านอิบนุ อับดิลบัรฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “อัล-อิสตีอาบ” (เล่มที่ 1 หน้าที่ 270) ใน “หาชิยะตุลอิศอบะฮฺ” ว่า “หัมซะฮฺ อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ อิบนุ ฮาชิม (ผู้เป็นอาของท่านนบี อะลัยฮิศเศาะลาตุวัสสลาม) นั้น ท่านได้รับการขนานนามว่า “อะสะดุลลอฮฺ” และ “อะสะดุเราะสูลิฮฺ” (ราชสีห์แห่งอัลลอฮฺ และ ราชสีห์แห่งเราะสูลของพระองค์) และมีชื่อรองว่า “อบู อุมาเราะฮฺ” และ “อบู ยะอฺลา” ด้วยเช่นกัน
          ท่านอัซ-ซะฮะบียฺ ได้กล่าวถึงท่านหัมซะฮฺว่า “เป็นผู้นำที่เป็นวีรบุรุษ เป็นผู้ที่กล้าหาญชาญชัย คือ อบู อุมาเราะฮฺ และอบู ยะอฺลา อัล-กุเราะชียฺ (แห่งเผ่ากุเรช) อัล-ฮาชิมียฺ (แห่งตระกูลฮาชิม) อัล-มักกียฺ (เป็นชาวเมืองมักกะฮฺ) และหลังจากนั้นก็มาเป็น “อัล-มะดะนียฺ” (เป็นชาวเมืองมะดีนะฮฺ) อัล-บัดรีย์ (เป็นผู้ร่วมรบในสงครามบัดรฺ) อัช-ชะฮีด (เสียชีวิตเป็นชะฮีดในสงครามอุหุด) เป็นอาของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเป็นพี่น้องที่ร่วมดื่มนมมารดาเดียวกับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม”  (ดูหนังสือ “อัส-สิยัรฺ” เล่มที่ 1 หน้าที่ 172)

อะมีรุลมุอ์มินีน อะลียฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ
ท่านอิมาม มุสลิม ได้บันทึกไว้ในเศาะฮีหฺของท่าน (หะดีษเลขที่ 276) ด้วยสายรายงานของท่านชุร็อยหฺ อิบนุ ฮานิอ์ ได้กล่าวว่า : ฉันได้หาท่านหญิงอาอิชะฮฺ เพื่อถามเธอถึงเรื่องการลูบบนรองเท้าหุ้มข้อทั้งสองข้าง เธอได้กล่าวว่า “จำเป็นที่เธอจะต้องไปหา อิบนุ อบี ฏอลิบ แล้วก็จงถามเขา เพราะเขาร่วมเดินทางกับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บ่อยครั้ง” และเราได้ถามเขา (ท่านอะลียฺ) ท่านกล่าวว่า 
“ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ กำหนดไว้สำหรับผู้เดินทาง (เมื่อเสียน้ำละหมาดแล้วไม่ต้องถอดรองเท้าหุ้มข้อออก และให้ลูบไปบนรองเท้าได้เลย) โดยมีระยะเวลาสามวันกับอีกสามคืน และสำหรับผู้ที่อยู่ประจำมิได้เดินทาง มีกำหนดไว้เป็นระยะเวลาหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน”
และอีกรายงานหนึ่งของอิมาม มุสลิม (ท่านหญิง อาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) กล่าวว่า “ท่านจงไปหาอะลียฺ เพราะเขารู้เรื่องนี้ดีกว่า ฉัน(ชุร็อยหฺ อิบนุ ฮานิอ์)จึงได้ไปหาอะลียฺ (ถามเขาเรื่องนั้น) เขาได้เล่าเรื่องจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในทำนองเดียวกันนั้น”
          และ อิบนุ อับดิลบัรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “อัล-อิสตีอาบ” (เล่มที่ 3 หน้าที่ 51 หาชิยะฮฺ อัล-อิศอบะฮฺ) ท่านอะหฺมัด อิบนุ หัมบัล และอิสมาอีล อิบนุ อิสหาก อัล-กอฎียฺ ทั้งสองกล่าวว่า “ไม่มีเศาะหาบะฮฺคนใดที่ถูกรายงานเกี่ยวกับความประเสริฐของเขา ที่มีสายรายงานในเรื่องดังกล่าวดีไปกว่าของท่านอะลียฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ”   อะหฺมัด อิบนุ ชุอัยบ์ อิบนุ อะลียฺ อัน-นะสาอียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ก็ได้กล่าวไว้เช่นเดียวกันนี้
          และอิบนุ อับดิลบัรฺก็ได้กล่าวไว้เช่นกัน (ในหนังสือเล่มดังกล่าว เล่มที่ 3 หน้าที่ 47) ว่า ได้มีผู้ถามท่านอัล-หะสัน อิบนุ อะบิลหะซัน อัล-บัศรียฺ ถึงท่านอะลียฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เขาตอบว่า “ขอ สาบานต่ออัลลอฮฺว่า ท่านอะลียฺนั้นเป็นลูกธนูของอัลลอฮฺที่เที่ยงตรงต่อบรรดาเป้าหมายที่พุ่งเป้าเข้าใส่ศัตรูของพระองค์ และเป็น “ร็อบบานียฺ” (ผู้ที่รู้จักกันดียิ่ง ณ อัลลอฮฺ) แห่งประชาชาตินี้ เป็นผู้มาก่อนใคร (นับเป็นคนแรกที่เข้ารับอิสลามที่มีอายุน้อยที่สุด) เป็นผู้ใกล้ชิดกับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มากที่สุดแห่งประชาชาตินี้ เขาไม่เคยหลับใหล ไม่เคยทอดทิ้งคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ไม่เคยถูกตำหนิในเรื่องศาสนาของอัลลอฮฺ ไม่เคยถูกตำหนิ ไม่เคยถูกกล่าวหาด้วยข้อหายักยอกทรัพย์สินของอัลลอฮฺ เขาได้มอบความเด็ดขาดของอัลกุรอานให้แก่อัลกุรอาน ดังนั้น เขาจึงปลอดภัยโดยได้รับสวนสวรรค์ที่สวยหรูเป็นการตอบแทน คนที่กล่าวมานั้นคือ อะลียฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ โอ้ คนถามผู้เขลาเอ๋ย”
