ความประเสริฐของการซิกิรฺ

img

Marqoom

Danh mục :

Ngôn ngữ : Thai

Lượt xem : 310

Thêm vào yêu thích : 0

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสว่า 
﴿ فَٱذۡكُرُونِيٓ أَذۡكُرۡكُمۡ وَٱشۡكُرُواْ لِي وَلَا تَكۡفُرُونِ ١٥٢ ﴾ [البقرة: ١٥٢]  
ความว่า “ดังนั้นพวกเจ้าจงรำลึกถึงข้าเถิด ข้าก็จะรำลึกถึงพวกเจ้า และจงขอบคุณข้าเถิด และจงอย่าเนรคุณต่อข้า”  

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสอีกว่า 
﴿ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱذۡكُرُواْ ٱللَّهَ ذِكۡرٗا كَثِيرٗا ٤١ ﴾ [الاحزاب : ٤١]  
ความว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงรำลึกถึงอัลลอฮฺโดยการรำลึกอย่างมากมาย”  

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสอีกว่า 
﴿ وَٱلذَّٰكِرِينَ ٱللَّهَ كَثِيرٗا وَٱلذَّٰكِرَٰتِ أَعَدَّ ٱللَّهُ لَهُم مَّغۡفِرَةٗ وَأَجۡرًا عَظِيمٗا ٣٥ ﴾ [الاحزاب : ٣٥]  
ความว่า  “บรรดาผู้รำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมากมายที่เป็นชายและหญิงนั้น อัลลอฮฺได้ทรงเตรียมไว้สำหรับพวกเขาแล้ว ซึ่งการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง”  

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสอีกว่า 
﴿ وَٱذۡكُر رَّبَّكَ فِي نَفۡسِكَ تَضَرُّعٗا وَخِيفَةٗ وَدُونَ ٱلۡجَهۡرِ مِنَ ٱلۡقَوۡلِ بِٱلۡغُدُوِّ وَٱلۡأٓصَالِ وَلَا تَكُن مِّنَ ٱلۡغَٰفِلِينَ ٢٠٥ ﴾ [الاعراف: ٢٠٤]  
ความว่า  “และเจ้า  (มุหัมมัด) จงรำลึกถึงพระเจ้าของเจ้าในใจของเจ้าด้วยความนอบน้อมและยำเกรงและโดยไม่ออกเสียงดัง ทั้งในเวลาเช้าและเย็นและจงอย่าอยู่ในหมู่ผู้ที่เผอเรอ”  

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า 
«مَثَلُ الَّذِي يَذْكُرُ رَبَّهُ، وَالَّذِي لاَ يَذْكُرُ ربَّهُ، مَثَلُ الحَيِّ وَالميِّتِ»
ความว่า “อุปมาผู้ที่กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺและผู้ที่ไม่กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ อุปมัยดั่งคนเป็นและคนตาย” 

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า 
«أَلاَ أُنبِّئُكُم بِخَيْرِ أَعْمَالِكُمْ، وَأَزْكَاهَا عِنْدَ مَلِيكِكُمْ، وَأَرْفَعِهَا فِي دَرَجَاتِكُمْ، وَخَيْرٍ لَكُمْ مِنْ إِنْفَاقِ الذَّهَبِ وَالوَرِقِ، وَخَيْرٍ لَكُمْ مِنْ أَنْ تَلْقَوْا عَدُوَّكُمْ فَتَضْرِبُوا أَعْنَاقَهُمْ وَيَضْرِبُوا أَعْنَاقَكُم؟ قَالُوا بَلَى. قَالَ: ذِكْرُ اللهِ تَعَالَى»
ความว่า “เอาไหม? ฉันจะแจ้งแก่พวกท่านถึงอะมัลที่ดีที่สุดของพวกท่าน เป็นอะมัลที่บริสุทธิ์ที่สุด ณ พระผู้อภิบาลของพวกท่าน เป็นอะมัลที่สูงส่งยิ่งสำหรับการยกระดับขั้นของพวกท่าน ดีกว่าการจ่ายทานทองคำและเงิน และดีกว่าการที่พวกท่านต้องเจอเหล่าศัตรูแล้วพวกท่านต้องฟันคอพวกเขาและพวกเขาก็ฟันคอพวกท่าน” พวกเขา (เหล่าเศาะหาบะฮฺ) กล่าวตอบว่า “แน่นอน (เราทุกคนอยากทราบ)” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “นั่นคือการกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ” 

