อุมมะตัน วะสะฏอ วิถีแห่งประชาชาติที่ดีเลิศ

img

Marqoom

Danh mục :

Ngôn ngữ : Thai

Lượt xem : 184

Thêm vào yêu thích : 0

อุมมะตันวะสะฏอเป็นหนึ่งในความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่พระองค์ทรงประทานแก่ประชาชาติของนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ควรค่าแก่การได้รับขนานนามว่า “ค็อยเราะ อุมมะฮฺ” (ประชาชาติที่ดีเลิศ) เป็นการเฉพาะ ซึ่งในบรรดาคุณลักษณะของ อุมมะตัน วะสะฏอ ก็คือ “อุมมะตัน วาหิดะฮฺ” หมายถึง ประชาชาติหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ถูกคัดเลือกให้เป็นผู้ดูแลมนุษยชาติทั้งหมดบนโลกนี้และเป็นสักขีพยานในวันอาคิเราะฮฺ
อัลลอฮฺตรัสว่า
﴿  ﭪ ﭫ ﭬ ﭭ ﭮ   ﭯ ﭰ ﭱ ﭲ ﭳ ﭴ ﭵ﴾
ความหมาย “และในทำนองเดียวกัน (กับที่เราได้ประทานทางนำแก่เจ้าโอ้มุหัมมัดสู่เส้นทางที่เที่ยงตรง หรือเราได้คัดเลือกเจ้าในฐานะลูกหลานท่านนบีอิบรอฮีมเพื่อแต่งตั้งเป็นเราะสูลบนโลกนี้) เราก็ได้กำหนดให้พวกเจ้า (หมายถึงประชาชาติของนบีมุหัมมัดที่เป็นมุสลิม/อุมมะตัน วาหิดะฮฺ) เป็น อุมมะตัน วะสะฏอ (หมายถึงประชาชาติที่เที่ยงธรรม ถูกคัดเลือก และประเสริฐที่สุด) เพื่อพวกเจ้าจะได้เป็นสักขีพยานต่อ (การกระทำของ) มนุษย์ทั้งหลาย และเพื่อให้ท่านเราะสูล (มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุออะลัยฮิวะสัลลัม) เป็นสักขีพยานต่อ  (การเป็นพยานของ) พวกเจ้า”

