มีความเชื่อมั่นในระดับความประเสริฐของพวกเขาตามที่มีระบุในหลักฐานต่างๆ

img

Marqoom

分类 :

语言 : Thai

浏览 : 425

添加到收藏 : 0

ชาวอะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺได้ยืนยันว่าบรรดาเศาะหาบะฮฺทุกคนมีความประเสริฐ แต่พวกเขามีระดับความประเสริฐที่แตกต่างกันไป ทำให้เศาะหาบะฮฺบางคนจึงมีความประเสริฐเหนือบางคน โดยไม่ทำให้เศาะหาบะฮฺที่มีความเสริฐน้อยกว่าบกพร่องแต่อย่างใด 
ดังนั้นเศาะหาบะฮฺที่มีความประเสริฐที่สุดคือ เศาะหาบะฮฺทั้งสิบท่านที่ได้รับข่าวดีว่าเป็นชาวสวรรค์ พวกเขาคือเคาะลีฟะฮฺ อัร-รอชิดูนทั้งสี่ท่าน ได้แก่ ท่านอบูบักรฺ ท่านอุมัร ท่านอุษมาน และท่านอลี เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ส่วนหกท่านที่เหลือนั้นได้รวมอยู่ในคำกล่าวของท่านอิบนุ อบีดาวุด ใน “หาอียะฮฺ” ของท่าน ว่า 
สะอีด, สะอฺด์, อิบนุเอาฟฺ และฏ็อลหะฮฺ 
อีกทั้งอามิร ผู้ตรากตรำและอัซ-ซุบัยรฺผู้ได้รับการชื่นชม 

ซึ่งผู้ที่ประเสริฐที่สุดในสิบท่านนั้นคือ เคาะลีฟะฮฺทั้งสี่ โดยเรียงลำดับความประเสริฐตามลำดับของการเป็นเคาะลีฟะฮฺ 
จงเป็นมิตรกับบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านนบีและวงศ์วานของท่าน 
จงเผยแพร่ความดีงามของพวกท่านทุกคนและทำให้มันขจรกระจายไป 
จงสนับสนุนพวกเขาด้วยความรักที่เต็มเปี่ยมและจงเชิดชู
ท่านอบูบักรและอุมัรในทุกๆ ความประเสริฐและความสมบูรณ์
และถัดจากทั้งสองนั้นคือท่านอุษมานแล้วท่านอลี 
ซึ่งเป็นวีรบุรุษที่อุทิศตนในสมรภูมิที่มีความกระฉับกระเฉง 

ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่าสถานะของท่านอบูบักรฺกับท่านอุมัรในศาสนาอิสลามนั้นถือเป็นสถานะที่มีความสูงส่งที่สุด ซึ่งทั้งสองท่านคือบุคคลที่ดีเลิศที่สุดของประชาชาตินี้หลังจากท่านนบีของเขา ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ใช่แต่เท่านั้นท่านทั้งสองยังเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐที่สุดหลังจากบรรดานบี อย่างไรก็ตามท่านอบูบักรฺนั้นมีสถานะเหนือกว่าเมื่อเทียบระหว่างท่านทั้งสอง เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา 
ถือเป็นสิ่งที่ดียิ่งที่จะยกคำกล่าวของท่านอบูญะอฺฟัร อัล-บากิร ผู้นำคนสำคัญของวงศ์วานของท่านนบี เราะหิมะฮุลลอฮฺ วะเราะฎิยะอันฮุ- ซึ่งท่านได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่ไม่รู้ถึงความประเสริฐของท่านอบีบักรฺและท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา แน่นอนเขาได้โง่เขลาต่อสุนนะฮฺของท่านนบีแล้ว” 
ท่านอัช-ชะอฺบี เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “การรักต่อท่านอบีบักรฺและท่านอุมัร และการรู้ถึงความประเสริฐของทั้งสองท่านนั้นคือส่วนหนึ่งจากสุนนะฮฺ”
และรองจากเศาะหาบะฮฺทั้งสิบท่านที่ได้รับการแจ้งข่าวดีนั้น คือชาวบะดัร ถัดจากนั้นเป็นชาวอุหุด แล้วต่อด้วยชาวบัยอะฮฺ อัร-ริฎวาน
และนี่คือสิ่งที่บรรดานักวิชาการได้ให้ทัศนะไว้ เช่นท่านอิบนุกะษีร , ท่านอิบนุอัศ-เศาะลาหฺ , และท่านอัน-นะวะวี 
แต่ก็มีนักวิชาการบางท่านที่ถือว่าชาวบัยอะฮฺ อัร-ริฎวานมีความประเสริฐกว่าชาวอุหุด 
และก็มีนักวิชาการบางท่านที่กล่าวว่าถัดจากชาวอุหุดนั้น คือเศาะหาบะฮฺกลุ่มที่ยืนหยัดในสงครามอัล-อะหฺซาบ ถัดจากนั้นก็เป็นชาวบัยอะฮฺ อัร-ริฎวาน  อัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง
ชาวอะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ เชื่อว่าโดยภาพรวมแล้วชาวมุฮาญิรีนมีความประเสริฐกว่าชาวอันศ็อร  เฉกเช่นที่เชื่อว่าผู้ที่รับอิสลามช่วงแรกๆ นั้นประเสริฐกว่าผู้ที่รับอิสลามในช่วงหลังๆ 
สำหรับเศาะหาบียะฮฺ (เศาะหาบะฮฺที่เป็นผู้หญิง) เราะฎิยัลลอฮุอันฮุน นั้น ผู้ที่ประเสริฐที่สุดในหมู่พวกนางมีอยู่สามท่าน ได้แก่ ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ, ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ, และท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุน 
ท่านชัยคุลอิสลาม อบูอัล-อับบาส อิบนุตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “ผู้หญิงที่ประเสริฐที่สุดในประชาชาตินี้คือ ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ, ท่านหญิงอาอิชะฮฺ และท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ ส่วนผู้ใดจะประเสริฐกว่านั้นยังเป็นที่ขัดแย้งและมีรายละเอียดของมันอยู่” 
สมควรที่จะเน้นย้ำตรงนี้ว่า บรรดานักวิชาการต่างเห็นพ้องกันว่า “เศาะหาบะฮฺทุกๆ ท่านจะมีความประเสริฐยิ่งกว่าทุกๆ คนที่มาหลังจากเศาะหาบะฮฺ”  ซึ่งจะมีการขัดแย้งในเรื่องนี้อีกได้อย่างไรในเมื่อพวกเขาคือกลุ่มชนที่ได้รับโอกาสพบเจอท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม พวกเขาคือกลุ่มชนที่หากแม้ว่าคนหนึ่งคนใดในหลังจากพวกเขาได้บริจาคทองคำมากมายเทียมเขาอุหุด ก็มิอาจได้รับผลบุญเทียบเท่าการบริจาคเพียงหนึ่งอุ้งมือของพวกเขา หรือแม้แต่ครึ่งอุ้งมือก็ตาม แล้วลองเทียบการละหมาดของพวกเขา การญิฮาดของพวกเขา และการงานทั้งหลายของพวกเขา ? 
  และจะมีการขัดแย้งในเรื่องนี้อีกได้อย่างไรในเมื่อพวกเขาคือกลุ่มชนที่อัลลอฮฺกล่าวถึงสิทธิของพวกเขาว่า 
﴿ أُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلرَّٰشِدُونَ ٧ ﴾ [الحجرات: ٧]  
ความ “ ชนเหล่านั้นคือพวกที่ดำเนินอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง”  (สูเราะฮฺอัล-หุญุรอต : 7)

และ  
﴿ وَكُلّٗا وَعَدَ ٱللَّهُ ٱلۡحُسۡنَىٰۚ ١٠ ﴾ [الحديد: ١٠]  
ความว่า “และอัลลอฮฺทรงสัญญาความดีงาม (สวนสวรรค์) แก่ทั้งสองฝ่าย” (สูเราะฮฺอัล-หะดีด : 10)

แล้วจะมีการขัดแย้งในเรื่องนี้อีกได้อย่างไรในเมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวถึงพวกเขาว่า
«خَيْرُ النَّاسِ قَرْنِي » 
ความว่า  “ผู้ที่มีความประเสริฐที่สุด คือผู้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคของฉัน (หมายถึง บรรดาเศาะหาบะฮฺ)” 