          ท่าน อิบนุ อับดิลบัรฺ ได้กล่าวไว้เช่นเดียวกัน ในหนังสือ “อัล-อิสตีอาบ” เล่มที่ 3 หน้าที่ 52 ว่า อัล-อะศ็อม์มฺ ได้รายงานจาก อับบาส อัด-ดูรียฺ จากยะหฺยา อิบนุ มะอีน เขากล่าวว่า “คนที่ดีที่สุดแห่งประชาชาตินี้รองลงมาจากนบีของเรา คือ ท่านอบูบักรฺ ท่านอุมัรฺ ถัดมา คือ ท่านอุษมาน และถัดมาคือ ท่านอะลียฺ การเรียงลำดับนี้ถือเป็นมัซฮับของเรา และเป็นทัศนะของบรรดาอิมามของพวกเรา” 
ท่าน อิบนุ อับดิลบัรฺ ได้กล่าวไว้อีกเช่นกัน (ในหนังสือเล่มดังกล่าวในหน้าที่ 65) ว่า “อบู อะหฺมัด อัซซุบัยรีย์ และคนอื่นๆ ได้รายงานจาก มาลิก อิบนุ มิฆฺวัล จากอุก็อยลฺ จากอัช-ชะอฺบีย์ ได้กล่าวว่า อัลเกาะมะฮฺ กล่าวแก่ฉันว่า “ท่านรู้ไหมว่าท่านอะลียฺเปรียบเสมือนอะไรในประชาชาตินี้ ?” ฉันกล่าวว่า “แล้วท่านเปรียบเสมือนอะไรเล่า ?” เขาตอบว่า “เขา (อะลียฺ) เปรียบเสมือนท่านนบีอีซา อิบนุ มัรยัม ซึ่งมีประชาชาติกลุ่มหนึ่งรักเขา จนกระทั่งได้หายนะไปเพราะความรักในตัวเขา(อีซา) และประชาชาติอีกกลุ่มหนึ่งโกรธแค้นเขาจนกระทั่งได้หายนะไปเพราะความโกรธแค้นในตัวเขา(อีซา)”
ผู้ถูกเปรียบเทียบตามความหมายของอัลกอมะฮฺ คือ พวก “ยะฮูดีย์” และพวก “นะศอรอ” นั่นเอง และผู้ที่ถูกมองว่าเหมือนพวกนั้น  คือ พวก “อัล-เคาะวาริจญ์” (พวกที่มีความขัดแย้งแล้วได้วางแผนสังหารท่านอะลียฺ) และพวก “อัร-รอฟิเฎาะฮฺ” (พวกที่อ้างตนว่ารักท่านอะลียฺ)
อิบนุ อับดิลบัรฺ ได้กล่าวไว้อีกเช่นเดียวกันในหนังสือ “อัล-อิสตีอาบ”  (เล่มที่ 3 หน้าที่ 33) ว่า “อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ เห็นพ้องต้องกันว่า ท่านอะลียฺได้มีโอกาสทำละหมาดหันหน้าไปยังสองกิบละฮฺ (บัยตุลมักดิส และ อัล-กะอฺบะฮฺ) ท่านได้อพยพจากบ้านเกิดของท่าน และได้เข้าร่วมสมรภูมิบัดรฺ, อัล-หุดัยบียะฮฺ และสมรภูมิอื่นๆ ที่นอกเหนือจากนั้น และท่านได้แสดงฝีมืออย่างดียิ่ง ณ สมรภูมิบัดรฺ สมรภูมิอุหุด สมรภูมิอัล-ค็อนดัก สมรภูมิคอยบัรฺ  ท่านเป็นผู้ที่สุดจะพรรณนาถึงในสมรภูมิเหล่านั้น ท่านทำหน้าที่ของท่านในสมรภูมิต่างๆ ในฐานะตำแหน่งอันทรงเกียรติ และท่านเป็นผู้ถือธงของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ในสถานที่สำคัญๆ มากมาย และในวันที่เกิดสมรภูมิบัดรฺ ท่านได้เป็นผู้ถือธงของท่านเราะสูล ถึงแม้ว่าจะมีทัศนะอื่นในเรื่องดังกล่าวก็ตาม และ ในวันที่เกิดสมรภูมิอุหุดในขณะที่ท่านมุศอับ อิบนุ อุมัยรฺ ได้ถูกสังหาร ซึ่งในขณะนั้นธงอยู่ในมือของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านได้นำเอาธงนั้นส่งต่อให้ท่านอะลียฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ”
          ท่านอิบนุ ตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “มินฮาจญ์ อัส-สุนนะฮฺ” (เล่มที่ 6 หน้าที่ 178) ว่า “และ อะลียฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ นั้น บุคคลทั้งสอง(ท่านอบูบักรฺ และท่านอุมัรฺ) ยังคงเป็นผู้ให้เกียรติ ให้การยกย่องอย่างสูงสุดทุกวิถีทาง ยิ่งกว่านั้นท่านยังยกย่องให้เกียรติกับตระกูลฮาชิมทุกคน มากกว่าคนอื่นๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการมอบของกำนัลให้ ก็เพราะท่านทั้งสองได้ให้ความสำคัญกับท่านอะลียฺ ทั้งในด้านตำแหน่ง ด้านเกียรติยศ ด้านความรัก ด้านการยอมรับ ด้านการให้การสรรเสริญ และในด้านให้การเทิดทูนเกียรติ ท่านทั้งสอง (อบูบักรฺ และอุมัรฺ) ได้ปฏิบัติต่อบรรดาผู้ที่อยู่ในฐานะเดียวกับท่านอะลียฺ เช่นเดียวกันกับที่ได้ปฏิบัติต่อท่านอะลียฺ และท่านทั้งสองจะให้เกียรติยกย่องท่านอะลียฺ ซึ่งเป็นไปตามที่อัลลอฮฺได้ทรงให้เกียรติแก่ท่านอะลียฺเหนือกว่าบุคคลที่ไม่มีลักษณะเหมือนท่านอะลียฺ และทุกคนรู้ดีว่า ไม่เคยมีคำพูดหยาบคายไม่สุภาพกับท่านอะลียฺออกมาจากท่านทั้งสองเลย และแม้แต่กับคนในตระกูลฮาชิมสักคนก็ยังไม่เคยมีเช่นกัน” 