มีเพียงอายะฮฺนี้เท่านั้นในอัลกุรอานที่แจ้งว่าประชาชาติของนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คือ “อุมมะตัน วะสะฏอ” โดยอายะฮฺข้างต้นถูกจัดวางไว้ระหว่างอายะฮฺต่างๆ ที่พูดถึงการเปลี่ยนทิศกิบลัตจากบัยตุลมักดิส ณ ปาเลสไตน์สู่บัยติลลาฮิล หะรอม ณ มักกะฮฺ อัลมุกัรเราะมะฮฺ ซึ่งในเวลานั้น ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังเผชิญหน้ากับการถูกกล่าวหาและตำหนิเกี่ยวกับการเปลี่ยนทิศกิบลัตโดยชาวยิวและคริสต์ที่ไม่ประสงค์ดี
การอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับความหมายของ “อุมมะตัน วะสะฏอ” ในอายะฮฺข้างต้น คือการอธิบายของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั่นคือ อัลอัดลุ (เที่ยงธรรม) โดยในวันอาคิเราะฮฺประชาชาติของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในฐานะ “อุมมะตัน วะสะฏอ” จะเป็นสักขีพยานที่สัจจริงและเที่ยงธรรมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเหล่านบีกับบรรดาประชาชาติของพวกเขา เนื่องเพราะประชาชาติของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นประชาชาติที่เที่ยงธรรม “อุมมะตัน วะสะฏอ” ประชาชาติสุดท้ายที่ถือกำเนิดบนโลกนี้ ในความหมายที่ว่า พวกเขาเป็นประชาชาติที่มีชะรีอะฮฺที่เที่ยงตรงและสมบูรณ์ที่วางอยู่บนพื้นฐานแห่งความเที่ยงธรรม ปานกลาง และมีดุลยภาพอันเป็นเหตุให้พวกเขาได้รับคัดเลือกให้เป็นประชาชาติที่น่ายกย่องและเหมาะสมที่จะเป็นสักขีพยานแก่มนุษยชาติทั้งหมดที่ถือกำเนิดบนโลกนี้ก่อนหน้าพวกเขา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มนุษย์ทุกคนกำลังรวมตัวกัน ณ ทุ่งมะหฺชัร ในวันอาคิเราะฮฺ
ท่านเราะสูลุลลอฮฺ เศาะลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
«يُدْعَى نُوحٌ يَوْمَ الْقِيَامَةِ فَيُقَالُ: هَلْ بَلَّغْتَ؟ فَيَقُولُ: نَعَمْ، فَيُدْعَى قَوْمُهُ فَيُقَالُ: هَلْ بَلَّغَكُمْ؟ فَيَقُولُونَ: مَا أَتَانَا مِنْ نَذِيرٍ وَمَا أَتَانَا مِنْ أَحَدٍ، قَالَ، فَيُقَالُ لِنُوحٍ: مَنْ يَشْهَدُ لَكَ؟ فَيَقُولُ: مُحَمَّدٌ وَأُمَّتُهُ، قَالَ: فَذَلِكَ قَوْلُهُ ﴿ﭪ ﭫ ﭬ ﭭ﴾ ،  قَالَ: الْوَسَطُ الْعَدْلُ، قَالَ: فَيُدْعَوْنَ فَيَشْهَدُونَ لَهُ بِالْبَلَاغِ، قَالَ: ثُمَّ أَشْهَدُ عَلَيْكُمْ بَعْدُ»
ความหมาย “ในวันกิยามะฮฺนบีนูหฺจะถูกเรียกตัวและถูกถามว่า “ท่านได้ป่าวประกาศคำสอนของอัลลอฮฺ (แก่ประชาชาติของท่าน) หรือไม่?” ท่านตอบว่า “ใช่(ฉันได้ป่าวประกาศแล้ว)” หลังจากนั้นประชาชาติของท่านก็ถูกเรียกตัว และถูกถามว่า “นบีนูหฺได้ป่าวประกาศคำสอนของอัลลอฮฺแก่พวกเจ้าหรือไม่?” พวกเขาตอบว่า “ไม่มีผู้ให้คำตักเตือนมาป่าวประกาศคำสอนของอัลลอฮฺแก่พวกเราเลยแม้แต่คนเดียว” ดังนั้น นบีนูหฺจึงถูกถามว่า “ใครสามารถเป็นสักขีพยานแก่ท่าน?” ท่านตอบว่า  “มุหัมมัดและประชาชาติของเขา ” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า นั่นแหละคือความหมายคำตรัสของอัลลอฮฺ   
﴿ﭪ ﭫ ﭬ ﭭ﴾
ท่านกล่าว (อธิบายความหมายของ วะสะฏอ) ว่า “อัลวะสัฏ คือ อัลอัดลุ (หมายความว่า พวกท่านคือประชาชาติที่เที่ยงธรรม  ดังนั้น พวกท่านจึงเหมาะที่จะเป็นสักขีพยานแก่ผู้อื่น)” ท่านนบีกล่าวว่า  “ดังนั้น พวกเขา (ประชาชาตินบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) จึงถูกเรียกตัว แล้วพวกเขาก็เป็นสักขีพยานต่อการประกาศของนบีนูหฺ”  ท่านนบีกล่าวต่อไปว่า  “หลังจากนั้น ฉันก็จะเป็นสักขีพยานให้แก่พวกท่านอีกชั้นหนึ่งด้วย”
เหตุการณ์ข้างต้นจะเกิดขึ้นกับนบีท่านอื่นๆเช่นเดียวกัน หมายความว่า ประชาชาติของนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คือประชาชาติที่จะเป็นสักขีพยานแก่ประชาชาติทั้งหลายที่ถูกบังเกิดก่อนหน้าพวกเขาเกี่ยวกับการเผยแผ่และการประกาศสารของเราะสูลทั้งหลายแก่ประชาชาติของพวกเขา เหมือนที่พวกเขาได้เป็นสักขีพยานแก่ประชาชาติของ นบีนูหฺในวันชุมนุมใหญ่ ณ ทุ่งมะหฺชัร นั่นแหละคือความหมายของอายะฮฺ  
﴿ﭮ   ﭯ ﭰ ﭱ﴾
ซึ่งการเป็นสักขีพยานของพวกเขาดังกล่าววางอยู่บนพื้นฐานของความรู้จากอัลกุรอาน ที่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ถ่ายทอดให้พวกเขาได้ทราบถึงเรื่องราวการต่อสู้ของเหล่าศาสนทูตของอัลลอฮฺในการป่าวประกาศคำสอนหรือวะหฺยูของอัลลอฮฺแก่ประชาชาติของพวกเขาแต่ละคน ส่วนประชาชาติของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะได้รับการเป็นสักขีพยานยืนยันโดยท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อีกชั้นหนึ่งถึงความสัจจริงในการนับถือศาสนาและการเป็นสักขีพยานของพวกเขา และนั่นคือความหมายของอายะฮฺท่อนที่ว่า
﴿ﭲ ﭳ ﭴ ﭵ﴾
ท่านอิบนุกะษีรได้กล่าวอธิบายความหมายของอายะฮฺนี้ว่า
وَلَمَّا جَعَلَ اللهُ هَذِهِ الْأُمَّةَ وَسَطًا خَصَّها بِأَكْمَلِ الشَّرَائِعِ وَأَقْوَمِ الْمَنَاهِجِ وَأَوْضَحِ الْمَذَاهِب
ความหมาย “ในเมื่ออัลลอฮฺได้ทรงสร้างประชาชาตินบีมุหัมมัดเป็น อุมมะตัน วะสะฏอ พระองค์จึงทรงกำหนดชะรีอะฮฺที่สมบูรณ์ที่สุด แนวทางที่ตรงที่สุด และวิถีที่ชัดเจนที่สุดแก่พวกเขา”

