โดยแน่แท้ การได้รับรู้ว่าใครเป็นหรือไม่เป็น “เศาะหาบะฮฺ” กันบ้างนั้นไม่ใช่เพียงแต่มีความสำคัญทางด้านหลักวิชาการในทรรศนะของวิชาว่าด้วยด้านหะดีษเท่านั้น แต่ยังส่งอิทธิพลโดยตรงและสำคัญมากทีเดียวแก่ท่าทีของเราที่มีต่อโครงสร้างทางจริยธรรมและการสร้างสังคมมุสลิม บ่อยครั้งด้วยกันที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม แนะนำว่าเศาะหาบะฮฺของท่านเป็นแบบฉบับของชนรุ่นต่อไปในอนาคต เพราะเศาะหาบะฮฺเหล่านั้นได้เข้าใจและปรับตนเองและน้อมรับในคำสอนของท่าน อย่างน้อยที่สุดในเรื่องคำสั่งเสียทั้งหลายและสุนันหรือการปฏิบัติของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม พวกท่านได้ปฏิบัติได้ดีกว่าผู้อื่นใดที่จะสามารถกระทำได้อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าใคร่นำเสนอคำนิยามบางส่วนที่สำคัญที่นักวิชาการบางท่านได้นำเสนอ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
“เศาะหาบะฮฺ”... พวกท่านคือผู้ที่อิมามอัล-บุคอรีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่เคยคบหาเป็นมิตรกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม หรือเคยเห็นท่าน โดยที่เขาเป็นหนึ่งในหมู่ผู้ศรัทธา ก็ถือว่าเขาเป็นหนึ่งในบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่าน”
“เศาะหาบะฮฺ”... พวกท่านคือผู้ที่ท่านอะลี บินอัล-มะดีนีย์ ได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่เคยคบหาเป็นมิตรกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม หรือเคยเห็นท่านแม้เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งของวันก็ตาม ก็ถือว่าเขาเป็นหนึ่งในบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม”
“เศาะหาบะฮฺ”....พวกท่านคือผู้ที่ท่านอบูนะอีม อัล-อัศบะฮานีย์ ได้กล่าวว่า “ผู้ที่เป็นที่รู้กันว่าเขาเคยคบหาเป็นมิตรกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม หรือได้รายงานหะดีษจากท่าน หรือได้เห็นท่าน จากบรรดาผู้ชายและผู้หญิง”
“เศาะหาบะฮฺ”....พวกท่านคือผู้ที่ท่านสะอีด บินอัล-มุสัยยิบ ได้กล่าวว่า “เศาะหาบะฮฺ คือผู้ที่เราจะไม่นับว่าเขาเป็นเศาะหาบะฮฺ นอกจากผู้ที่เคยคบหาหรืออยู่ใกล้ชิดกับท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม หนึ่งปีหรือสองปี และเคยเข้าร่วมสงครามกับท่านนบีหนึ่งครั้งหรือสองครั้ง”
“เศาะหาบะฮฺ”... พวกท่านคือผู้ที่ท่านอัล-หาฟิซ อิบนุหะญัร และบรรดานักวิชาการด้านหะดีษได้กล่าวไว้ ซึ่งเป็นการให้คำนิยามที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือที่สุด นั้นคือ “ผู้ที่เคยพบกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ซึ่งเขาเป็นผู้ศรัทธา และสิ้นชีวิตไปในสภาพนั้น”
