สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับหลักการเชื่อมั่น (อะกีดะฮฺ) ของ อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ ที่มีต่อ “อะฮฺลุล บัยตฺ”

img

Marqoom

分类 :

语言 : Thai

浏览 : 75

添加到收藏 : 0

หลักเชื่อมั่นของอะฮฺลุสสุนนะฮฺนั้น จะอยู่กึ่งกลางระหว่างการเชื่อมั่นที่เลยเถิดจนออกนอกขอบเขต กับการเชื่อมั่นที่ขาดตกบกพร่องและไม่ถูกต้อง  และเป็นทางสายกลางระหว่างการเชื่อที่สุดโต่งหรือการเหินห่างหมางเมิน ในประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักการยึดมั่น และการศรัทธาทั้งหมด
ซึ่งในจำนวนหลักการตามแนวทางแห่งสายกลางเหล่านั้นก็คือ หลักเชื่อมั่นของ “อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ” ที่มีต่อวงศ์วาน และครอบครัวของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม 
แท้จริง กลุ่ม “อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ” รับเป็นมิตร(วะลาอ์)กับผู้ที่เป็นมุสลิมทั้งชายและหญิงทุกคนที่มีเชื้อสายจากอัลดุลมุฏเฏาะลิบ รวมทั้งบรรดาภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทั้งหมดด้วย พวกเขารักทุกคนที่มาจากวงศ์วานของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และกล่าวคำสรรเสริญสดุดีแก่ท่าน อีกทั้งยังได้เทิดตำแหน่งของบรรดาท่านเหล่านั้นให้อยู่ในฐานะที่คู่ควรและเหมาะสมด้วยความเป็นธรรม มิใช่กระทำด้วยอารมณ์ใฝ่ต่ำ และมิใช่กระทำแบบการเดาสุ่ม ออกนอกลู่นอกทาง
พวกเขารู้จักดีถึงความประเสริฐของบุคคลที่อัลลอฮฺได้ทรงรวมระหว่างเกียรติยศของการอีมานศรัทธา และเกียรติยศทางเชื้อสายไว้ให้อยู่ในตัวของผู้นั้น ดังนั้น ผู้ใดที่มาจากวงศ์วานของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเป็นเศาะหาบะฮฺของท่านเราะสูล “อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ” ก็จะมอบความรักให้แก่บุคคลนั้น อันเนื่องจากความศรัทธา และความยำเกรง(ตักวา)ของเขา และเนื่องจากเขาเป็นมิตรสหาย เป็นเครือญาติที่ใกล้ชิดระหว่างเขากับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
สำหรับผู้ที่มาจากวงศ์วานที่มิได้เป็นเศาะหาบะฮฺ ซึ่งเป็นบุคคลที่เกิดไม่ทันและไม่ได้พบท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แต่มีความศรัทธามั่นต่ออัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเราะสูลของพระองค์ จะไม่เรียกว่า “เศาะหาบะฮฺ” แต่จะเรียกว่า “ตาบิอีน” อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ จะมอบความรัก ความเคารพแก่บุคคลเหล่านั้น เนื่องจากการศรัทธาและตักวา (เกรงกลัวอัลลอฮฺ) และความเป็นญาติใกล้ชิดระหว่างเขากับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และพวกเขาเห็นว่าเกียรติยศที่เกิดจากเชื้อสายนั้นขึ้นอยู่กับเกียรติยศของการศรัทธา และผู้ใดที่อัลลอฮฺได้ทรงรวมสิ่งสองประการนั้น(หมายถึง การศรัทธา และการเป็นญาติวงศ์วานของท่านเราะสูล)ไว้ให้แก่เขา แน่นอน พระองค์อัลลอฮฺได้ทรงรวบรวมความดีทั้งสองอย่างไว้ให้แก่เขาแล้ว
  และถ้าผู้ใดมิได้รับเตาฟีก(การช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ)ที่นำไปสู่การศรัทธาอีมานแล้ว แน่นอน เกียรติยศ และเชื้อสายวงศ์ตระกูล ก็จะไม่ยังประโยชน์อันใดแก่เขาผู้นั้นเลย อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวยืนยันไว้ว่า :
﴿إِنَّ أَكۡرَمَكُمۡ عِندَ ٱللَّهِ أَتۡقَىٰكُمۡۚ ﴾ [الحجرات: ١٣]  
“แท้จริง ผู้ที่มีเกียรติที่สุดในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮฺ คือผู้ที่ตักวา(กลัวเกรงอัลลอฮฺ) ยิ่งในหมู่พวกเจ้า” (อัล-หุญุรอต : 13) 
ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ในหะดีษตอนหนึ่ง ซึ่งมีข้อความยาวที่ท่านอิมามมุสลิมได้บันทึกไว้ในเศาะฮีหฺของท่าน (เลขที่ 2699) จากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลลอฮุอันฮุ ว่า
«ومَن بطَّأ به عملُه لَم يُسرع به نسبُه» [مسلم برقم 2699]
“ผู้ใดที่การกระทำของเขาทำให้เขาล่าช้าไป เชื้อสายของเขาก็จะไม่ทำให้เขาเร็วขึ้นได้เลย”