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า 
«يَـقُولُ اللهُ تَعَالَى: أَنَا عِنْدَ ظَنِّ عَبْدِي بِي، وَأَنَا مَعَهُ إذَا ذَكَرَنِي، فَإنْ ذَكَرَنِي فِي نَفْسِهِ ذَكَرْتُـهُ فِي نَفْسِي، وَإنْ ذَكَرَنِي فِي مَلإٍ ذَكَرْتُـهُ فِي مَلإٍ خَيْرٍ مِنْـهُـمْ، وَإنْ تَقَرَّبَ شِبراً إلَيَّ تَقَرَّبْتُ إلَيهِ ذِرَاعاً، وَإنْ تَقَرَّبَ إلَيَّ ذِرَاعاً تَقَرَّبْتُ إلَيهِ بَاعاً، وَإنْ أَتَانِي يَـمْشِي أَتَيْتُـهُ هَرْوَلَةً»
ความว่า “อัลลอฮฺได้ตรัสว่า แท้จริง ข้าจะอยู่ ณ ที่บ่าวของข้าที่เขาได้คาดคิดต่อข้า และข้าจะอยู่กับเขาเมื่อเขารำลึกถึงข้า เมื่อเขารำลึกถึงข้าในตัวเขา ข้าก็จะรำลึกถึงเขาในตัวข้า เมื่อเขากล่าวรำลึกถึงข้าเป็นหมู่คณะ ข้าจะกล่าวรำลึกถึงเขาด้วยกับสิ่งที่ดีกว่านั้นอีก หากเขาใกล้ชิดข้าเพียงคืบหนึ่ง ข้าจะใกล้ชิดเขาหนึ่งศอก หากเขาใกล้ชิดข้าหนึ่งศอก ข้าจะใกล้ชิดเขาหนึ่งวา หากเขามาหาข้าด้วยการเดิน ข้าจะก็ไปหาเขาด้วยการวิ่ง”   

จากท่านอับดุลลอฮฺ บิน บุสรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า 
«أَنَّ رَجُلاً قَالَ: يَا رَسُولَ اللهِ، إِنَّ شَرَائِعَ الإِسْلاَمِ قَدْ كَثُرَتْ عَليَّ، فَأَخْبِرْنِي بِشَيْءٍ أَتَشَبَّثُ بِهِ. قَالَ: لاَ يَزَالُ لِسَانُكَ رَطْباً مِنْ ذِكْرِ اللهِ»
ความว่า “มีชายคนหนึ่ง ได้กล่าวว่า โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ แท้จริงแล้วบทบัญญัติของอิสลามนั้นดูมากมายแก่ฉันเหลือเกิน ดังนั้นขอให้ท่านชี้แนะฉันถึงสิ่งหนึ่งที่ฉันจะได้ยึดมั่นกับมันด้วยเถิด ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ได้กล่าวตอบว่า “จงให้ลิ้นของท่านเปียกชุ่มด้วยการกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺอยู่เสมอ”   

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า 
«مَنْ قَرَأَ حَرْفًا مِنْ كِتَابِ اللهِ فَلَهُ بِهِ حَسَنَةٌ، وَالْحَسَنَةُ بِعَشْرِ أَمْثَالِهَا، لاَ أَقُولُ الم حَرْفٌ، وَلَكِنْ أَلِفٌ حَرْفٌ، وَلاَمٌ حَرْفٌ، وَمِيمٌ حَرْفٌ»
ความว่า “ผู้ใดที่อ่านอัลกุรอานหนึ่งตัวอักษรเขาจะได้รับหนึ่งความดีงาม โดยหนึ่งความดีงามนั้นจะเพิ่มทวีคูณเป็นสิบเท่า ฉันไม่ได้บอกว่า อลิฟ ลาม มีม เป็นหนึ่งอักษร แต่อลิฟ เป็นหนึ่งอักษร ลาม เป็นหนึ่งอักษร มีม ก็เป็นอีกหนึ่งอักษร”  

