สารบัญ
ละหมาดศุบหฺ
หลังละหมาดศุบหฺ
เดินทางไปทำงาน
ละหมาดซุฮฺริ
ละหมาดอัศรฺ
ก่อนอะซานมัฆริบ
ละหมาดมัฆริบ
ละหมาดอิชาอ์
หลังละหมาดตะรอวีหฺ
นอน
ละหมาดตะฮัจญุด
กินสะหูร
ความปรารถนาบางประการที่เกี่ยวข้องกับการถือศีลอดพร้อมกับหลักฐานของทุกความปรารถนา
ละหมาดศุบหฺ
ให้กล่าวตามการอะซาน(ทุกประโยค ยกเว้นเมื่อรับประโยค “หัยยะอะลัศเศาะลาฮฺ” กับ “หัยยะอะลัลฟะลาหฺ” ให้กล่าวว่า
(لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إلَّا بِالله) (อ่านว่า ลาเหาละ วะลา กุว์วะตะ อิลลา บิลลาฮฺ) ทั้งนี้เพื่อที่จะได้รับผลบุญเหมือนกับผู้อะซาน -ผู้แปล) แล้วให้เศาะละวาตแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม หลังจากนั้นก็ให้อ่านดุอาอ์ อัล-วะสีละฮฺ (ดุอาอ์หลังจากอะซาน) ว่า
«اللهم رَبَّ هَذِهِ الدَّعوَةِ التَّامَّةِ، وَالصَّلاةِ القَائمَةِ، آتِ مُـحَـمَّداً الوَسِيلَةَ وَالفَضِيلَةَ، وَابْعَثْهُ مَقَاماً مَـحْـمُوداً الَّذِي وَعَدْتَـهُ» (البخاري برقم 614، 4719)
“อัลลอฮุมมะ ร็อบบะ ฮาซิฮิดดะอฺวะติตต๊ามมะฮฺ วัศเศาะลาติล กออิมะฮฺ อาติ มุหัมมะดะนิลวะสีละฮฺ วัลฟะฎีละฮฺ วับอัษฮุ มะกอมัน มะหฺมูดะนิลละซี วะอัดตะฮฺ”
ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ พระเป็นเจ้าแห่งการเชิญชวนอันสมบูรณ์ และการละหมาดที่กำลังจะปฏิบัติอยู่นี้ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานความดี ประเสริฐ และขอพระองค์ทรงโปรดนำมุหัมมัดสู่ตำแหน่งที่ได้รับการสรรเสริญ ซึ่งพระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ด้วยเถิด”
(ท่านนบีกล่าวว่า ใครที่กล่าวเช่นนี้) “เขาจะได้รับการชะฟาอะฮฺจากฉันในวันกิยามะฮฺ” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 614,4719)
ดุอาอ์ระหว่างการอะซานกับอิกอมะฮฺจะไม่ถูกผลักไส ดังนั้นจงฉกฉวยช่วงเวลาแห่งการตอบรับนี้เถิด และพึงทราบเถิดว่า ดุอาอ์ของผู้ที่ถือศีลอดก็ไม่ถูกผลักไสเช่นเดียวกัน ดังที่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า
«ثَلَاثَةٌ لَا تُرَدُّ دَعْوَتُهُمْ: الصَّائِمُ حَتَّى يُفْطِرَ ، وَالإِمَامُ العَادِلُ ، وَدَعْوَةُ المَظْلُومِ يَرْفَعُهَا اللَّهُ فَوْقَ الغَمَامِ وَيَفْتَحُ لَهَا أَبْوَابَ السَّمَاءِ، وَيَقُولُ الرَّبُّ: وَعِزَّتِي لَأَنْصُرَنَّكِ وَلَوْ بَعْدَ حِينٍ» (الترمذي برقم 3598، وضعفه الألباني في ضعيف الترغيب والترهيب برقم 597)