ท่านอัล-หาฟิซ อิบนุ เราะญับ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวย้ำไว้ในการอธิบายหะดีษนี้ ในตำราของท่านที่มีชื่อว่า “ญามิอฺ อัล-อุลูม วัลหิกัม” (หน้าที่ 308) มีความหมายว่า : การกระทำเท่านั้น เป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้เป็นบ่าวบรรลุสู่ระดับขั้นต่างๆ แห่งโลกอาคิเราะฮฺได้ ดังที่อัลลอฮฺ ได้ทรงกล่าวไว้ว่า :
﴿ وَلِكُلّٖ دَرَجَٰتٞ مِّمَّا عَمِلُواْۚ ﴾ [الانعام: ١٣٢]  
“และสำหรับแต่ละคนนั้น มีหลายระดับขั้นต่างกัน เนื่องจากสิ่งที่เขาได้กระทำไว้...” (อัล-อันอาม : 132)

ดังนั้น ผู้ใดที่การกระทำของเขาได้ถ่วงเวลาให้เขาล่าช้าในการเข้าสู่ฐานะตำแหน่งอันสูงส่ง ณ อัลลอฮฺแล้ว เชื้อสายของเขาจะไม่ทำให้เขาไปเร็วขึ้นจนเข้าสู่ระดับชั้นต่างๆ ได้เลย เพราะอัลลอฮฺทรงตอบแทนรางวัลให้เหมาะสมคู่ควรกับการงานต่างๆ มิใช่ปรับให้เหมาะสมคู่ควรกับเชื้อสาย วงศ์ตระกูล 
ดังที่อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวไว้ว่า :
﴿فَإِذَا نُفِخَ فِي ٱلصُّورِ فَلَآ أَنسَابَ بَيۡنَهُمۡ يَوۡمَئِذٖ وَلَا يَتَسَآءَلُونَ ١٠١﴾ [المؤمنون: ١٠١]  
 “... ดังนั้น เมื่อใดที่สังข์ถูกเป่าขึ้น เมื่อนั้นจะไม่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติในระหว่างพวกเขาในวันนั้น และพวกเขาจะไม่ถามไถ่ซึ่งกันและกัน...”  (อัล-มุอ์มินูน : 101)

อัลลอฮฺทรงใช้ให้เร่งรีบไปสู่การอภัยโทษ และสู่ความกรุณาของพระองค์ด้วยการกระทำงานต่างๆ ดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้ว่า :
﴿۞وَسَارِعُوٓاْ إِلَىٰ مَغۡفِرَةٖ مِّن رَّبِّكُمۡ وَجَنَّةٍ عَرۡضُهَا ٱلسَّمَٰوَٰتُ وَٱلۡأَرۡضُ أُعِدَّتۡ لِلۡمُتَّقِينَ ١٣٣ ٱلَّذِينَ يُنفِقُونَ فِي ٱلسَّرَّآءِ وَٱلضَّرَّآءِ وَٱلۡكَٰظِمِينَ ٱلۡغَيۡظَ ...﴾ [آل عمران: ١٣٣،  ١٣٤]  
“พวกเจ้าทั้งหลายจงรีบเร่งไปสู่การอภัยโทษจากพระผู้เป็นเจ้าของพวกเจ้าเถิด และจงรีบไปสู่สวรรค์ ซึ่งความกว้างของมันนั้น คือ (เท่ากับ) บรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน ซึ่งได้ถูกตระเตรียมไว้แล้วแก่บรรดาผู้ตักวา(กลัวเกรงอัลลอฮฺ) คือ บรรดาผู้ที่บริจาคทั้งในยามสุขสบายและในยามทุกข์ยากและบรรดาผู้ที่อดกลั้นต่อความโกรธ” (อาล อิมรอน : 133-134)