ท่านอัล-มุอาฟา บินอิมรอน เราะหิมะฮุลลอฮฺ ถูกถามว่า “ท่านอุมัร บินอับดุลอะซีซ เทียบได้กับท่านมุอาวียะฮฺ บินอบีสุฟยาน หรือไม่ ?” ทำให้ท่าน (อัล-มุอาฟา) โกรธอย่างมาก ท่านจึงกล่าวว่า “อย่าเทียบผู้ใดกับบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สำหรับท่านมุอาวียะฮฺนั้นท่านเป็นเศาะหาบะฮฺของท่านนบี เป็นเครือญาติ (ผ่านการแต่งงาน) กับท่านนบี เป็นผู้จดบันทึกและเป็นเลขาของท่านนบีในการรับวะหฺยูของอัลลอฮฺ” 
มีคนถามท่านอิมามอะหฺมัด เราะหิมะฮุลลอฮฺว่า “สามารถที่จะเทียบผู้ใดกับเศาะหาบะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หรือไม่ ?” ท่านได้ตอบว่า “ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้ห่างไกลจากมัน” มีคนถามอีกว่า “ท่านมุอาวียะฮฺมีความประเสริฐกว่าท่านอุมัร บินอับดุลอะซีซหรือไม่ ?” ท่านได้ตอบว่า “ใช่แล้ว ขอสาบานด้วยกับลมหายใจของฉันที่ยังมีอยู่”  เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า 
«خَيْرُ النَّاسِ قَرْنِي » 
ความว่า  “ผู้ที่มีความประเสริฐที่สุด คือผู้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคของฉัน (หมายถึง เศาะหาบะฮฺ)”  

ท่านอิมามอะหฺมัดได้กล่าวอีกว่า “เศาะหาบะฮฺที่มีความเสริฐน้อยที่สุดในหมู่พวกเขา คือผู้ที่มีความประเสริฐที่สุดในยุคต่างๆ ที่ไม่ได้เห็นท่านนบี ถึงแม้ว่าพวกเขา (ที่มีชีวิตในยุคต่างๆ นั้น) จะไปพบอัลลอฮฺด้วยกับการปฏิบัติในทุกการงานก็ตาม” 
หากมีคนถามว่า จะอธิบายอย่างไรกับคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า
« فَإِنَّ مِنْ وَرَائِكُمْ أَيَّامَ الصَّبْرِ، الصَّبْرُ فِيهِ مِثْلُ قَبْضٍ عَلَى الْجَمْرِ، لِلْعَامِلِ فِيهِمْ مِثْلُ أَجْرِ خَمْسِينَ رَجُلًا يَعْمَلُونَ مِثْلَ عَمَلِهِ»،  قَالَ: يَا رَسُولَ اللَّهِ، أَجْرُ خَمْسِينَ مِنْهُمْ؟ قَالَ: «أَجْرُ خَمْسِينَ مِنْكُمْ»
ความว่า “จะมีขึ้นภายหลังจากพวกท่านอย่างแน่นอน ซึ่งช่วงเวลาของการอดทนนั้นเสมือนการกำถ่านหินร้อน ซึ่งสำหรับคนที่ทำอะมัลในช่วงเวลานั้นจะได้รับผลบุญเสมือนของชายห้าสิบคนที่ทำการงานเหมือนที่พวกท่านได้ทำ” เศาะหาบะฮฺท่านหนึ่งได้ถามว่า “โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ผลบุญของชายห้าสิบคนจากในหมู่พวกเขาใช่ไหม ?” ท่านนบีได้ตอบว่า “เป็นผลบุญของชายห้าสิบคนในหมู่พวกท่าน” 

คำตอบคือ มันเป็นความประเสริฐในเรื่องที่เฉพาะ ไม่ได้หมายถึงความประเสริฐโดยทั้งหมด ด้วยเหตุนั้นผลบุญของการอดทนในช่วงเวลาข้างต้นมีความประเสริฐยิ่งกว่าผลบุญของความอดทนของเศาะหาบะฮฺห้าสิบท่าน สรุปคือ มันเป็นความประเสริฐเฉพาะในการทำอะมัลที่เจาะจง ไม่ใช่เป็นความประเสริฐโดยทั้งหมด ดังที่ท่านอัล-หาฟิซ อิบนุหะญัร ได้กล่าวว่า “เนื้อหาของหะดีษที่ว่า สำหรับคนที่ทำอะมัลในช่วงเวลานั้นจะได้รับผลบุญเสมือนการงานของชายห้าสิบคนในหมู่พวกท่าน” ไม่ได้บ่งชี้ว่ามีผู้ที่ไม่ได้เป็นเศาะหาบะฮฺจะมีความประเสริฐเหนือกว่าผู้ที่เป็นเศาะหาบะฮฺ เพราะเพียงแค่เพิ่มผลบุญ (ของอะมัลหนึ่ง) ไม่ได้ทำให้มีความประเสริฐโดยทั้งหมดแต่อย่างใด เช่นเดียวกัน ผลบุญที่จะก่อให้เกิดความประเสริฐได้นั้นต้องเป็นไปด้วยกับการทำอะมัลนั้น แต่สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้พบเห็นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้น เขาจะได้ความประเสริฐของการมองที่เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่มีผู้ใดที่เทียบเท่าได้”