ความว่า “บุคคลสามประเภทที่การขอดุอาอ์ของเขาจะไม่ถูกผลักไส นั้นคือ ผู้ที่ถือศีลอดกระทั่งเขาได้ละศีลอด อิมามที่เที่ยงธรรม และดุอาอ์ของผู้ถูกอธรรม ซึ่งอัลลอฮฺจะดุอาอ์นั้นขึ้นเหนือเมฆ และให้ประตูแห่งฟากฟ้าทั้งหลายเปิดเพื่อรับดุอาอ์นั้น และอัลลอฮฺจะตรัสว่า ด้วยกับเกียรติของข้า แน่แท้ฉันต้องช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน แม้มันจะผ่านไปแล้วก็ตาม” (บันทึกโดยอัต-ติรมิซีย์ : 3598, อัล-อัลบานีย์ กล่าวว่าเป็นหะดีษเฎาะอีฟ ดู เฎาะอีฟ อัต-ตัรฆีบ วัต-ตัรฮีบ 597 ถึงแม้นว่าหะดีษข้างต้นนี้อยู่ในทัศนะที่เฎาะอีฟ แต่ก็ยังมีหะดีษอื่นๆ ที่มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกันเช่น
« ثَلَاثُ دَعَوَاتٍ مُسْتَجَابَاتٌ: دَعْوَةُ الصَّائِمِ، وَدَعْوَةُ الْمَظْلُومِ، وَدَعْوَةُ الْمُسَافِرِ» (الدعاء الطبراني برقم 1313، وصححه الألباني في صحيح الجامع برقم 3030)
ความว่า “ดุอาอ์ของบุคคลสามประเภทต่อไปนี้เป็นดุอาอ์ที่ถูกตอบรับ ได้แก่ ดุอาอ์ของผู้ถือศีลอด ดุอาอ์ของผู้ถูกอธรรม และดุอาอ์ของผู้เดินทาง” (อัด-ดุอาอ์ โดยท่านอัฏ-ฏ็อบรอนีย์ ชัยคฺอัล-อัลบานีย์มีทัศนะว่า เศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ 3030 -ผู้แปล)
ก่อนที่จะละหมาดศุบหฺ ก็ให้ละหมาดสุนัตเราะวาติบสองร็อกอัตก่อนศุบหฺก่อน ซึ่งสุนัตเราะวาติบนั้นมีทั้งหมด 12 ร็อกอัต ดังที่ท่านอิมามมุสลิมได้บันทึกในหนังสือเศาะฮีหฺของท่าน จากท่านหญิงอุมมุหะบีบะฮฺ ภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เล่าว่า
«مَا مِنْ عَبْدٍ مُسْلِمٍ يُصَلِّي لِلهِ كُلَّ يَوْمٍ ثِنْتَيْ عَشْرَةَ رَكْعَةً تَطَوُّعًا غَيْرَ فَرِيضَةٍ إِلَّا بَنَى اللهُ لَهُ بَيْتًا فِي الْجَنَّةِ» (مسلم برقم 728)
ความว่า “ไม่มีบ่าวมุสลิมคนไหนที่ได้ละหมาดสุนัตวันละ 12 ร็อกอัต นอกจากอัลลอฮฺจะสร้างบ้านให้เขาหลังหนึ่งในสวนสวรรค์” (บันทึกโดยมุสลิม : 728)
และการละหมาดสุนัตเราะวาติบที่บ้านย่อมเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด
ให้ละหมาดศุบหฺเป็นญะมาอะฮฺ ดังที่ท่านอิมามมุสลิม 657 ได้รายงานจากท่านญุนดุบ บิน อับดุลลอฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า
«مَنْ صَلَّى الصُّبْحَ فَهُوَ فِي ذِمَّةِ اللهِ، فَلَا يَطْلُبَنَّكُمُ اللهُ مِنْ ذِمَّتِهِ بِشَيْءٍ فَيُدْرِكَهُ فَيَكُبَّهُ فِي نَارِ جَهَنَّمَ» (مسلم برقم 657)
ความว่า “ผู้ใดที่ละหมาดศุบหฺ เขาก็จะได้อยู่ในความคุ้มครองของอัลลอฮฺ ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าสร้างความเดือดร้อนใดๆ แก่ผู้ที่อัลลอฮฺได้ให้ความคุ้มครองแก่เขาเถิด ไม่เช่นนั้น เขาก็จะพบเจอกับการลงโทษด้วยกับการคว่ำใบหน้าลากสู่นรกญะฮันนัม” (บันทึกโดยมุสลิม : 657)
ท่านอัน-นะวะวีย์ ได้กล่าวในหนังสือ “ชัรหุนมุสลิม (5/158)” ว่า الذمة ณ ที่นี้ หมายถึง “คุ้มครองหรือให้ความปลอดภัย”