อุมมะตัน วะสะฏอ คือประชาชาติอิสลามในสมัยของเราะสูลท่านสุดท้ายที่ชื่อ มุหัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า
﴿  ﮨ ﮩ ﮪ ﮫ  ﮬ  ﮭ ﮮ  ﮯ ﮰﮱ ﯓ ﯔ ﯕﯖ ﯗ ﯘ  ﯙ ﯚ ﯛ ﯜ ﯝ ﯞ ﯟ ﯠ ﯡ  ﯢ ﯣ ﯤ ﯥﯦ ﯧ ﯨ ﯩ ﯪ    ﯫ ﯬ ﯭ ﯮﯯ ﯰ ﯱ    ﯲ  ﯳ  ﯴ  ﴾
ความหมาย “พระองค์อัลลอฮฺทรงคัดเลือกพวกเจ้า (โอ้ประชาชาติมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จากบรรดาประชาชาติทั้งหลายเพื่อให้เป็นประชาชาติที่ประเสริฐที่สุด ผ่าน ชะรีอะฮฺที่ดีที่สุดและเราะสูลที่ประเสริฐที่สุด) และพระองค์มิได้ทรงทำให้การนับถือศาสนาของพวกเจ้าเกิดความยากลำบาก  นั่นแหละคือศาสนาของอิบรอฮีม บรรพบุรุษของพวกเจ้า พระองค์ทรงตั้งชื่อพวกเจ้า (โอ้ประชาชาติมุหัมมัด) ว่า มุสลิมีน (พหูพจน์ของคำว่า มุสลิม หมายถึงผู้ที่มอบตนและสิโรราบต่ออัลลอฮฺ) ทั้งในคัมภีร์ก่อนหน้านี้ และในอัลกุรอาน เพื่อให้เราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมเป็นพยานต่อความสัจจริงในการนับถือศาสนาของพวกเจ้า และเพื่อให้พวกเจ้าเป็นพยานต่อประชาชาติอื่นๆ”