จนกระทั่งท่าน (อิบนุ ตัยมียะฮฺ) ได้พูดว่า “เช่นเดียวกับอะลียฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แน่นอนท่านมีความรักอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอกับท่านทั้งสอง (อบูบักรฺ และอุมัรฺ) ท่านให้การยอมรับ ท่านให้การยกย่องให้เกียรติต่อท่านทั้งสองมากกว่าคนทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีถึงสภาพของท่านเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ไม่มีใครเคยได้ยินว่า มีคำพูดหยาบคายไม่สุภาพออกมาจากท่านอะลียฺ ออกมาทำลายสิทธิของท่านทั้งสอง(อบูบักรฺ และอุมัรฺ)เลย ท่านอะลียฺไม่เคยพูดว่าตัวท่านเป็นผู้เหมาะสมที่สุดต่อการบริหารปกครองยิ่งกว่าบุคคลทั้งสอง ซึ่งสิ่งนี้เป็นที่ทราบกันดี สำหรับผู้ที่ศึกษาเรียนรู้หะดีษต่างๆ ที่แข็งแรงถูกต้อง ซึ่งเป็นการรายงานมาจากบุคคลมากมายหลายสายรายงาน ไม่มีทางที่บุคคลที่รายงานเหล่านั้นจะรวมหัวโกหกได้ ไม่ว่าจะในเรื่องเฉพาะหรือเรื่องทั่วๆ ไป และที่สำคัญก็คือ เป็นผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้รายงานหะดีษที่เป็นที่เชื่อถือได้ทั้งสิ้น"
ท่านอิบนุ ตัยมียะฮฺ ได้กล่าวไว้อีกเช่นกันในหนังสือ “มินฮาจญ์ อัส-สุนนะฮฺ” (เล่มที่ 6 หน้าที่ 18) ว่า : “ส่วนท่านอะลียฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ นั้น อะฮฺลุสสุนนะฮฺ เคารพรักท่านอะลียฺ เป็นมิตรกับท่าน และพวกเขายืนยันว่า ท่านเป็นหนึ่งใน “คุละฟาอ์ อัร-รอชิดีน” และเป็นผู้ปกครองที่เที่ยงธรรมคนหนึ่ง”
          และอิบนุ หะญัรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “อัต-ตักรีบ” ว่า “ท่าน อะลียฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ อิบนุ ฮาชิม อัล-ฮาชิมีย์ หัยดะเราะฮฺ อบูตุรอบ อบุลหะซะนัยนฺ เป็นลูกชายของลุงของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเป็นสามีของบุตรีของท่านเราะสูล เป็นหนึ่งในบรรพชนอิสลามรุ่นแรก  และมีนักวิชาการเป็นจำนวนมากได้ให้น้ำหนักว่า ท่านอะลียฺเป็นผู้เข้ารับอิสลามคนแรก เป็นแนวหน้าของคนอาหรับ และเป็นหนึ่งในจำนวนสิบท่าน (ที่ได้เข้าสวรรค์โดยไม่ต้องถูกสอบสวน) ท่านได้เสียชีวิตลงในเดือนเราะมะฎอนปี ฮ.ศ.ที่ 40 ซึ่งในช่วงระยะเวลานั้น ท่านเป็นบุคคลที่ประเสริฐกว่าใครในบรรดาผู้ที่มีชีวิตอยู่ในมวลมนุษย์บนหน้าแผ่นดินนี้ ดังกล่าวนี้นับเป็นมติเอกฉันท์ของอะฮฺลุสสุนนะฮฺ ท่านมีอายุรวมได้ 63 ปี ตามทัศนะที่มีน้ำหนักที่สุด”
อะลียฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ นั้นมีบุตรชาย 15 คน และบุตรสาว 18 คน อัล-อามิรียฺได้ระบุเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ “อัร-ริยาฎุลมุสตะฏอบะฮฺ ฟี ญุมละฮฺ มัน เราะวา ฟี อัศ-เศาะฮีหัยนฺ มิน อัศ-เศาะหาบะฮฺ” (หน้าที่ 180) แล้วอัล-อามิรียฺยังได้ระบุชื่อบรรดาลูกๆ ของท่าน และได้ระบุชื่อบรรดามารดาของลูกๆ เหล่านั้น แล้วก็ได้กล่าวต่อไปอีกว่า “ลูกๆ ของท่านอะลียฺ รุ่นท้ายๆ ได้แก่ อัล-หะสัน อัล-หุสัยนฺ มุหัมมัด อุมัรฺ และอัล-อับบาส" 

อัล-หะสัน อิบนุ อะลียฺ อิบนุ อบีฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ผู้เป็นหลานชายของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
อิบนุ อับดิลบัรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “อัล-อิสตีอาบ” (ในเล่มที่ 1 หน้าที่ 369 หาชิยะฮฺ อัล-อิศอบะฮฺ) ว่า : “มีรายงานมากมายที่แข็งแรงเชื่อถือได้ ที่มีรายงานมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายของบุคคลจำนวนมากมาย (อาษารฺ มุตะวาติรฺ) จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า ท่านนบีได้พูดถึงอัล-หะสัน อิบนุ อะลียฺ ว่า “ลูกชายของฉันคนนี้ เขาจะเป็นผู้นำ และหวังว่าอัลลอฮฺจะทรงให้เขามีชีวิตอยู่เพื่อที่เขาจะได้ทำการประนีประนอม ระหว่างชนกลุ่มใหญ่ๆ สองกลุ่มจากมวลมุสลิม” ซึ่งเล่าโดยเศาะหาบะฮฺกลุ่มหนึ่ง และในหะดีษของ อบู บักเราะฮฺ มีปรากฏเกี่ยวกับกรณีนี้เช่นกันว่า “เขา(อัล-หะสัน) เป็นสิ่งหอมหวลแก่ฉันในโลกดุนยานี้” และไม่มีใครอีกที่เป็นนายหรือผู้นำที่จะประเสริฐเหนือกว่าบุคคลที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ให้ชื่อว่าเขาเป็น “นาย หรือ ผู้นำ” (สัยยิด) ท่านอัล-หะสัน เราะฮฺมะตุลลอฮิอะลัยฮิ เป็นผู้ที่มีความรอบคอบ เป็นผู้ที่มีความมักน้อยสมถะและเปี่ยมด้วยความประเสริฐยิ่ง คุณลักษณะเหล่านี้ของท่านเรียกร้องให้ท่านสละอำนาจและสละโลกดุนยานี้ โดยมีความปรารถนาในสิ่งที่มีอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ ตะอาลา และท่านได้กล่าวว่า : “ขอ สาบานต่ออัลลอฮฺว่า ฉันไม่ชอบเลย –นับตั้งแต่วัยที่ฉันสามารถแยกแยะสิ่งที่ทำให้เกิดคุณและโทษแก่ฉัน- ในการที่ฉันเข้ามารับผิดชอบดูแลกิจการประชาชาติของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ในเมื่อการบริหารปกครองนี้ทำให้แก้วที่ใช้กรอกเลือดต้องถูกเทเลือดให้ไหลนองออกมา (หมายถึง มีการฆ่าฟันกันจนเลือดไหลนอง)” และท่านเป็นผู้หนึ่งที่กระตือรือร้นในการช่วยเหลือท่านอุษมาน และเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมปกป้องท่านอุษมาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ”
อัซ-ซะฮะบียฺ กล่าวถึงท่านอัล-หะสัน ไว้ในหนังสือ “อัส-สิยัรฺ” (เล่มที่ 3 หน้าที่ 245-246) ว่า “เขา (อัล-หะสัน) เป็นผู้นำ เป็นหัวหน้าผู้ปกครอง เป็นหลานรักของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นความหอมหวลของท่าน และเป็นหัวหน้าของบรรดาเยาวชนคนหนุ่มชาวสวรรค์ เขาคือ อบู มุหัมมัด อัล-กุเราะชียฺ (แห่งเผ่ากุเรช) อัล-ฮาชิมียฺ (แห่งตระกูลฮาชิม) อัล-มะดะนียฺ (แห่งชาวเมืองมะดีนะฮฺ) ผู้เป็นชะฮีด”
และท่านอัซ-ซะฮะบียฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าวอีกเช่นเดียวกัน (ในเล่มที่ 3 หน้าที่ 253) ว่า “แท้จริง ผู้นำคนนี้เป็นนักปกครอง เป็นผู้มีลักษณะสง่า รูปงาม มีสติปัญญาเฉียบแหลม มีเสน่ห์ ใจบุญ เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ มีเมตตากรุณา เป็นคนยึดมั่นในศาสนา เป็นคนเคร่งครัด อ่อนน้อมถ่อมตน มีสถานะที่สำคัญยิ่ง”
          อิบนุ กะษีรฺ ได้กล่าวถึงท่านอัล-หะสัน ไว้ในหนังสือ “อัล-บิดายะฮฺ วันนิฮายะฮฺ” (ในเล่มที่ 11 หน้าที่ 192 -193) ว่า “และ แท้จริง ท่านอบูบักรฺ อัศ-ศิดดีก ได้ยกย่องให้เกียรติ ให้ความสำคัญ และช่วยปกป้องระวังรักษาท่าน และท่านอุมัรฺ ก็ได้ปฏิบัติกับท่าน เช่นเดียวกับที่อบูบักรฺได้ปฏิบัติ” แล้วยังได้พูดต่ออีกว่า “และท่านอุษมานก็เช่นเดียวกัน ท่านได้ให้เกียรติแก่ อัล-หะสันและอัล-หุสัยนฺ และรักใคร่คนทั้งสอง และสำหรับอัล-หะสัน อิบนุ อะลียฺ ในวันที่ท่านอุษมาน อิบนุ อัฟฟานถูกล้อมบ้าน ในขณะนั้นท่านอัล-หะสันได้อยู่กับท่านอุษมาน และอยู่ในสภาพสะพายดาบติดตัว เตรียมพร้อมที่จะป้องกันท่านอุษมาน แต่ท่านอุษมานมีความเป็นห่วงท่านอัล-หะสัน และได้สาบานเพื่อขอร้องให้ท่านอัล-หะสันกลับบ้านไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทำให้ท่านอะลียฺสบายใจ และมีความห่วงใยต่ออัล-หะสัน เราะฎิยัลลิฮุอันฮุม”

อัล-หุสัยนฺ อับนุ อะลียฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ผู้เป็นหลานรักของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม   
อิบนุ อับดิลบัรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “อัล-อิสตีอาบ” (เล่มที่ 1 หน้าที่ 377) ใน “หาชิยะฮฺ อัล-อิศอบะฮฺ” ว่า “ท่านอัล-หุสัยนฺ เป็นผู้ประเสริฐ ยึดมั่นในศาสนา เป็นผู้ที่หมั่นถือศีลอด ละหมาด และทำหัจญ์มากมายหลายครั้ง”
อิบนุ ตัยมียะฮฺ ได้กล่าวไว้ดังปรากฏอยู่ใน “มัจญ์มูอฺ อัล-ฟะตาวา” ของท่าน (เล่มที่ 4 หน้าที่ 511) ว่า “และ อัล-หุสัยนฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ นั้น อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ทรงให้เกียรติแก่ท่านด้วยการให้ท่านเสียชีวิต เป็นชะฮีดในวันนี้ (วันอาชูรออ์ วันที่ 10 แห่งเดือนมุหัรร็อม) และด้วยเหตุดังกล่าว อัลลอฮฺได้ทรงให้ความอัปยศแก่ผู้ที่ลงมือสังหารท่าน หรือ ผู้ที่ให้การสนับสนุนให้มีการสังหาร หรือ ผู้ที่พอใจกับการที่มีการสังหารท่าน และท่านเป็นผู้ดำเนินตามแบบฉบับที่ดีงามของบรรดา “ชุฮะดาอ์” ที่ล่วงลับไปก่อนท่าน แท้จริง ตัวท่านและพี่ชายของท่านเป็นผู้นำของบรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาวชาวสวรรค์ และท่านทั้งสองถูกอบรมบ่มนิสัยให้อยู่อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีแห่งอิสลาม ท่านทั้งสองไม่ได้ผ่านการอพยพ การญิฮาด และการอดทนต่ออันตรายในหนทางของอัลลอฮฺ เหมือนดังที่วงศ์วานของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คนอื่นๆ ได้ประสบกับมันมาแล้ว ดังนั้น อัลลอฮฺตะอาลา จึงได้ทรงให้เกียรติแก่ท่านทั้งสองด้วยการให้เสียชีวิตเป็นชะฮีด เพื่อทำให้เกียรติของทั้งสองท่านครบถ้วนสมบูรณ์ และเป็นการยกระดับขั้นของท่านทั้งสองให้สูงส่งยิ่งขึ้น และการสังหารท่าน(อัล-หุสัยนฺ) นับเป็นเคราะห์กรรมอันใหญ่หลวงยิ่ง อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ทรงกำหนดบัญญัติ “อัล-อิซติรฺญาอฺ” (ให้กล่าวว่า “อินนาลิลลาฮิ วะอินนา อิลัยฮิ รอญิอูน”) ขณะที่ประสบกับเคราะห์กรรมดังดำรัสของพระองค์ที่ว่า :
