ความประเสริฐของ “อะฮฺลุล บัยตฺ” ที่ปรากฏอยู่ในอัลกุรอาน

img

Marqoom

分类 :

语言 : Thai

浏览 : 67

添加到收藏 : 0

“โอ้ ผู้เป็นนบี เจ้าจงกล่าวแก่บรรดาภรรยาของเจ้าเถิดว่า หากพวกเธอปรารถนาชีวิตการเป็นอยู่ในโลกนี้ และความงดงามของมัน ก็จงรีบมาเถิด ฉันจะทดแทนความสุขให้พวกเธอโดยให้ความเป็นอิสระและจะปล่อยพวกเธอไปอย่างดีงาม (28) และถ้าพวกเธอต้องการอัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์และอาคิเราะฮฺแล้วไซร้ แท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงตระเตรียมไว้แล้วซึ่งรางวัลอันยิ่งใหญ่แก่บรรดาสตรีที่มีคุณธรรมอันงดงามในหมู่พวกเธอ (29) โอ้บรรดาภรรยาของนบีเอ๋ย ผู้ใดในหมู่พวกเธอนำสิ่งลามกมาปรากฏอย่างชัดเจนแล้ว การลงโทษจะถูกเพิ่มแก่พวกนางเป็นทวีคูณถึงสองเท่า และนั่นเป็นที่ง่ายดายสำหรับอัลลอฮฺ (30) และผู้ใดในหมู่พวกเธอเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ และปฏิบัติการงานที่ดีงาม เรา(อัลลอฮฺ)จะให้รางวัลแก่พวกเธอสองครั้ง และเราได้ตระเตรียมสิ่งยังชีพอันดีงามไว้แล้วให้แก่พวกเธอ (31) โอ้บรรดาภรรยาของนบีเอ๋ย พวกเธอมิใช่อย่างกับสตรีอื่นๆ ในหมู่สตรีทั้งหลาย หากพวกเธอกลัวเกรง ก็ไม่สมควรใช้คำพูดอ่อนหวาน เพราะมันจะทำให้ผู้ที่ในหัวใจของเขามีโรค(ชนิดหนึ่ง) เกิดทะเยอทะยาน แต่จงใช้คำพูดที่เหมาะสมดีงาม (32) และจงประจำอยู่ในบ้านของพวกเธอ และจงอย่าออกมาอวดความงามเหมือนอย่างการอวดความงาม(ของสตรี) ในยุคงมงาย(ญาฮิลียะฮฺ)ในยุคต้นๆ ก่อนอิสลาม และพวกเธอจงดำรงการละหมาด และจงชำระซะกาต และจงเชื่อฟังอัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ ที่จริง อัลลอฮฺทรงต้องการจะลบล้างความผิดให้หมดไปจากพวกเธอ โอ้! บรรดาวงศ์วาน(บรรดาภรรยาของนบี) และพระองค์ทรงต้องการชำระพวกเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์จากความผิดนั้นอย่างแท้จริง (33) และ พวกเธอจงกล่าวรำลึกถึงสิ่งที่ถูกนำมาอ่านภายในบ้านของพวกเธอจากอายะฮฺต่างๆ ของอัลลอฮฺ (อายะฮฺอัล-กุรอาน) และอัล-หิกมะฮฺ(สุนนะฮฺของท่านเราะสูล) แท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงนุ่มนวล อ่อนโยน ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง (34)” (อัล-อะหฺซาบ 28-34)

ดำรัสของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลาที่ว่า : “ที่จริง อัลลอฮฺทรงต้องการจะลบล้างความผิดให้หมดไปจากพวกเธอ โอ้! บรรดาวงศ์วาน(บรรดาภรรยาของนบี) และพระองค์ทรงต้องการชำระพวกเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์จากความผิดนั้นอย่างแท้จริง” ดำรัสนี้บ่งบอกถึงความประเสริฐของวงศ์ญาติใกล้ชิดกับท่านเราะสูลของอัลลอฮฺ วงศ์วานที่ว่าเหล่านั้นคือผู้ที่เศาะดะเกาะฮฺ(เงินซะกาตหรือเงินบริจาค)เป็นที่ต้องห้าม(หะรอม)แก่พวกเขา  ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วก็คือบรรดาภรรยา และลูกหลาน เหลน ของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังที่ได้ให้รายละเอียดมาแล้ว
ยังมีโองการหรืออายะฮฺต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงความประเสริฐอื่นๆ อีกมากมาย ของบรรดาภรรยาท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั่นคือ การให้เธอเหล่านั้นพิจารณาว่าจะเลือกสิ่งใดระหว่างโลกนี้ที่มีความงดงามกับอัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์อีกทั้งโลกอาคิเราะฮฺ พวกเธอจะเลือกเอาอย่างใด ถ้าเธอเลือกอัลลอฮฺ เราะสูลของอัลลอฮฺ และโลกอาคิเราะฮฺแล้ว อัลลอฮฺก็ทรงพอพระทัยต่อพวกเธอ และเธอก็จะพึงพอใจในพระองค์ 
อีกหนึ่งพระดำรัสของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ที่บ่งชี้ชัดถึงความประเสริฐของบรรดาภรรยาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั่นคือ :
﴿وَأَزۡوَٰجُهُۥٓ أُمَّهَٰتُهُمۡۗ ﴾ [الأحزاب: ٦]  
 “...และบรรดาภรรยาของเขา(นบี) คือมารดาของพวกเขา(ผู้ศรัทธา)...” (อัล-อะหฺซาบ : 6)

ในอายะฮฺนี้ แท้จริง อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงบอกลักษณะไว้อย่างชัดเจนว่าแล้วว่า พวกเธอนั้นเป็นมารดาของบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย
และส่วนดำรัสของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ที่ว่า :
﴿قُل لَّآ أَسۡ‍َٔلُكُمۡ عَلَيۡهِ أَجۡرًا إِلَّا ٱلۡمَوَدَّةَ فِي ٱلۡقُرۡبَىٰۗ ﴾ [الشورى : ٢٣]  
“จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ฉันจะไม่ขอค่าตอบแทนใดๆ เลยต่อการเผยแพร่นี้ นอกจากเพื่อต้องการความรักความเป็นมิตรที่ดีในเครือญาติเท่านั้น”  (อัช-ชูรอ : 23)

