เมื่อมีเศาะหาบะฮฺท่านใดล้มป่วย ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็มักจะไปเยี่ยม แม้กระทั่งเมื่อคราวที่เด็กหนุ่มชาวยิวซึ่งเคยรับใช้ท่านไม่สบาย ท่านก็ไปเยี่ยม เมื่อลุงของเด็กหนุ่มคนดังกล่าวป่วยท่านก็ไปเยี่ยมเช่นกัน ทั้งที่เขาเป็น
มุชริกผู้ตั้งภาคี พร้อมกันนั้นท่านก็ได้เชิญชวนโน้มน้าวทั้งสองให้เข้ารับอิสลามด้วย ซึ่งในที่สุดเด็กหนุ่มชาวยิวก็เข้ารับอิสลาม
ท่านจะเข้าใกล้คนป่วย แล้วนั่งลงในแนวเดียวกับศีรษะของเขา และถามไถ่อาการ ท่านจะใช้มือขวาลูบตัวคนป่วย พร้อมกล่าวว่า
ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งมวลมนุษย์ ขอพระองค์ทรงให้ทุกข์ภัยความเจ็บปวดต่าง ๆ จงมลายหายไป ขอพระองค์ทรงรักษาเขาให้หายป่วยด้วยเถิด พระองค์คือผู้ทรงทำให้หายป่วย ไม่มีการรักษาใดนอกจากการรักษาของพระองค์ เป็นการรักษาซึ่งไม่ทิ้งความเจ็บป่วยให้หลงเหลืออยู่อีกต่อไป” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 5418 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 2191)
ท่านจะขอดุอาอ์ให้แก่คนป่วยจำนวนสามครั้ง ดังที่ท่านเคยกล่าวว่า
ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงบำบัดรักษาสะอัดให้หายป่วยด้วยเถิด (สามครั้ง)” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 5335 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 1628)
และเมื่อท่านเข้าหาคนป่วย ท่านจะกล่าวว่า
ความว่า “ไม่เป็นไร ความเจ็บป่วยนี้จะลบล้างบาปความผิดของท่าน อินชาอัลลอฮฺ” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 3420)
บางครั้งท่านกล่าวว่า
ความว่า “ความเจ็บป่วยนั้นเป็นการลบล้างบาปความผิด และทำให้ท่านบริสุทธิ์” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 7030)
บางครั้งท่านเป่ารักษาผู้ที่มีบาดแผลหรือมีอาการเจ็บปวด โดยใช้นิ้วชี้ (จุ่มน้ำลายเล็กน้อย) แล้วแตะลงบนพื้นดิน ก่อนจะยกนิ้วขึ้น (แตะตรงส่วนที่เจ็บปวด) พร้อมกล่าวว่า
ความว่า “ฉันขอรักษาด้วยพระนามของอัลลอฮฺ นี่คือดินของเรา ผสมกับน้ำลายของบางคนจากพวกเรา เพื่อให้คนป่วยของเราหายจากอาการป่วย ด้วยพระประสงค์ของพระผู้อภิบาลของเรา” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 5413 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 2194)
ทั้งนี้ ท่านไม่เคยเจาะจงวันหรือเวลาเฉพาะสำหรับการเยี่ยมคนป่วย แต่ท่านอนุญาตให้เยี่ยมได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
บางครั้งท่านวางมือของท่านลงบนหน้าผากของคนป่วย แล้วลูบอกและท้องของเขาพร้อมกล่าวว่า
ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงโปรดให้เขาหายป่วยด้วยเถิด” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 5335 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 1628)
บางครั้งท่านก็ลูบหน้าคนป่วยด้วย
เมื่อเห็นว่าผู้ป่วยใกล้จะสิ้นลมหายใจ ท่านจะกล่าวว่า
ความว่า “แท้จริงเรานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และเราย่อมต้องกลับไปหาพระองค์” (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษเลขที่ 918)