﴿وَبَشِّرِ ٱلصَّٰبِرِينَ ١٥٥ ٱلَّذِينَ إِذَآ أَصَٰبَتۡهُم مُّصِيبَةٞ قَالُوٓاْ إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّآ إِلَيۡهِ رَٰجِعُونَ ١٥٦ أُوْلَٰٓئِكَ عَلَيۡهِمۡ صَلَوَٰتٞ مِّن رَّبِّهِمۡ وَرَحۡمَةٞۖ وَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡمُهۡتَدُونَ ١٥٧﴾ [البقرة: ١٥٥-١٥٧]  
“และเจ้า(มุหัมมัด)จงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ที่อดทนเถิด คือ บรรดาผู้ที่เมื่อมีเคราะห์กรรมมาประสบแก่พวกเขา พวกเขาก็จะกล่าวว่า แท้จริง พวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริง พวกเราจะต้องกลับไปสู่พระองค์ ชนเหล่านี้แหละ พวกเขาจะได้รับพร และได้รับความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา และชนเหล่านี้แหละ คือ บรรดาผู้ที่ได้รับการชี้นำสู่หนทางที่ถูกต้อง” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ  : 155-157)
          อัซ-ซะฮะบียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวถึงท่านไว้ในหนังสือ “อัส-สิยัรฺ” (เล่มที่ 3 หน้าที่ 280) ว่า “(อัล-หุสัยนฺ) เป็นผู้นำที่มีเกียรติ มีความเพียบพร้อมทุกประการ เป็นหลานรักที่เกิดจากบุตรสาวของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และ เป็นลูกของท่านในดุนยานี้ และเป็นที่รักของท่านเราะสูล เขาคือ อับดุลลอฮฺ อัล-หุสัยนฺ อิบนุ อะมีรุลมุอ์มินีน อะบิล หะสัน อะลียฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ อิบนุ ฮาชิม อิบนุ อับดุมะนาฟ อิบนุ กุศ็อยยฺ อัล-กุเราะชียฺ อัล-ฮาชิมียฺ”
อิบนุ กะษีรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “อัล-บิดายะฮฺ วันนิฮายะฮฺ”(เล่มที่1 หน้าที่ 476) ว่า “สิ่งที่เราต้องการสื่อถึงในที่นี้ก็คือ อัล-หุสัยนฺ ได้อยู่ร่วมสมัยกับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และได้คลุกคลีกับท่านจนกระทั่งท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สิ้นชีวิต ท่านนบีก็ยังคงความภาคภูมิใจ และพอใจในตัวหลานชายของท่าน แต่ในขณะนั้น อัล-หุสัยนฺ ยังเยาว์วัยอยู่ ภายหลังจากท่านเราะสูลได้สิ้นชีวิต ท่านอบูบักรฺ (อัศ-ศิดดีก) ก็ได้ยกย่องให้เกียรติ ให้ความสำคัญกับท่านหุสัยนฺเรื่อยมา ตลอดจนกระทั่งท่านอุมัรฺ และท่านอุษมาน ก็ได้ปฏิบัติต่อท่านเช่นเดียวกับท่านอบูบักรฺ ท่านอัล-หุสัยนฺได้คลุกคลีเป็นเพื่อนติดตามบิดา(ท่านอะลียฺ) ได้รายงานหะดีษจากบิดาของท่าน และได้เข้าร่วมในทุกสมรภูมิกับบิดา ทั้งในสมรภูมิอัล-ญะมัล และสมรภูมิศิฟฟัยนฺ และอัล-หุสัยนฺ เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เกียรติเป็นอย่างมาก”

อัลดุลลอฮฺ อิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ลูกชายของผู้เป็นอาของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม 
อัล-บุคอรียฺได้บันทึกไว้ในเศาะฮีหฺของท่าน (หะดีษ เลขที่ 4970) จากอิบนุ อับบาส ได้กล่าวว่า : ท่านอุมัรฺได้พาฉันเข้าไปอยู่ร่วมกับบรรดาผู้อาวุโสที่เข้าสมรภูมิบัดรฺ (มีทั้งจากชาวมุฮาญิรีน และชาวอันศอรฺ) ดังนั้น เหมือนกับมีบางคนในหมู่นั้นรู้สึกไม่พอใจ จึงมีผู้กล่าวว่า “ท่านนำเอาเด็กคนนี้เข้ามาร่วมอยู่กับพวกเราทำไม? พวกเราก็มีลูกๆเหมือนกับเขาคนนี้?” ท่านอุมัรฺ กล่าวว่า “เขาเป็นเด็กที่พวกท่านทราบกันดี” วันหนึ่ง อุมัรฺได้เรียก อิบนุ อับบาส แล้วพาเขาเข้าไปร่วมนั่งกับบรรดาผู้อาวุโส ฉันไม่รู้สึกอะไรที่อุมัรฺเรียกฉันเข้าไป นอกจากรู้ว่าท่านต้องการเอาฉันไปอวดบรรดาคนเหล่านั้น ท่านอุมัรฺกล่าวแก่ผู้คนในวงสนทนานั้นว่า “ท่านทั้งหลายมีความเข้าใจอย่างไรเกี่ยวกับดำรัสของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ที่ว่า :
﴿ إِذَا جَآءَ نَصۡرُ ٱللَّهِ وَٱلۡفَتۡحُ ١ ﴾ [النصر: ١]  
“และความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ และการพิชิตได้มาถึงแล้ว” (อัน-นัศรฺ : 1) 
บางคนก็กล่าวขึ้นว่า “พวกเราได้ถูกใช้ให้กล่าวสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ และขออภัยโทษต่อพระองค์ เมื่อเราได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับชัยชนะ” และบางคนก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร และท่านอุมัรฺก็ได้กล่าวแก่ฉันว่า “เธอมีทัศนะเช่นเดียวกับคำพูดดังกล่าวหรือไม่?” ฉัน (อิบนุ อับบาส) กล่าวว่า “ไม่ใช่” ถ้าเช่นนั้นแล้วเธอจะพูดว่าอย่างไร? ฉันกล่าวว่า “มันเป็นกำหนดเวลาของเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่อัลลอฮฺ ได้ทรงแจ้งไว้ให้กับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทราบ โดยพระองค์ทรงกล่าวว่า “และความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ และการพิชิตได้มาถึงแล้ว” และนั่นคือเครื่องหมายแห่งกำหนดเวลาของเจ้า (มุหัมมัด  ) แล้วอัลลอฮฺก็ทรงใช้ว่า
﴿فَسَبِّحۡ بِحَمۡدِ رَبِّكَ وَٱسۡتَغۡفِرۡهُۚ إِنَّهُۥ كَانَ تَوَّابَۢا ٣ ﴾ [النصر: ٣]  
“ดังนั้น จงแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเจ้า และจงอภัยโทษต่อพระองค์เถิด แท้จริง พระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษเสมอ”(อัน-นัศรฺ : 3)
อุมัรฺได้กล่าวว่า “ฉันไม่เคยรู้ความหมายของอายะฮฺนี้มาก่อน นอกจากมารู้จากที่เจ้าพูดนี้แหละ”
และใน “อัฏ-เฏาะบะกอต” ของอิบนุ สะอัด (เล่มที่ 2 หน้าที่ 369) จากสะอัด อิบนุ อบี วักกอศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นใครมีความเข้าใจได้ฉับไว มีสติปัญญาเฉียบแหลม มีความรู้มากมาย และมีความสุขุมรอบคอบยิ่งไปกว่า อิบนุ อับบาส และแน่นอน ฉันได้เห็นอุมัรฺ อิบนุล ค็อฏฏอบ ได้เชื้อเชิญ อิบนุ อับบาส ให้แก้ปัญหาที่ยากๆ ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้”
และใน “อัฏ-เฏาะบะกอต” ในเล่มเดียวกัน (หน้าที่ 370) จากฏ็อลหะฮฺ อิบนุ อุบัยดิลลาฮฺ กล่าวว่า “อิบนุ อับบาส ได้รับความเข้าใจ และรับรู้ได้ไว ฉันไม่เคยเห็นอุมัรฺ อิบนุล ค็อฏฏอบ ยกย่องให้เกียรติผู้ใดให้มีฐานะ(ความรู้)เหนืออิบนุ อับบาส เลย”
          และใน “อัฏ-เฏาะบะกอต” อีกเช่นกัน เล่มที่ 2 (หน้าที่ 370) จากญาบิรฺ อิบนุ อับดิลลาฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เขาได้กล่าวในขณะที่เขาได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของอิบนุ อับบาส เขาได้เอามือข้างหนึ่งตบลงบนมืออีกข้างหนึ่ง (เป็นการแสดงความเสียใจ) พลางพูดว่า “บุคคลที่มีความรู้ดีกว่าผู้คนทั้งหลาย มีความสุขุมรอบคอบกว่าใครๆ ได้เสียชีวิตไปแล้ว และแน่นอนมันคือการสูญเสียของประชาชาตินี้ที่ไม่มีทางจะถูกทำให้ดีขึ้นได้อีก”
และใน “อัฏ-เฏาะบะกอต” เช่นเดียวกัน จากอบูบักรฺ อิบนุ มุหัมมัด อิบนุ อัมรฺ อิบนุ หัซมฺ  กล่าวว่า “เมื่ออิบนุ อับบาสได้เสียชีวิตลงไปแล้ว รอฟิอฺ อิบนุ คุดัยจญ์ ได้กล่าวว่า “ในวันนี้ ได้เสียชีวิตไปแล้ว  คือบุคคลที่ผู้ที่อยู่ระหว่างทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ต่างมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยวิชาความรู้จากเขา”
ในหนังสือ “อัล-อิสตีอาบ” ของอิบนุ อับดิลบัรฺ (เล่มที่ 2 หน้าที่ 344-345) จากมุญาฮิด เขากล่าวว่า “ฉันไม่เคยได้ยินคำชี้ขาดปัญหาศาสนา(ของผู้ใด) เพียบพร้อมยิ่งกว่าคำชี้ขาดปัญหาของอิบนุ อับบาส นอกเสียจากจะมีคนกล่าวว่า “ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า (หมายถึง นอกจากหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้ว ไม่มีฟัตวาของใครที่สามารถเทียบเคียงฟัตวาของอิบนุ อับบาสได้)” และยังมีรายงานเช่นเดียวกันนี้ของอัล-กอซิม อิบนุ มุหัมมัด
อิบนุ กะษีรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “อัล-บิดายะฮฺ วันนิฮายะฮฺ” (เล่มที่ 12 หน้าที่ 88) ว่า “แน่นอน ได้มีรายงานจากท่านอุมัรฺ อิบนุล ค็อฏฏอบ ว่า ท่านได้ให้ อิบนุ อับบาส นั่งร่วมอยู่กับเศาะหาบะฮฺอาวุโส และท่านได้กล่าวว่า “ผู้ที่ให้การอธิบายความหมายอัลกุรอานที่ยอดเยี่ยมคือ อัลดุลลอฮฺ อิบนุ อับบาส” และเมื่อเขาเดินเข้ามา อุมัรฺได้กล่าวว่า “เด็กหนุ่มผู้มีวัยของผู้ใหญ่ เจ้าของลิ้นที่ชอบสอบถาม และเจ้าของหัวใจที่มีความเข้าใจเฉียบแหลม”

ญะอฺฟัรฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ลูกชายของผู้เป็นลุงของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
มีรายงานในเศาะฮีหฺ อัล-บุคอรียฺ (หะดีษเลขที่ 3708) จากหะดีษ อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เนื้อหาคือ “คนที่มีจิตใจยอดเยี่ยมที่สุดต่อบรรดาผู้คนที่น่าเวทนาสงสารคือ “ญะอฺฟัรฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ” เขาเคยปลุกพวกเราให้ตื่นขึ้นมา และเลี้ยงอาหารพวกเราเท่าที่มีอยู่ในบ้านของเขา แม้กระทั่งเคยเอาโถใส่เนยออกมา ซึ่งในโถใส่เนยนั้นไม่มีสิ่งใดอยู่เลย และเขาก็ได้เคาะให้มันแตกออก และพวกเราก็เลียส่วนที่แตกนั้น”
อัล-หาฟิซฺ อิบนุ หะญัรฺ ได้กล่าวไว้ใน “ฟัตหุลบารี” (เล่มที่ 7 หน้าที่ 76) ว่า “และคำพูดเจาะจงดังกล่าวนี้(จำกัดลักษณะข้อเท็จจริง) ต้องนำเอาคำที่ไม่ได้ถูกจำกัดเจาะจง ซึ่งมีรายงานมาจากอิกริมะฮฺ จาก อบู ฮุร็อยเราะฮฺมารวมไว้กับคำที่มีการเจาะจงคือ “ไม่มีผู้ใดสวมใส่รองเท้าแตะ และไม่มีผู้ใดขี่พาหนะหลังจากท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดียิ่งกว่า ญะอฺฟัรฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ” ซึ่งเป็นหะดีษที่บันทึกโดย อัต-ติรมิซีย์ และอัล-หากิม ด้วยสายรายงานที่แข็งแรงเชื่อถือได้”
          อัซ-ซะฮะบียฺได้กล่าวถึงท่านญะอฺฟัรฺ ไว้ในหนังสือ “อัส-สิยัรฺ” (เล่มที่ 7 หน้าที่ 206) ว่า “ผู้ปกครองที่เป็นชะฮีด (ตายในหนทางของอัลลอฮฺ) ผู้ที่มีฐานะตำแหน่งสำคัญยิ่ง เป็นเอกลักษณ์ของบรรดานักต่อสู้ (ในหนทางของอัลลอฮฺ) นั้น คือ อบู อับดิลลาฮฺ ลูกชายของผู้เป็นลุงของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อับ ดุมะนาฟ อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ อิบนุ ฮาชิม อิบนุ อับดุมะนาฟ อิบนุ กุศ็อยยฺ อัล-ฮาชิมีย์ เป็นพี่ชายของท่านอะลียฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ ซึ่งท่านญะอฺฟัรฺมีอายุแก่กว่าท่านอะลียฺ 10 ปี ท่านญะอฺฟัรฺได้ทำการอพยพถึงสองครั้ง และได้อพยพจากหะบะชะฮฺ (ประเทศเอธิโอเปีย)ไปยังนครมะดีนะฮฺ ท่านตามมาพบกับบรรดามุสลิมที่อพยพมา ซึ่งในขณะนั้นพวกเขากำลังรออยู่ที่ตำบลค็อยบัรฺ หลังจากที่ได้มีการอพยพออกมาแล้ว ท่านญะอฺฟัรฺได้พำนักอยู่ที่นครมะดีนะฮฺเป็นเวลาหลายเดือน ต่อมาท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มีคำสั่งให้ญะอฺฟัรฺนำกองทหารออกไปทำสงครามที่ “มุอฺตะฮฺ” ทางด้านเขต “อัล-กะรัก” และท่านก็ได้ตายชะฮีดที่นั้น ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับความปลาบปลื้มกับการเดินทางมาพำนัก(ที่นครมะดีนะฮฺ)ของท่านญะอฺฟัรฺเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องเสียใจ(ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ)กับการเสียชีวิตของญะอฺฟัรฺ"
ในหนังสือ “อัต-ตักรีบ” ของ อิบนุ หะญัรฺ ได้กล่าวไว้ว่า “ญะอฺฟัรฺ อิบนุ อบี ฏอลิบ อัล-ฮาชิมียฺ คือ บิดาของบรรดาผู้ที่น่าเวทนาสงสาร ผู้มีปีกสองข้าง เป็นเศาะหาบะฮฺผู้ทรงเกียรติ เป็นลูกชายของลุงของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ตายชะฮีดในสมรภูมิมุอฺตะฮฺ ในปีที่ 8 แห่งฮิจเราะฮฺศักราช รายงานของท่านญะอฺฟัรฺทั้งหมดได้ถูกจารึกไว้ในตำราเศาะฮีหฺทั้งสอง(ของอัล-บุคอรียฺ และมุสลิม) ยกเว้นรายงานเดียวเท่านั้น(ที่ไม่ได้มีระบุในตำราเศาะฮีหฺทั้งสองเล่มนี้)” 
ระบุไว้ว่า ที่มีผู้ขนานนามท่านญะอฺฟัรฺว่า “เจ้าของปีกทั้งสองข้าง” ก็เพราะว่าปีกทั้งสองข้างถูกนำมาทดแทนมือของท่านขณะที่ได้ถูกตัดขาดจากร่างของท่านในสมรภูมิมุอฺตะฮฺ แล้วท่านก็ใช้ปีกทั้งสองข้างนั้น บินอยู่กับบรรดามลาอิกะฮฺบนฟ้า ดังที่ปรากฏอยู่ในบันทึกของเศาะฮีหฺอัล-บุคอรียฺ (หะดีษเลขที่ 3709) ด้วยสายรายงานของอัล-บุคอรียฺ สืบถึงอัช-ชะอฺบียฺ ว่า อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เมื่อกล่าวให้สลามแก่ลูกชายของญะอฺฟัรฺ ท่านจะกล่าวว่า “ขอความสันติสุขจงประสบแด่ท่านเถิด โอ้! ลูกชายของผู้มีปีกทั้งสองข้าง”