จากท่านอุกบะฮฺ บินอามิรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า  
«خَرَجَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَنَحْنُ فِي الصُّفَّةِ، فَقَالَ: «أَيُّكُمْ يُحِبُّ أَنْ يَغْدُوَ كُلَّ يَوْمٍ إِلَى بُطْحَانَ، أَوْ إِلَى الْعَقِيقِ، فَيَأْتِيَ مِنْهُ بِنَاقَتَيْنِ كَوْمَاوَيْنِ فِي غَيْرِ إِثْمٍ، وَلَا قَطْعِ رَحِمٍ؟»، فَقُلْنَا: يَا رَسُولَ اللهِ نُحِبُّ ذَلِكَ، قَالَ: «أَفَلَا يَغْدُو أَحَدُكُمْ إِلَى الْمَسْجِدِ فَيَعْلَمُ، أَوْ يَقْرَأُ آيَتَيْنِ مِنْ كِتَابِ اللهِ عَزَّ وَجَلَّ، خَيْرٌ لَهُ مِنْ نَاقَتَيْنِ، وَثَلَاثٌ خَيْرٌ لَهُ مِنْ ثَلَاثٍ، وَأَرْبَعٌ خَيْرٌ لَهُ مِنْ أَرْبَعٍ، وَمِنْ أَعْدَادِهِنَّ مِنَ الْإِبِلِ»
ความว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ออกมา (หาพวกเรา) ขณะที่เรากำลังอยู่ที่อัศ-ศุฟฟะฮฺ และท่านกล่าวว่า พวกท่านชอบที่จะออกไปที่บุฏหานหรืออัล-อะกีก ในทุกๆ วัน และกลับมาพร้อมกับบรรดาอูฐที่มีโหนก โดยที่ไม่ต้องทำผิด หรือต้องตัดขาดกับเครือญาติไหม? พวกเรากล่าวว่า โอ้ท่านเราะสูลของอัลลอฮฺ พวกเราต้องการเช่นนั้นครับ ท่านกล่าวว่า “ทำไมคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านถึงไม่ออกไปยังมัสญิด แล้วเรียนรู้หรืออ่านกุรอานสองอายะฮฺจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัลละ ซึ่งมันดีกว่าการที่เขามีอูฐสองตัวเสียอีก และสามอายะฮฺนั้นดีกว่าอูฐสามตัว และสี่อายะฮฺดีกว่าอูฐสี่ตัว และอื่นจากจำนวนอายะฮฺนั้นดีกว่าอูฐตามจำนวนนั้น”  

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า 
«مَنْ قَعَدَ مَقْعَدًا لَمْ يَذْكُرِ اللهَ فِيهِ كَانَتْ عَلَيْهِ مِنَ اللهِ تِرَةٌ، وَمَنْ اضْطَجَعَ مَضْجَعًا، لَا يَذْكُرُ اللهَ فِيهِ كَانَتْ عَلَيْهِ مِنَ اللهِ تِرَةٌ».
ความว่า “ผู้ใดที่นั่งร่วมในที่ชุมนุมหนึ่งซึ่งเขาไม่รำลึกถึงอัลลอฮฺ สำหรับเขาแล้ว ณ ที่อัลลอฮฺย่อมเป็นสิ่งที่ขาดทุนที่สร้างความโศกเศร้าเสียดาย และผู้ใดที่นอนพิงกาย ณ ที่นอนหนึ่งซึ่งเขาไม่รำลึกถึงอัลลอฮฺ สำหรับเขาแล้ว ณ ที่อัลลอฮฺย่อมเป็นสิ่งที่ขาดทุนที่สร้างความโศกเศร้าเสียดาย”  

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า 
«مَاجَلَسَ قَومٌ مَـجْلِساً لَـمْ يَذْكُرُوا الله فِيهِ، وَلَـمْ يُصَلُّوا عَلَى نَبِيِّهِـمْ، إلاكَانَ عَلَيهِـمْ تِرَةً، فَإنْ شَاءَ عَذَّبَـهُـمْ، وَإنْ شَاءَ غَفَرَ لَـهُـمْ» 
ความว่า “ไม่มีกลุ่มชนใดที่นั่ง ณ ที่ชุมนุมใด ซึ่งพวกเขาไม่มีการกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ และไม่มีการเศาะละวาตต่อนบีของพวกเขา เว้นแต่จะเป็นความบกพร่อง แก่พวกเขา และหากอัลลอฮฺประสงค์พระองค์ก็จะทรงลงโทษพวกเขา และหากทรงประสงค์ก็จะทรงอภัยให้พวกเขา” 

และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า 
«مَا مِنْ قَومٍ يَـقُومُونَ مِنْ مَـجْلِسٍ لا يَذْكُرُونَ الله فِيهِ إلَّا قَامُوا عَنْ مِثْلِ جِيفَةِ حِـمَارٍ، وَكَانَ لَـهُـمْ حَسْرَةً» 
ความว่า “ไม่มีกลุ่มชนใดที่ลุกขึ้นมาจากการนั่งชุมนุมหนึ่ง ซึ่งพวกเขาไม่กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ ณ ที่นั่น เว้นแต่ได้ลุกขึ้นประหนึ่งการลุกขึ้นจากการล้อมวงมูลของลา และมันจะกลายเป็นความโศกเศร้าเสียดายแก่พวกเขา”