อัลลอฮฺได้ตรัสว่า :
﴿إِنَّ ٱلَّذِينَ هُم مِّنۡ خَشۡيَةِ رَبِّهِم مُّشۡفِقُونَ ٥٧ وَٱلَّذِينَ هُم بِ‍َٔايَٰتِ رَبِّهِمۡ يُؤۡمِنُونَ ٥٨ وَٱلَّذِينَ هُم بِرَبِّهِمۡ لَا يُشۡرِكُونَ ٥٩ وَٱلَّذِينَ يُؤۡتُونَ مَآ ءَاتَواْ وَّقُلُوبُهُمۡ وَجِلَةٌ أَنَّهُمۡ إِلَىٰ رَبِّهِمۡ رَٰجِعُونَ ٦٠ أُوْلَٰٓئِكَ يُسَٰرِعُونَ فِي ٱلۡخَيۡرَٰتِ وَهُمۡ لَهَا سَٰبِقُونَ ٦١ ﴾ [المؤمنون: ٥٧،  ٦١]  
“แท้จริง บรรดาผู้มีจิตใจยำเกรง ซึ่งเกิดจากความกลัวเกรงพระเจ้าของพวกเขา และบรรดาผู้ที่พวกเขาศรัทธาต่อบรรดาโองการต่างๆ (อายะฮฺอัลกุรอาน)ของพระเจ้าของพวกเขา และบรรดาผู้ที่ไม่ตั้งภาคีต่อพระเจ้าของพวกเขา และบรรดาผู้ที่บริจาคสิ่งที่เขาได้รับมาโดยหัวใจของพวกเขามีความหวั่นกลัวว่าพวกเขาจะต้องกลับไปพบพระเจ้าของพวกเขาอย่างแน่นอน พวกเหล่านั้นแหละ คือผู้ที่รีบเร่งประกอบคุณงามความดีต่างๆ และพวกเขาเหล่านั้น เป็นผู้ที่รุดหน้าสู่ความดีนั้นก่อนใครอื่น” (อัล-มุอ์มินูน 57-61)
ต่อมาท่าน อัล-หาฟิซ อิบนุ เราะญับ ก็ได้ระบุตัวบทต่างๆ ที่ส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการกระทำงานต่างๆ ที่ดีงาม และหลักฐานที่อธิบายว่า แท้จริงแล้วความรักและความเป็นญาติใกล้ชิดกับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สิ่งนั้นได้มาจากการกลัวเกรง(ตักวา)และจากการทำงานที่ดีงาม แล้วท่านก็ปิดท้ายด้วยหะดีษของท่านอัมรฺ บิน อัล-อาศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ซึ่งปรากฏอยู่ในเศาะฮีหฺ อัล-บุคอรียฺ (เลขที่ 5990) และเศาะฮีหฺมุสลิม (เลขที่ 215) และท่านอัล-หาฟิซ อิบนุ เราะญับ ก็กล่าวว่า สิ่งที่มีปรากฏในตำราเศาะฮีหฺทั้งสองนั้นได้ยืนยันในเรื่องดังกล่าวนี้ทั้งหมด ซึ่งจากรายงานของท่านอัมรฺ บิน อัล-อาศ เล่าว่า เขาได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า :
«إنَّ آل أبي فلان ليسوا لي بأولياء، وإنَّما وليِّيَ اللهُ وصالِحُ المؤمنين» [البخاري برقم 5990، ومسلم برقم 215]
“แท้จริง ตระกูลของคนหนึ่งคนใด หาใช่เป็นวะลีย์(ผู้ที่มอบความรัก ผู้ให้ความคุ้มครองช่วยเหลือ)แก่ฉันไม่ และอันที่จริง ผู้ที่เป็นวะลีย์ของฉันคืออัลลอฮฺ ตะอาลา และบรรดาคนศอลิหฺจากบรรดาผู้ศรัทธาเท่านั้น”

ท่านได้ชี้ให้เห็นว่า ความรัก ความใกล้ชิด (วิลายะฮฺ) ของท่าน ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยกับเชื้อสาย ถึงแม้จะเป็นญาติใกล้ชิดกันก็ตาม ที่จริงแล้วมันเกิดขึ้นด้วยกับการศรัทธา และด้วยการงานที่ดีงาม ดังนั้น ผู้ใดที่มีการศรัทธามีการงานที่สมบูรณ์ยิ่ง เขาผู้นั้นจะมีความรักความใกล้ชิดอันยิ่งใหญ่ต่อท่าน ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะมีเชื้อสายใกล้ชิดกับท่านหรือไม่ก็ตาม ตามความหมายนี้ มีบางคนพูดว่า 
“ขอสาบานต่ออัลลอฮฺด้วยกับชีวิตของท่าน 
มนุษย์นั้นจะไม่มีค่า นอกจากด้วยศาสนาของเขา 
ดังนั้น ท่านอย่าทิ้งการกลัวเกรงอัลลอฮฺ (ตักวา) โดยหันไปพึ่งพาอาศัยเชื้อสาย 
แท้จริง ความเป็นอิสลามได้ยกย่อง ซัลมาน ชาวเปอร์เซีย ให้สูงส่งได้ 
และการตั้งภาคี (ชิริก) ก็ทำให้ อบู ละฮับ ผู้มาจากตระกูลอันสูงศักดิ์ต้องต่ำต้อย”