“เศาะหาบะฮฺ”...พวกท่านคือผู้ที่ท่านอัล-หาฟิซ อิบนุหะญัร ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “พวกเขายังหมายรวมถึงผู้ที่พบเจอและไปมาหาสู่มักคุ้นกับท่านอย่างเป็นเนื่องนิจ หรืออาจจะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ และเป็นผู้ที่รายงานหะดีษจากท่านหรืออาจจะไม่ได้รายงานหะดีษแม้เพียงสักเรื่องหนึ่งก็ตาม เขาอาจะเป็นผู้เคยเข้าร่วมสงครามกับท่านนบีหรืออาจจะไม่เคยเข้าร่วม และเขาอาจจะเป็นผู้ที่เคยเห็นท่านด้วยกับตาแม้ว่าอาจจะไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับท่านก็ตาม หรือบางทีอาจจะเป็นผู้ที่ไม่เคยเห็นท่านเนื่องจากมีอุปสรรคเช่นตาบอด และด้วยข้อผูกมัดของการมีศรัทธา ฉะนั้นสำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธาที่เคยพบเจอท่านแม้ว่าภายหลังจากนั้นจะเข้ารับอิสลามก็ตามก็ไม่ถือว่าอยู่ในคำกล่าวข้างต้น เว้นแต่ว่าหลังจากที่เขาเข้ารับอิสลามแล้วเขาก็ได้พบเจอกับท่านนบีอีกครั้ง และคำกล่าวของเรานั้นมิได้หมายรวมถึงผู้ที่มีศรัทธาต่อสิ่งอื่น เช่นผู้ที่พบเจอกับท่านซึ่งเขาเป็นผู้ที่ศรัทธาจากชาวคัมภีร์(ยิวและคริสต์)ก่อนการเป็นนบี และคำกล่าวของเรายังหมายรวมถึงทุกๆคนที่เป็นมุกัลลัฟ(สามารถปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์)จากหมู่ญินและมนุษย์ ส่วนผู้ที่เคยพบเจอท่านแต่ภายหลังจากที่เขาศรัทธาแล้วนั้น เขากลับผินหลังให้กับศาสนาอิสลามและตายในสภาพนั้น เช่นนี้ก็ถือว่าเขาไม่ได้อยู่ในคำกล่าวของเราใดๆไม่ แต่ผู้ที่ผินหลังให้กับศาสนาภายหลังจากนั้นเขาหวนกลับมาสู่อิสลามอีกครั้งก่อนที่เขาจะตาย ไม่ว่าเขาจะพบเจอกับท่านนบีอีกครั้งหรือไม่ก็ตาม ทัศนะที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือนั้นเขาก็เป็นหนึ่งในบรรดาเศาะหาบะฮฺ”
ดังนั้น สำหรับผู้ที่ผินหลังให้กับศาสนาและได้สิ้นชีวิตในสภาพนั้นก็ถือว่าการเป็นเศาะหาบะฮฺของเขานั้นได้สิ้นสุดไปด้วยปริยาย แต่ผู้ใดที่ได้สำนึกผิดและกลับเนื้อกลับตัวไปสู่อิสลามอีกครั้งการเป็นเศาะหาบะฮฺของเขาก็กลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งนี่เป็นทัศนะที่ถูกต้องที่สุด
สรุปได้ว่า “เศาะหาบะฮฺ” คือ ผู้ศรัทธารุ่นแรกที่เคยคบหาเป็นมิตรและเสวนากับท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม โดยที่พวกเขาได้ฟังคำสั่งสอนของท่าน เจริญรอยตามท่าน และได้สิ้นชีวิตไปในสภาพที่มั่นคงในการศรัทธาต่ออิสลาม ฉะนั้นการที่จะรู้ว่าใครเป็นหรือไม่เป็นเศาะหาบะฮฺนั้นจึงมีเงื่อนไขสามประการด้วยกันนั้นคือ
หนึ่ง...มีความเชื่อมั่นและศรัทธาในคำสั่งสอนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม
สอง...ได้คบหาเป็นมิตรกับท่านในสภาพที่เป็นผู้ศรัทธา
สาม...ได้สิ้นชีวิตในสภาพที่เป็นผู้ศรัทธา
สำหรับจำนวนของเศาะหาบะฮฺของท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมนั้น นักวิชาการบางท่านกล่าวว่าพวกท่านมีจำนวนทั้งหมดประมาณ 124,000 ท่าน บางท่านกล่าวว่า 114,000 ท่าน และบางท่านได้กล่าวว่า 60,000 ท่าน แต่ท่านอัล-บุคอรีย์และมุสลิมได้รายงานว่าจำนวนของเศาะหาบะฮฺนั้นมีจำนวนมากมายแต่ไม่มีการรวบรวมว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งเศาะหาบะฮฺท่านสุดท้ายที่สิ้นชีวิตนั้นคือท่านอบูอัฏ-ฏุฟัยล์ อามิร บินวาษิละฮฺ อัล-ลัยษีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