ท่านอัล-หาฟิซฺได้กล่าวไว้ใน “ฟัตหุลบารี” ว่า “เหมือนกับว่าเป็นการบ่งชี้ถึงหะดีษของอับดุลลอฮฺ อิบนุ ญะอฺฟัรฺ ที่กล่าวว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่ฉันว่า “ขอให้ความสุขความสำราญจงเป็นของท่านเถิด บิดาของท่านกำลังบินอยู่กับบรรดามะลาอิกะฮฺบนท้องฟ้า” ซึ่งบันทึกโดย อัฏ-เฏาะบะรอนียฺ ด้วยสายรายงานที่หะสัน”
แล้วหลังจากนั้น อัล-หาฟิซฺยังได้ระบุสายรายงานอื่นๆ อีก จากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ ท่านอะลียฺและท่านอิบนุ อับบาส และได้ระบุข้อความที่มีอยู่ในสายรายงานหนึ่งจากท่านอิบนุ อับบาส ว่า : “แท้จริง ญะอฺฟัรฺกำลังบินอยู่กับญิบรีล และมีกาอีล โดยที่เขามีปีกอยู่สองข้าง ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงประทานให้เพื่อทดแทนมือทั้งสองข้างของเขา” อัล-หาฟิซฺกล่าวว่าสายสืบนี้เชื่อถือได้ (ญัยยิด)

อับดุลลอฮฺ อิบนุ ญะอฺฟัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ลูกชายของลูกชาย(หลานชาย)ของผู้เป็นลุงของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม 
มีระบุอยู่ในเศาะฮีหฺมุสลิม (หะดีษเลขที่ 2428) จากอับดุลลอฮฺ อิบนุ ญะอฺฟัรฺ กล่าวว่า : “ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้น เมื่อกลับมาจากการเดินทาง ท่านจะต้องได้รับการต้อนรับด้วยบรรดาเด็กๆ ในวงศ์วานของท่าน อับดุลลอฮฺกล่าวว่า และเมื่อท่านนบีเดินทางกลังมา ฉันจะต้องถูกนำไปหาท่านเป็นคนแรก แล้วท่านก็จะอุ้มฉันให้นั่งข้างหน้าท่าน แล้วหลังจากนั้นก็จะมีผู้นำเอาลูกชายหนึ่งในสองคนของท่านหญิงฟาฎิมะฮฺมาหาท่าน แล้วท่านก็อุ้มมานั่งด้านหลังท่าน ท่าน(อับดุลลอฮฺ)กล่าวว่า เราทั้งสามคนนั่งอยู่บนหลังพาหนะของท่านนบี และถูกพาเข้ามาในเมืองมะดีนะฮฺ”
อัซ-ซะฮะบียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวถึงอับดุลลอฮฺไว้ในหนังสือ “อัส-สิยัรฺ” (เล่มที่ 3 หน้าที่ 456) ว่า “ผู้นำที่มีความรอบรู้คือ อบู ญะอฺฟัรฺ อัล-กุเราะชียฺ อัล-ฮาชิมียฺ มีเอธิโอเปียเป็นแหล่งกำเนิด มีนครมะดีนะฮฺเป็นแหล่งอาศัย เป็นผู้มีจิตใจเมตตากรุณา เป็นลูกของผู้มีจิตใจเมตตากรุณาซึ่งเป็นเจ้าของปีกทั้งสองข้าง เขาอยู่กับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นเศาะหาบะฮฺ และมีการรายงานหะดีษ มีเศาะหาบะฮฺรุ่นเยาว์ประเภทเดียวกันกับเขาที่มีอายุน้อยเป็นจำนวนมาก บิดาของเขาตายชะฮีดในสมรภูมิมุอฺตะฮฺ และท่านเราะสูลได้อุปการะเลี้ยงดูเขามา แล้วเขาได้เติบใหญ่ขึ้นมาภายใต้การคุ้มครองดูแลของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม"
          อัซ-ซะฮะบียฺกล่าวไว้เช่นเดียวกันว่า “เขาเป็นผู้ที่มีฐานะหน้าที่ ที่ยิ่งใหญ่ เป็นคนที่ใจบุญศุลทาน มีเมตตา กรุณา เหมาะสมต่อการเป็นผู้ปกครอง”
และในหนังสือ “อัร-ริยาฎุล มุสตะฏอบะฮฺ” ของอัล-อามิรียฺ (หน้าที่ 205) ระบุว่า “อะบาน อิบนุ อุสมาน ได้ละหมาด (ญะนาซะฮฺ) ให้แก่ท่าน(อับดุลลอฮฺ) ซึ่งในขณะนั้นเขาเป็นผู้ปกครองนครมะดีนะฮฺและได้แบกแคร่ที่มีร่างของท่าน(อับดุลลอฮฺ) อยู่ด้วยน้ำตาที่ไหลรินออกมา แล้วเขา (อะบาน) ก็กล่าวว่า “ขอสาบานต่อัลลอฮฺว่า ท่านเป็นคนดี ไม่มีความไม่ดีใดๆ ในตัวของท่านเลย และขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า ท่านเป็นคนที่มีเกียรติ มีความประเสริฐ มีคุณธรรมความดีงามความกตัญญูมากมาย”

บรรดาเศาะหาบะฮฺบางท่าน ที่มาจากวงศ์วานของท่านเราะสูล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม 
- อบู สุฟยาน, เนาฟัล, เราะบีอะฮฺ และอุบัยดะฮฺ ซึ่งเป็นลูกๆ ของ อัล-หาริษฺ อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ
- อับดุลมุฏเฏาะลิบ อิบนุ เราะบีอะฮฺ อิบนุ อัล-หาริษ อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ 
- อัล-หาริษฺ และอัล-มุฆีเราะฮฺ ทั้งสองเป็นลูกชายของเนาฟัล อิบนุ อัล-หาริษ อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ
- ญะอฺฟัรฺ และอับดุลลอฮฺ ทั้งสองเป็นลูกชายของอบู สุฟยาน อิบนุ อัล-หาริษฺ อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ
- มุอัตติบ และอุตบะฮฺ ทั้งสองเป็นลูกชายของอบู ละฮับ อับดุลอุซซา อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ 
- อัล-ฟัฎลฺ และอุบัยดิลลาฮฺ ทั้งสองป็นลูกชายของอัล-อับบาส อิบนุ อับดุลมุฏเฏาะลิบ