ดุลยภาพและความพอดีในการดะอฺวะฮฺ

img

Marqoom

Danh mục :

Ngôn ngữ : Thai

Lượt xem : 210

Thêm vào yêu thích : 0

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พวกเราขอสรรเสริญพระองค์ ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และขออภัยโทษต่อพระองค์ ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองพวกเราให้รอดพ้นจากความชั่วร้ายที่เกิดจากตัวเราและการงานของเรา ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงชี้นำทางจะไม่มีผู้ใดทำให้เขาหลงทางได้ และผู้ใดที่พระองค์ทรงทำให้เขาหลงทางก็ไม่มีผู้ใดชี้นำทางเขาได้ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆสำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่ามุหัมมัดเป็นบ่าวของอัลลอฮฺและเป็นศาสนทูตของพระองค์ อัลลอฮฺได้ทรงส่งท่านมาด้วยทางนำและศาสนาแห่งสัจธรรม โดยท่านได้ประกาศเผยแผ่สารนั้น และได้ปฏิบัติหน้าที่ในการตักเตือนชี้แนะประชาชาติของท่าน ทั้งยังได้ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺอย่างมุ่งมั่นกระทั่งสิ้นลมหายใจ ขอศานติและคำอำนวยพรจากพระองค์จงประสบแด่ท่าน วงศ์วานมิตรสหายของท่าน ตลอดจนผู้ที่ยึดถือตามพวกท่านเหล่านั้นตราบจนวันกิยามะฮฺ
นับเป็นโอกาสอันดีที่ข้าพเจ้าได้มาพบปะพูดคุยกับท่านทั้งหลาย ในหัวข้อที่มีความสำคัญต่อพี่น้องมุสลิมทุกคน นั่นคือเรื่องของการดะอฺวะฮฺเชิญชวนผู้อื่นสู่หนทางของอัลลอฮฺ
อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า
﴿ وَمَنۡ أَحۡسَنُ قَوۡلٗا مِّمَّن دَعَآ إِلَى ٱللَّهِ وَعَمِلَ صَٰلِحٗا وَقَالَ إِنَّنِي مِنَ ٱلۡمُسۡلِمِينَ ٣٣ ﴾ [فصلت: ٣٣] 
ความว่า "และผู้ใดเล่าจะมีคำพูดดีเลิศยิ่งไปกว่าผู้เชิญชวนไปสู่อัลลอฮฺ และปฏิบัติการงานที่ดี และกล่าวว่าแท้จริงฉันเป็นคนหนึ่งในบรรดาผู้นอบน้อม" (ฟุศศิลัต: 33)
คำถามในอายะฮฺนี้เป็นเชิงปฏิเสธ โดยมีความหมายว่า “ไม่มีผู้ใดที่มีคำพูดดีเลิศยิ่งกว่า” ซึ่งการใช้รูปประโยคคำถามกับสิ่งที่ต้องการปฏิเสธนั้น เป็นการสื่อถึงข้อเท็จจริงสองประการคือ
หนึ่ง: สิ่งนั้นไม่มีอยู่
สอง: เป็นการท้าทายผู้รับสารให้นำสิ่งดังกล่าวมาแสดง กล่าวคือคำถามในที่นี้แฝงการท้าทายไว้ เป็นการสื่อในทำนองว่า “ถ้าเจ้ามีสิ่งอื่นใดที่ดีกว่านี้ก็จงนำมา” ซึ่งเราก็จะตอบว่า “ไม่มีผู้ใดจะมีคำพูดที่ดียิ่งไปกว่าผู้ที่ดะอฺวะฮฺเชิญชวนสู่หนทางของอัลลอฮฺ และปฏิบัติการงานที่ดี รวมทั้งได้กล่าวว่าฉันเป็นคนหนึ่งจากบรรดามุสลิม”
การดะอฺวะฮฺสู่หนทางของอัลลอฮฺนั้น หมายถึงการเรียกร้องเชิญชวนผู้อื่นให้ยึดมั่นในศาสนาของอัลลอฮฺ อันเป็นหนทางสู่ความเมตตาของพระองค์ ทั้งนี้ การดะอฺวะฮฺของบรรดาเราะสูลนั้นครอบคลุมสามสิ่งดังต่อไปนี้
ประการแรก: การรู้จักอัลลอฮฺ ผ่านพระนามอันไพจิตรและคุณลักษณะอันสูงส่งของพระองค์
ประการที่สอง: การรู้จักบทบัญญัติของพระองค์
ประการที่สาม: การรู้ถึงผลบุญซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผู้ที่เชื่อฟัง และบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน
ทั้งนี้ การดะอฺวะฮฺเชิญชวนสู่หนทางของอัลลอฮฺนั้นถือเป็นองค์ประกอบสำคัญข้อหนึ่งของการงานที่ดีงาม อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า
﴿ وَٱلۡعَصۡرِ ١ إِنَّ ٱلۡإِنسَٰنَ لَفِي خُسۡرٍ ٢ إِلَّا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ وَتَوَاصَوۡاْ بِٱلۡحَقِّ وَتَوَاصَوۡاْ بِٱلصَّبۡرِ ٣  ﴾ [العصر: ١-3]  
ความว่า "ขอสาบานด้วยกาลเวลา แท้จริงมนุษย์นั้นอยู่ในการขาดทุน นอกจากบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย และตักเตือนกันและกันในสิ่งที่เป็นสัจธรรม และตักเตือนกันและกันให้มีความอดทน" (อัล-อัศรฺ: 1-3)
การสนับสนุนและส่งเสริมกันในสิ่งที่เป็นสัจธรรมนั้น จำเป็นจะต้องมีการชักชวนผู้อื่นสู่หนทางที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับการส่งเสริมให้อดทน ที่จะต้องมีการเชิญชวนให้อดทนต่อการดำรงไว้ซึ่งศาสนาของอัลลอฮฺ ทั้งในสิ่งที่เป็นเรื่องหลักสำคัญและส่วนที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อย