ความหมายที่ถูกต้องของคำว่า “ความรักในเครือญาตฺ” ตามจุดมุ่งหมายของอายะฮฺนี้คือ “บุคคลในตระกูลกุเรช” ตามที่มีปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเศาะฮีหฺ อัล-บุคอรียฺ (เลขที่ 4818)
จากรายงาน ของท่าน อับดุลลอฮฺ บิน อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ซึ่งท่านอิมามอัล-บุคอรียฺ เล่าว่า มุหัมมัด บุตร บัซซารฺ พูดกับฉันว่า เขาได้ยินมุหัมมัด บุตรของญะอฺฟัรฺ พูดว่า เขา(ญะอฺฟัรฺ) ได้ยิน ชุอฺบะฮฺ พูดกับเราว่า ได้ยินมาจากอับดุลมะลิก อิบนุ มัยสะเราะฮฺ ว่า ฉันได้ยินฏอวูซ ซึ่งเขาได้ยินมาจาก อิบนุ อับบาส ว่า ท่านถูกถามถึงดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า : “...นอกจากเพื่อต้องการความรัก ความเป็นมิตรในเครือญาติเท่านั้น...” (อัช-ชูรอ : 23) แล้วท่านสะอีด บุตร ญุบัยรฺ ก็พูดขึ้นว่าคำว่า “กุรบา” หรือความเป็นมิตรในเครือญาติ ที่กล่าวถึงในอายะฮฺนี้นั้น หมายถึง “วงศ์วานของท่านนบี มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม”  ท่านอิบนุ อับบาส ได้กล่าวแก่ท่านสะอีดว่า “ท่านรีบให้ความหมายไปแล้ว แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ได้เกิดมาจากตระกูลกุเรชนอกจากท่านมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับพวกเหล่านั้น ท่านจึงกล่าวว่า ‘(ฉันไม่ต้องการอะไรจากการเผยแพร่นี้)นอกจากขอแค่ให้พวกท่านทั้งหลายเชื่อมสัมพันธ์ฉันท์เครือญาติระหว่างฉันกับพวกท่าน’”
ท่าน อิบนุ กะษีรฺ ได้อธิบายความหมายของอายะฮฺนี้ว่า : ความหมายคือ “โอ้ มุหัมมัด เจ้าจงพูดกับบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺในหมู่ผู้ปฏิเสธศรัทธาจากพวกกุเรชนั้นเถิดว่า ฉันไม่ต้องการให้พวกท่านมอบทรัพย์สินใดๆ แก่ฉัน เพื่อตอบแทนการเผยแพร่สาส์นจากพระผู้เป็นเจ้าของฉัน แต่ฉันขอแค่ว่า อย่าให้พวกท่านทำร้ายฉัน และปล่อยให้ฉันทำหน้าที่เผยแพร่ต่อไป หากพวกท่านจะไม่ช่วยเหลือสนับสนุนฉัน ก็อย่าได้ทำร้ายฉันเลย อันเนื่องจากระหว่างฉันกับพวกท่านนั้นมีความเป็นเครือญาติ มีความเป็นมิตรกันอยู่” แล้วท่านอิบนุ กะษีรฺ ได้นำเอาหะดีษของท่านอิบนุ อับบาส ดังกล่าวมาระบุปิดท้าย 
สิ่งที่พวกตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ(อะฮฺลุลอะฮฺวาอ์)บางคน ได้เจาะจงความหมายของคำว่า “กุรบา” ในอายะฮฺดังกล่าวนั้นว่าเป็นเพียงเฉพาะท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ ท่านอะลียฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา และทายาทผู้สืบเชื้อสายของท่านทั้งสองเท่านั้น เป็นความเห็นที่ไม่ถูกต้องเลย เพราะอายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาที่นครมักกะฮฺ ในขณะที่ท่านอะลียฺนั้นได้ทำการสมรสกับท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ที่นครอัลมะดีนะฮฺ !
ท่านอิบนุ กะษีรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “และการที่จะบอกว่าอายะฮฺนี้ถูกประทานลงมา ณ นครอัลมะดีนะฮฺนั้น ถือเป็นเรื่องที่ห่างไกลมาก เพราะแท้จริง อายะฮฺนี้ เป็นอายะฮฺมักกียะฮฺ (ประทานที่มักกะฮฺ) และในช่วงระยะเวลานั้น ยังมิปรากฏว่า ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา มีบุตรเลย แม้แต่สักคนเดียว เพราะท่านเองยังมิได้สมรสกับท่านอะลียฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แต่ทั้งสองได้ทำการสมรสกันหลังจากสงครามบัดรฺ ในปีฮิจญ์เราะฮ์ศักราชที่ 2 (ที่มะดีนะฮฺ) และที่ถูกต้องคือ การขยายความของอายะฮฺนี้เป็นไปตามที่ปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ตัรญุมานุลกุรอาน” (ผู้ถ่ายทอดความหมายของอัลกุรอาน) คือ ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ดังที่ท่านอิมามอัล-บุคอรียฺได้บันทึกเอาไว้” (จบการอ้าง)
และบทต่อไปนี้ เราก็จะได้ระบุหลักฐานต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความประเสริฐของวงศ์วานของท่านเราะสูล ที่มีมาจากสุนนะฮฺและจากรายงานต่างๆ ที่เป็นคำพูดของท่านอบู บักรฺ และท่านอุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา