หลักที่หนึ่ง การรู้จักอัลลอฮฺ

img

Marqoom

分类 :

语言 : Thai

浏览 : 195

添加到收藏 : 0

ถ้ามีผู้ถามท่านว่า “ใครคือพระผู้อภิบาลของท่าน?” ก็จงบอกว่า “อัลลอฮฺคือพระผู้อภิบาลของฉัน ผู้ทรงบริบาลฉัน และทรงบริบาลประชาชาติทั้งหลายด้วยความโปรดของพระองค์ พระองค์คือผู้ที่ฉันต้องเคารพภักดี สำหรับฉันแล้วไม่มีผู้ใดอีกที่จะเป็นองค์ให้เคารพภักดีได้นอกจากพระองค์” 
หลักฐานคือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งซึ่งได้ตรัสว่า
﴿ ٱلۡحَمۡدُ لِلَّهِ رَبِّ ٱلۡعَٰلَمِينَ ٢ ﴾ [الفاتحة: ٢]  
ความว่า “บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ ผู้ทรงอภิบาลแห่งโลกทั้งหลาย” (อัล-ฟาติหะฮฺ 1:2)
ทุกสรรพสิ่ง – อื่นจากอัลลอฮฺแล้ว - คือสิ่งที่พระองค์ทรงให้มีขึ้น และข้าพเจ้าก็เป็นส่วนหนึ่งแห่งการมีขึ้นนั้น 
ถ้ามีผู้ถามท่านว่า “ท่านรู้จักพระผู้อภิบาลของท่านได้อย่างไร? ดังนั้นจงกล่าวเถิดว่า “ด้วยสัญญาณหรือเครื่องหมายต่างๆ ของพระองค์ และสิ่งทั้งปวงที่ถูกสร้างขึ้น ในหมู่สัญญาณของพระองค์นั้นคือกลางคืนและกลางวัน ดวงตะวันและดวงเดือน และจากสิ่งที่ถูกสร้างอีก ก็คือชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนี้ และผู้ที่อยู่ในทั้งสองนี้และที่อยู่ในระหว่างทั้งสองนี้”
หลักฐานคือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿ وَمِنۡ ءَايَٰتِهِ ٱلَّيۡلُ وَٱلنَّهَارُ وَٱلشَّمۡسُ وَٱلۡقَمَرُۚ لَا تَسۡجُدُواْ لِلشَّمۡسِ وَلَا لِلۡقَمَرِ وَٱسۡجُدُواْۤ لِلَّهِۤ ٱلَّذِي خَلَقَهُنَّ إِن كُنتُمۡ إِيَّاهُ تَعۡبُدُونَ ٣٧ ﴾ [فصلت: ٣٧]  
ความว่า “และส่วนหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์คือกลางคืนและกลางวัน และดวงตะวันและดวงเดือน จงอย่ากราบดวงตะวันและดวงเดือน แต่จงกราบอัลลอฮฺผู้ทรงสร้างมัน ถ้าพระองค์เท่านั้นที่สูเจ้าเคารพภักดี” (ฟุศศิลัต 41:37)
          
﴿ إِنَّ رَبَّكُمُ ٱللَّهُ ٱلَّذِي خَلَقَ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَ فِي سِتَّةِ أَيَّامٖ ثُمَّ ٱسۡتَوَىٰ عَلَى ٱلۡعَرۡشِۖ يُغۡشِي ٱلَّيۡلَ ٱلنَّهَارَ يَطۡلُبُهُۥ حَثِيثٗا وَٱلشَّمۡسَ وَٱلۡقَمَرَ وَٱلنُّجُومَ مُسَخَّرَٰتِۢ بِأَمۡرِهِۦٓۗ أَلَا لَهُ ٱلۡخَلۡقُ وَٱلۡأَمۡرُۗ تَبَارَكَ ٱللَّهُ رَبُّ ٱلۡعَٰلَمِينَ ٥٤ ﴾ [الأعراف: ٥٣]  
ความว่า “แท้จริง พระผู้อภิบาลของสูเจ้าคืออัลลอฮฺ ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนี้ในระยะหกวัน(ตามเกณฑ์ของพระองค์) แล้วพระองค์ทรงมั่น(อิสตะวา)อยู่เหนือบัลลังก์(อัรชฺ) ทรงให้กลางคืนครอบคลุมกลางวันในสภาพที่กลางคืนไล่ตามกลางวันโดยรวดเร็ว ทรงกำหนดดวงเดือนและหมู่ดวงดาวให้อยู่ใต้อำนาจ(เอามาเป็นประโยชน์)ตามพระบัญชาของพระองค์ จงรู้ไว้เถิด เป็น(สิทธิ)ของพระองค์ในการสร้างและการบัญชา ผู้ทรงจำเริญยิ่งคือพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก”  (อัล-อะอฺรอฟ 7:54)
พระผู้อภิบาลเท่านั้นที่ต้องได้รับการเคารพภักดี
หลักฐานคือพระดำรัสของของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿ يَٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ ٱعۡبُدُواْ رَبَّكُمُ ٱلَّذِي خَلَقَكُمۡ وَٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِكُمۡ لَعَلَّكُمۡ تَتَّقُونَ ٢١ ٱلَّذِي جَعَلَ لَكُمُ ٱلۡأَرۡضَ فِرَٰشٗا وَٱلسَّمَآءَ بِنَآءٗ وَأَنزَلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءٗ فَأَخۡرَجَ بِهِۦ مِنَ ٱلثَّمَرَٰتِ رِزۡقٗا لَّكُمۡۖ فَلَا تَجۡعَلُواْ لِلَّهِ أَندَادٗا وَأَنتُمۡ تَعۡلَمُونَ ٢٢ ﴾ [البقرة: ٢١-٢٢]  
ความว่า “มนุษย์เอ๋ย จงเคารพภักดีพระผู้อภิบาลของสูเจ้า ผู้ทรงสร้างสูเจ้าและบรรดาคนก่อนหน้าสูเจ้า เพื่อสูเจ้าจะได้สำรวมตน(ยำเกรงต่อพระองค์) ผู้ทรงทำแผ่นดินนี้เป็นพื้นปู และชั้นฟ้าเป็นหลังคา และทรงหลั่งน้ำจากฟากฟ้า และทรงให้ผลไม้ต่างๆ งอกเงยออกมาเป็นเครื่องยังชีพสำหรับสูเจ้า ดังนั้น จงอย่าตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺทั้งๆ ที่สูเจ้ารู้อยู่”  (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 2:21-22)
ท่านอิบนุ กะษีรฺ(ขออัลลอฮฺทรงเมตตาเขา) กล่าวว่า “ผู้ทรงสร้างสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เท่านั้น คือผู้ทรงไว้ซึ่งสิทธิแห่งการได้รับการเคารพภักดี” 
แบบต่างๆ ของการเคารพภักดีตามที่อัลลอฮฺทรงบัญชา เช่นการนอบน้อมยอมรับโดยสิ้นเชิง, ความศรัทธา, การบำเพ็ญความดี ซึ่งมีการวิงวอน, ความกลัว(ยำเกรง), ความหวัง, การมอบความไว้วางใจ, ความตระหนก, ความปรารถนา, ความหวาดกลัว, การนอบน้อมถ่อมตน, ความหวาดหวั่น, การลุแก่โทษ, การขอความช่วยเหลือ, การขอความคุ้มครอง, การวิงวอนขอความช่วยเหลือ, การเชือดสัตว์เพื่อเป็นอาหารแก่คนยากจน, การบน และอื่นๆอีกตามแบบของการเคารพภักดีนี้ซึ่ง  อัลลอฮฺได้ทรงบัญชาทั้งหมดนี้เพื่อพระองค์ผู้สูงส่ง หลักฐานคือพระดำรัสของพระองค์ว่า
﴿ وَأَنَّ ٱلۡمَسَٰجِدَ لِلَّهِ فَلَا تَدۡعُواْ مَعَ ٱللَّهِ أَحَدٗا ١٨ ﴾ [الجن: ١٨]  
ความว่า “และแท้จริง มัสยิด(ที่แห่งการกราบไหว้อัลลอฮฺ)ทั้งหลายนั้นเป็นของอัลลอฮฺ ดังนั้นจงอย่าวิงวอนผู้ใดเคียงคู่อัลลอฮฺ” (อัล-ญิน 72:18)
โดยเหตุนี้ ผู้ใดปฏิบัติสิ่งใดมิใช่เพื่ออัลลอฮฺ เขาก็เป็นผู้ตั้งภาคีต่อพระองค์ เป็นผู้ปฏิเสธหลักธรรม หลักฐานคือพระดำรัสของพระองค์ ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿ وَمَن يَدۡعُ مَعَ ٱللَّهِ إِلَٰهًا ءَاخَرَ لَا بُرۡهَٰنَ لَهُۥ بِهِۦ فَإِنَّمَا حِسَابُهُۥ عِندَ رَبِّهِۦٓۚ إِنَّهُۥ لَا يُفۡلِحُ ٱلۡكَٰفِرُونَ ١١٧ ﴾ [المؤمنون : ١١٧]  
ความว่า “และผู้ใดวิงวอนขอต่อพระเจ้าอื่นเคียงคู่อัลลอฮฺ ซึ่งเขาไม่มีหลักฐานในข้อนั้น ดังนั้น บัญชีสอบสวนของเขาจะอยู่ที่พระผู้อภิบาลของเขา แท้จริง พวกปฏิเสธนั้นจะไม่พบความสำเร็จ” (อัล-มุอ์มินูน 23:117)

การดุอฺาอ์
ในหะดีษมีว่า “การขอพรเป็นสมองของการเคารพภักดี” และหลักฐานคือดำรัสของอัลลอฮฺที่มีว่า
﴿ وَقَالَ رَبُّكُمُ ٱدۡعُونِيٓ أَسۡتَجِبۡ لَكُمۡۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ يَسۡتَكۡبِرُونَ عَنۡ عِبَادَتِي سَيَدۡخُلُونَ جَهَنَّمَ دَاخِرِينَ ٦٠ ﴾ [غافر: ٦٠]  
ความว่า “พระผู้อภิบาลของเจ้าตรัสว่า จงวิงวอนต่อฉัน  ฉันจะตอบ(การวิงวอน)แก่สูเจ้า แท้จริง ผู้โอหังต่อการเคารพภักดีแก่ฉันนั้น จะเข้าไปในนรกอย่างต่ำต้อย” (ฆอฟิรฺ 40:60)

ความกลัว
หลักฐานในเรื่องความกลัว คือพระดำรัสของพระองค์ ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿ فَلَا تَخَافُوهُمۡ وَخَافُونِ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ ١٧٥﴾ [آل عمران: ١٧٥]  
ความว่า “ดังนั้น จงอย่ากลัวพวกมัน(พวกของชัยฏอน) แต่จงกลัวฉัน ถ้าสูเจ้าเป็นผู้ศรัทธา (แท้จริง)” (อาล อิมรอน 3:175)

ความหวัง
หลักฐานในเรื่องความหวัง คือพระดำรัสของพระองค์ ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿فَمَن كَانَ يَرۡجُواْ لِقَآءَ رَبِّهِۦ فَلۡيَعۡمَلۡ عَمَلٗا صَٰلِحٗا وَلَا يُشۡرِكۡ بِعِبَادَةِ رَبِّهِۦٓ أَحَدَۢا ١١٠﴾ [الكهف: ١١٠]  
ความว่า “ดังนั้น ผู้ใดหวังที่จะพบพระผู้อภิบาลของเขา ก็ให้เขาประกอบการงานที่ดี และจงอย่าตั้งผู้ใดเป็นภาคีในการเคารพภักดีพระผู้อภิบาลของเขา” (อัล-กะฮฺฟิ 18:110) 

การมอบความไว้วางใจ
หลักฐานของการมอบความไว้วางใจ (ตะวักกัล) คือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿وَعَلَى ٱللَّهِ فَتَوَكَّلُوٓاْ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ ٢٣ ﴾ [المائ‍دة: ٢٣]  
ความว่า “และจงมอบความไว้วางใจพึ่งพิงต่ออัลลอฮฺ ถ้าพวกท่านเป็นผู้ศรัทธา” (อัล-มาอิดะฮฺ 5:23)  

﴿وَمَن يَتَوَكَّلۡ عَلَى ٱللَّهِ فَهُوَ حَسۡبُهُۥٓۚ ﴾ [الطلاق : ٣]  
ความว่า “และผู้ใดมอบความไว้วางใจ ณ อัลลอฮฺ พระองค์ก็ทรงเพียงพอแล้วสำหรับเขา” (อัฏ-เฏาะลาก 65:3)  

ความปรารถนา, ความตระหนก และการนอบน้อมถ่อมตน
หลักฐานของความปรารถนา, ความตระหนก และการนอบน้อมถ่อมตน คือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า 
﴿إِنَّهُمۡ كَانُواْ يُسَٰرِعُونَ فِي ٱلۡخَيۡرَٰتِ وَيَدۡعُونَنَا رَغَبٗا وَرَهَبٗاۖ وَكَانُواْ لَنَا خَٰشِعِينَ ٩٠﴾ [الأنبياء: ٩٠]  
ความว่า “แท้จริง เขาทั้งหลายแข่งขันกันในความดีทั้งหลาย และวิงวอนต่อเราด้วยความปรารถนาอย่างจริงใจและด้วยความตระหนก และเขาทั้งหลายเป็นผู้ถ่อมตัวต่อเรา” (อัล-อันบิยาอ์ 21:90) 


ความหวาดหวั่น
หลักฐานของความหวาดหวั่นคือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿فَلَا تَخۡشَوۡهُمۡ وَٱخۡشَوۡنِي وَلِأُتِمَّ نِعۡمَتِي عَلَيۡكُمۡ وَلَعَلَّكُمۡ تَهۡتَدُونَ ١٥٠ ﴾ [البقرة: ١٥٠]  
ความว่า “ดังนั้น จงอย่าหวาดหวั่นพวกเขา แต่จงหวาดหวั่นต่อฉันและเพื่อที่ฉันจะได้ให้ความโปรดปรานของฉันครบถ้วนแก่สูเจ้า และเพื่อที่สูเจ้าจะได้อยู่ในทางนำ” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 2:150) 

การขอลุแก่โทษ
อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
﴿ وَأَنِيبُوٓاْ إِلَىٰ رَبِّكُمۡ وَأَسۡلِمُواْ لَهُۥ مِن قَبۡلِ أَن يَأۡتِيَكُمُ ٱلۡعَذَابُ ثُمَّ لَا تُنصَرُونَ ٥٤ ﴾ [الزمر: ٥٣]  
ความว่า “และสูเจ้าจงหันกลับคืนสู่พระผู้อภิบาลของสูเจ้า (เพื่อขออภัยโทษ) และจงนอบน้อมต่อพระองค์ก่อนที่การลงโทษจะมีมายังสูเจ้า แล้วสูเจ้าจะมิถูกช่วยเหลืออีก” (อัซ-ซุมัร 39:54) 

การขอความช่วยเหลือ
หลักฐานในเรื่องของการขอความช่วยเหลือคือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า 
﴿ إِيَّاكَ نَعۡبُدُ وَإِيَّاكَ نَسۡتَعِينُ ٥ ﴾ [الفاتحة: ٥]  
ความว่า “พระองค์เท่านั้นที่เราเคารพภักดี และพระองค์เท่านั้นที่เราขอความช่วยเหลือ” (อัล-ฟาติหะฮฺ 1:5)

และในหะดีษมีว่า 
«إِذَا اسْتَعَنْتَ فَاسْتَعِنْ بِاللهِ» [أحمد والترمذي]
ความว่า “ถ้าพวกท่านต้องการขอความช่วยเหลือ ก็จงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ” (บันทึกโดยอะห์มัด และอัต-ติรมิซีย์)

การขอความคุ้มครอง
หลักฐานในการขอความคุ้มครองคือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า 
﴿ قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلنَّاسِ ١ مَلِكِ ٱلنَّاسِ ٢ ﴾ [الناس: ١-٢]  
ความว่า “จงกล่าวเถิด ฉันแสวงความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งมวลมนุษย์ ผู้ทรงครอบครองมวลมนุษย์” (อัน-นาส 114:1-2) 


การวิงวอนขอความช่วยเหลือ
หลักฐานของการวิงวอนขอความช่วยเหลือคือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿ إِذۡ تَسۡتَغِيثُونَ رَبَّكُمۡ فَٱسۡتَجَابَ لَكُمۡ أَنِّي مُمِدُّكُم بِأَلۡفٖ مِّنَ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةِ مُرۡدِفِينَ ٩ ﴾ [الأنفال: ٩]  
ความว่า  “เมื่อสูเจ้าวิงวอนขอความช่วยเหลือต่อพระผู้อภิบาลของสูเจ้า ดังนั้นพระองค์ได้ทรงสนองสูเจ้าว่า ฉันจะช่วยสูเจ้าด้วยมลาอิกะฮฺหนึ่งพันตนทยอยกันมา” (อัล-อันฟาล 8:9)  

การเชือดสัตว์เพื่อเป็นอาหารแก่คนยากจน
หลักฐานของการเชือดสัตว์คือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿ قُلۡ إِنَّ صَلَاتِي وَنُسُكِي وَمَحۡيَايَ وَمَمَاتِي لِلَّهِ رَبِّ ٱلۡعَٰلَمِينَ ١٦٢ لَا شَرِيكَ لَهُۥۖ وَبِذَٰلِكَ أُمِرۡتُ وَأَنَا۠ أَوَّلُ ٱلۡمُسۡلِمِينَ ١٦٣ ﴾ [الأنعام: ١٦٢-١٦٣]  
ความว่า “จงกล่าวเถิด แท้จริง การนมาซของฉัน การเชือดของฉัน การมีชีวิตของฉัน การตายของฉัน ล้วนแล้วเพื่ออัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก ไม่มีภาคีใดๆ แก่พระองค์ และสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่ฉันได้ถูกบัญชา และฉันจะเป็นผู้แรกในหมู่ผู้นอบน้อมทั้งหลาย” (อัล-อันอาม 6:162-163)
หลักฐานจากหะดีษ คือหะดีษที่ว่า 
«لَعَنَ اللهُ مَنْ ذَبَحَ لِغَيْرِ اللهِ» [مسلم]
ความว่า “อัลลอฮฺจะทรงสาปแช่ง(หมายถึงงดเมตตา)ผู้ที่เชือดสัตว์มิใช่เพื่ออัลลอฮฺ” (บันทึกโดยมุสลิม)

การบน
หลักฐานของการบนหรือการสาบานคือพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งว่า
﴿ يُوفُونَ بِٱلنَّذۡرِ وَيَخَافُونَ يَوۡمٗا كَانَ شَرُّهُۥ مُسۡتَطِيرٗا ٧ ﴾ [الإنسان: ٧]  
ความว่า “พวกเขาปฏิบัติตามการบน(หรือการสาบาน) และกลัวต่อวันหนึ่ง(ในปรโลก)ซึ่งความโหดร้ายของมันจะกระจายไปทั่ว” (อัล-อินซาน 76:7)