เกียรติที่อัลลอฮฺได้มอบให้แก่ประชาชาตินบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งได้รับการขนานนามว่า อุมมะตัน วะสะฏอ และได้รับคัดเลือกให้เป็นพยานต่อมวลมนุษยชาตินั้น ได้รับการยอมรับจากประชาติทั้งหลาย โดยเฉพาะในวันอาคิเราะฮฺ
เกี่ยวกับการยอมรับดังกล่าว ท่านซัยด์ บิน อัสลัม ได้กล่าวว่า ในวันกิยามะฮฺประชาชาติทั้งหลายต่างพากันกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ แท้จริง (สถานะของ) ประชาชาตินบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทั้งหมด (ในวันนี้) เสมือนกับว่าพวกเขาล้วนเป็นนบี”  เนื่องจากพวกเขาได้เห็นถึงความโปรดปรานที่อัลลอฮฺได้มอบให้แก่ประชาชาตินบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม (ด้วยการให้เป็นพยานแก่ผู้อื่น)
ความหมายของหะดีษข้างต้น ทำให้เราประจักษ์ว่า
บทบาทส่วนหนึ่งของ อุมมะตัน วะสะฏอ คือ ทำหหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของมวลมนุษยชาติในทุกยุคสมัย นับตั้งแต่ประชาชาติสมัยนบีอาดัม อะลัยฮิสสลาม จวบจนวันกิยามะฮฺ ทั้งในโลกนี้และในวันอาคิเราะฮฺ ความมีเกียรติของพวกเขาเกิดจากความเที่ยงธรรมที่มีอยู่ในตัวพวกเขาซึ่งวางอยู่บนหลักแห่งความรู้ที่เที่ยงตรงและข้อมูลที่ชัดแจ้งจากอัลกุรอาน โดยเฉพาะเกี่ยวกับการต่อสู้ของบรรดาเราะสูล อะลัยฮิมุสสลาม ในการเผยแผ่และประกาศคำสอนของอัลลอฮฺแก่ประชาชาติของพวกเขา เพราะในบรรดาเงื่อนไขของความเที่ยงธรรมในการเป็นพยานคือมีข้อมูลที่ชัดแจ้งต่อสิ่งที่จะเป็นพยาน (ﭮ   ﭯ ﭰ ﭱ) 

การเป็นพยานทั้งหมดของ อุมมะตัน วะสะฏอ จะขึ้นยึดโยงและขึ้นอยู่กับการเป็นพยานของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ต่อความสัจจริงในการนับถือศาสนาและสถานะการเป็นพยานของพวกเขา (ﭲ  ﭳ  ﭴ  ﭵ) วัลลอฮุอะอฺลัม

อุมมะตัน วะสะฏอ ที่ได้รับการยืนยันรับรองจากท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ต่อความสัจจริงในการนับถือศาสนาของพวกเขาและสถานะการเป็นพยานของพวกเขาในวันอาคิเราะฮฺ ย่อมเป็นประชาชาติที่ไม่บกพร่องด้านรากฐานของศาสนาอิสลาม นั่นคือพวกเขาต้องปลอดจากการตั้งภาคี การอุตริในศาสนา และความจอมปลอมในด้านอะกีดะฮฺและอิบาดะฮฺ หากไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะเป็นพยานต่อความสัจจริงในการนับถือศาสนาและความเที่ยงธรรมในการเป็นพยานของพวกเขาได้อย่างไรกัน? นี่แหละคือแก่นแท้ของ อุมมะตัน วะสะฏอ อันหมายถึง ประชาชาติที่ใช้ชีวิตเคียงคู่อัลกุรอานพร้อมกับคำอธิบายจากสุนนะฮฺของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทั้งด้านอะกีดะฮฺ อิบาดะฮฺ มุอามะลาต และอื่นๆ ซึ่งนี่เป็นเงื่อนไขหลักสำหรับการที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะมาเป็นพยานต่อความสัจจริงและความเที่ยงธรรมของพวกเขา

Dịch vụ AI