สิบ : การเลียนแบบผู้ปฏิเสธศรัทธา คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พลัดหลงออกจากการยืนหยัด

img

Marqoom

分类 :

语言 : Thai

浏览 : 1

添加到收藏 : 0

การเลียนแบบผู้ปฏิเสธศรัทธาจะย้อนไปสู่ความความเสียหาย 2 ประการด้วยกัน คือ ทำให้ความรู้ไม่เอื้อประโยชน์หรือทำให้การงานไม่เป็นที่ตอบรับ
จงพินิจใคร่ครวญในความหมายคำดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า
﴿ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ ٦ صِرَٰطَ ٱلَّذِينَ أَنۡعَمۡتَ عَلَيۡهِمۡ غَيۡرِ ٱلۡمَغۡضُوبِ عَلَيۡهِمۡ وَلَا ٱلضَّآلِّينَ ٧ ﴾ [الفاتحة : 6-7] 
ความว่า “ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ซึ่งทางอันเที่ยงตรง (คือ) ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปราณแก่พวกเขา มิใช่ในทางของพวกที่ถูกกริ้ว และมิใช่ทางของพวกที่หลงผิด)” (สูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ  : 6-7)

ความเสียหายที่เกิดกับชาวยิวมันเกิดในแง่ของการปฏิบัติ ส่วนความเสียหายที่เกิดกับชาวคริสต์มันเกิดในแง่ของความรู้ กล่าวคือ ชาวยิวมีความรู้แต่ไม่ปฏิบัติ ส่วนชาวคริสต์มักปฏิบัติแต่ไม่มีความรู้ 
ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นในแง่มุมนี้ คือ การเลียนแบบชาวยิวซึ่งพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่มีความรู้แต่ไม่ปฏิบัติตามความรู้ หรือการเลียนแบบชาวคริสต์ซึ่งพวกเขามักจะปฏิบัติแต่ไม่มีความรู้และความเข้าใจที่ลึกซึ้ง 
ชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้ตั้งชื่อหนังสือของท่านว่า “อิกติฎออ์ อัศ-ศิรอฏ อัล-มุสตะกีม มุคอละฟะฮฺ อัศหาบ อัล-ญะฮีม” โดยที่ท่านได้ชี้ถึงบททดสอบของชาวอะฮฺลุลกิตาบบางประการที่อุมมะฮฺนี้ถูกทดสอบเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้ห่างไกลจากการพลัดหลงออกจากเส้นทางที่เที่ยงตรงไปสู่เส้นทางที่ถูกกริ้วและหลงผิด พร้อมกันนั้นท่านได้นำเสนอคำดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า
﴿ وَدَّ كَثِيرٞ مِّنۡ أَهۡلِ ٱلۡكِتَٰبِ لَوۡ يَرُدُّونَكُم مِّنۢ بَعۡدِ إِيمَٰنِكُمۡ كُفَّارًا حَسَدٗا مِّنۡ عِندِ أَنفُسِهِم مِّنۢ بَعۡدِ مَا تَبَيَّنَ لَهُمُ ٱلۡحَقُّۖ ﴾ [البقرة : 109]  
ความว่า “อะฮฺลุลกิตาบมากมายชอบ หากพวกเขาจะสามารถทำให้พวกเจ้ากลับเป็นผู้ปฏิเสธการศรัทธาอีก ทั้งนี้เพราะความอิจฉาริษยาที่มาจากตัวของพวกเขาเอง หลังจากความจริงได้ประจักษ์แก่พวกเขา” (สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ  : 109)
แล้วท่านได้อธิบายว่า “ชาวยิวถูกติเตียนจากการที่พวกเขามีความอิจฉาริษยาต่อบรรดาผู้ศรัทธาในเรื่องทางนำและความรู้(ที่ผู้ศรัทธาได้รับ) ซึ่งผู้ที่มีความรู้บางคนและคนทั่วไปก็ถูกทดสอบด้วยกับให้มีความอิจฉาริษยาต่อผู้ที่อัลลอฮฺทรงให้ทางนำแก่พวกเขาในความรู้ที่มีประโยชน์และการงานที่ดี ซึ่งมันคือลักษณะนิสัยที่น่าตำหนิเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นลักษณะนิสัยที่ทำให้พวกเขาถูกกริ้ว” (อิกติฎออ์ อัศ-ศิรอฏ อัล-มุสตะกีม หน้า 1/83)
ท่านชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ยังได้นำเสนอตัวอย่างอันหลากลายที่กล่าวถึงการงานของชาวยิวและชาวคริสต์ ซึ่งผู้ศรัทธาบางคนได้เลียนแบบพวกเขา ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้กล่าวว่า 
«لَتَتَّبِعُنَّ سُنَنَ مَنْ كَانَ قَبْلَكُمْ شِبْرًا بِشِبْرٍ وَذِرَاعًا بِذِرَاعٍ حَتَّى لَوْ دَخَلُوْا جُحْرَ ضَبٍّ تَبَعْتُمُوْهُ. قُلْنَا: يَا رَسُوْلَ اللهِ، آَلْيَهُوْدَ وَالنَّصَارَى؟ قَالَ: فَمَنْ! » [البخاري برقم 3269، ومسلم برقم 2669]  
ความว่า “แน่นอน พวกเจ้าจะประพฤติตามแนวทางของคนก่อนพวกเจ้า ทีละคืบ ทีละศอก จนกระทั่งพวกเขาเหล่านั้นเดินเข้าไปในรูแย้ พวกเจ้าก็จะเดินตามพวกเขา (เข้าไปในรูแย้) ด้วย” บรรดาเศาะหาบะฮฺก็ถามว่า “พวกนั้นคือ ยะฮูดและนะศอรอ (ยิวและคริสต์) ใช่หรือไม่?” ท่านก็ตอบว่า “จะเป็นใครเสียอีก” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 3269 มุสลิม : 2669)