ขณะอยู่ระหว่างการเดินทาง

img

Marqoom

分类 :

语言 : Thai

浏览 : 71

添加到收藏 : 0

การเดินทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้นมีเพียงสี่กรณีคือ การเดินทางเมื่อครั้งที่ท่านอพยพ (ไปยังมะดีนะฮฺ) การเดินทางเพื่อญิฮาด ซึ่งการเดินทางของท่านส่วนใหญ่ก็เป็นกรณีนี้ อีกสองกรณีคือการเดินทางเพื่อทำอุมเราะฮฺ และการเดินทางเพื่อทำหัจญ์
เมื่อท่านประสงค์จะออกเดินทาง ท่านจะจับสลากว่าภรรยาคนใดจะได้ร่วมเดินทางไปพร้อมกับท่าน ยกเว้นเมื่อครั้งที่ท่านเดินทางไปทำหัจญ์ ซึ่งท่านได้ให้ภรรยาของท่านทุกคนร่วมเดินทางไปด้วย
ท่านมักจะออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยท่านชอบออกเดินทางวันพฤหัสบดี ซึ่งท่านได้วิงวอนขอให้อัลลอฮฺทรงประทานบะเราะกัตความจำเริญแก่ประชาชาติของท่านที่ดำเนินกิจกรรมในช่วงเวลาเช้าตรู่ เมื่อท่านจะจัดทัพเพื่อออกไปทำสงคราม ท่านก็จะจัดให้ออกไปในช่วงเช้าตรู่เช่นกัน
ท่านกำชับให้ผู้เดินทางซึ่งมีจำนวนสามคนขึ้นไปเลือกคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเป็นหัวหน้าคณะ โดยท่านห้ามมิให้เดินทางคนเดียวตามลำพัง แต่ควรจะมีเพื่อนร่วมทางไปด้วย 
มีรายงานระบุว่าเมื่อท่านเตรียมออกเดินทาง ท่านกล่าว

ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ พระองค์เท่านั้นคือผู้ที่ข้าพระองค์มุ่งหา และข้าพระองค์ขอยึดติดกับพระองค์เพียงผู้เดียว โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์ห่างไกลจากสิ่งที่ทำให้ข้าพระองค์กังวลใจ และสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่ได้ให้ความสำคัญ โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์มีความยำเกรง ขอทรงอภัยในบาปความผิดของข้าพระองค์ และขอทรงชี้นำหนทางแห่งความดีงามแก่ข้าพระองค์ในทุกแห่งหนที่ข้าพระองค์มุ่งหน้าไปด้วยเถิด” (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษเลขที่ 1342)
  ขณะปีนขึ้นนั่งบนสัตว์พาหนะที่เตรียมไว้เพื่อเริ่มออกเดินทาง ท่านกล่าว “บิสมิลลาฮฺ” เมื่อขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้วท่านจะกล่าวว่า

ความว่า “ขอสรรเสริญอัลลอฮฺ ผู้ทรงสร้างสิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์แก่เรา มิเช่นนั้นแล้วพวกเราก็คงไม่สามารถที่จะบังคับมันได้ และท้ายที่สุดแล้วพวกเราต่างก็ต้องกลับไปยังพระองค์อย่างแน่นอน” (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษเลขที่ 1342)
หลังจากนั้นท่านกล่าว “อัลหัมดุลิลาฮฺ” สามครั้ง ตามด้วย “อัลลอฮุอักบัรฺ” อีกสามครั้ง แล้วจึงกล่าวว่า
 
ความว่า “พระองค์คือผู้ทรงบริสุทธิ์จากความบกพร่องทั้งปวง แท้จริงข้าพระองค์ได้อธรรมต่อตัวข้าพระองค์เอง ดังนั้น ขอพระองค์ทรงอภัยให้แก่ข้าพระองค์ซึ่งบาปความผิดทั้งหมดด้วยเถิด นอกจากพระองค์แล้วไม่มีผู้ใดที่จะอภัยในบาปความผิดทั้งหลายได้” (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษเลขที่ 1342)
และท่านยังเคยกล่าวว่า

ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงให้การเดินทางของเราในครั้งนี้เต็มไปด้วยความดีงามและความยำเกรง ขอพระองค์ทรงให้เราได้ปฏิบัติการงานที่พระองค์ทรงพอพระทัย โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงให้การเดินทางของเราในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ขอพระองค์ทรงให้ระยะทางอันยาวไกลนั้นไม่เป็นอุปสรรคแก่พวกเรา โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือผู้ทรงคุ้มครอง ผู้ทรงช่วยเหลือตลอดการเดินทาง และเป็นผู้ทรงดูแลครอบครัวของเรา โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงคุ้มครองข้าพระองค์จากความยากลำบากระหว่างการเดินทาง และจากความโศกเศร้าเสียใจเมื่อกลับจากการเดินทาง ตลอดจนสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา ไม่ว่าจะเกี่ยวกับครอบครัวหรือทรัพย์สมบัติก็ตาม” (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษเลขที่ 1342)
เมื่อกลับจากเดินทาง ท่านก็กล่าวดุอาอ์เหล่านี้เช่นกัน โดยกล่าวเพิ่มว่า

ความว่า “พวกเราเป็นผู้ที่กลับเข้าหาอัลลอฮฺ เป็นผู้ที่เตาบัตกลับตัว และเป็นผู้ที่เคารพภักดี และสรรเสริญพระผู้อภิบาลของเรา” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 1703 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 1344)
เมื่อท่านและบรรดาเศาะหาบะฮฺเดินขึ้นเนินสูง พวกท่านจะกล่าวตักบีรฺ “อัลลอฮุอักบัรฺ” เมื่อเดินลงต่ำระหว่างหุบเขา พวกท่านกล่าวตัสบีหฺ “สุบหานัลลอฮฺ”
และเมื่อท่านเดินทางถึงหมู่บ้านใดที่ท่านประสงค์จะแวะพัก ท่านจะกล่าวดุอาอ์ว่า

ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ ผู้ทรงเป็นพระผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าทั้งเจ็ดและทุกสิ่งที่มันปกคลุม พระผู้พระอภิบาลแห่งชั้นดินทั้งเจ็ดและทุกสิ่งที่อยู่บนชั้นแผ่นดิน พระผู้อภิบาลแห่งบรรดาชัยฏอนมารร้ายและสิ่งที่พวกมันล่อลวงให้หลงผิด พระผู้อภิบาลแห่งสายลมและสิ่งที่มันพัดพาไป ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์มีความปลอดภัยขณะพำนักอยู่ในหมู่บ้านนี้ ได้พานพบกับคนที่ดี และได้รับแต่สิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ ณ ที่นี้ และขอพระองค์ทรงคุ้มครองข้าพระองค์ให้รอดพ้นจากความชั่วร้ายของหมู่บ้านนี้ ตลอดจนความชั่วร้ายของผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้ และสิ่งต่าง ๆ ที่นี่” (บันทึกโดยอันนะสาอีย์ หะดีษเลขที่ 543 และอิบนุหิบบาน หะดีษเลขที่ 2709)
ในระหว่างเดินทางท่านจะย่อละหมาดซึ่งเดิมมีสี่ร็อกอัตเหลือเพียงสองร็อกอัต อุมัยยะฮฺ บิน คอลิด เคยกล่าวว่า “เราพบว่าอัลกุรอานได้กล่าวถึงการละหมาดในกรณีปกติทั่วไป และการละหมาดในยามที่เผชิญกับความหวาดกลัว แต่เรากลับไม่พบว่าอัลกุรอานได้กล่าวถึงการละหมาดขณะอยู่ระหว่างการเดินทางเลย” ท่านอิบนุอุมัร จึงกล่าวแก่เขาว่า “พึงทราบเถิดว่าอัลลอฮฺได้ทรงส่งท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มาในขณะที่พวกเราไม่มีความรู้ใด ๆ เลย ทั้งนี้ สิ่งที่พวกเราปฏิบัติก็คือสิ่งที่เราเห็นมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ปฏิบัติไว้เป็นแบบอย่างทั้งสิ้น”
ตามแบบฉบับของท่านแล้ว ขณะเดินทางท่านจะละหมาดเฉพาะฟัรฎู ทั้งนี้ ไม่มีรายงานบันทึกว่าท่านละหมาดสุนัตก่อนหรือหลังละหมาดฟัรฎู ยกเว้นสุนัตก่อนศุบหฺ และละหมาดวิตรฺ แต่ถึงกระนั้นท่านก็มิได้ห้ามละหมาดสุนัตก่อนหรือหลังละหมาดฟัรฎู หากจะทำก็ถือว่าเป็นละหมาดสุนัตทั่ว ๆ ไปที่มิได้เจาะจง โดยไม่ถือว่าเป็นการละหมาดสุนัตที่ส่งเสริมให้ปฏิบัติเป็นประจำ (เราะวาติบ) แต่อย่างใด
และมีรายงานหะดีษระบุว่า ในวันพิชิตมักกะฮฺท่านได้ละหมาดสุนัตจำนวนแปดร็อกอัตในช่วงสาย
และตามแบบฉบับของท่านนั้น ท่านจะละหมาดสุนัตบนสัตว์พาหนะของท่าน ไม่ว่ามันจะเดินไปทิศทางใดก็ตาม โดยท่านรุกูอฺด้วยการก้มศีรษะลงต่ำ
ในกรณีที่ออกเดินทางก่อนที่จะได้เวลาซุฮรฺ ท่านจะยกละหมาดซุฮรฺไปละหมาดรวมในเวลาอัศรฺ แต่ถ้าได้เวลาซุฮรฺก่อนออกเดินทาง ท่านก็จะละหมาดซุฮรฺก่อนแล้วจึงออกเดินทาง และถ้าการเดินทางอยู่ในช่วงที่ต้องรีบเร่งทำเวลา ท่านก็จะยกละหมาดมัฆริบไปละหมาดรวมในเวลาอิชาอ์